Concert

Explosions In The Sky live in BKK

29/04/14 – Explosions In The Sky live in BKK (Explosions In The Sky/ Moonstar Studio)

– เราไม่รู้จักวงนี้มาก่อนตามประสาคนไม่ค่อยได้ฟังเพลง รู้แต่เพียงว่าพวกเขาดังและเป็นเพลงโพสต์ร๊อคที่เราชอบและต้องดูแบบเล่นสด เลยบอกตัวเองว่าห้ามพลาดงานนี้

– ไม่ฟินเท่าตอนดู Mogwai หรือ TOE เราว่าเสียงมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่อะ รู้สึกว่าแต่ละเสียงที่ผสานกันมันไม่มีมิติพอแล้วพอมันมารวมกันมันเลยกลายเป็นว่าเสียงทั้งหลายกลืนกันไปหมด

– แต่โดยรวมก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากอันหนึ่ง สิ่งที่ได้กลับมาคือลีลาพริ้วไหวงดงามล่องไหลไปกับเหล่าตัวโน๊ตนำพาอารมณ์ให้ขึ้นไปสูงหรือลงมาต่ำตามแต่ละบทเพลงที่ถูกบรรเลง

– ออ! งานนี้นันสต๊อป แต่ละเพลงร้อยเข้ากันด้วยห้วงเวลาการเชื่อมต่อที่งดงาม อันนี้ชอบมาก

– ชอบลีลาไอ้พี่ผมหยิกเป็นพิเศษและการเกากีต้าขั้นเทพของทุกองค์

4/5

TOE live in BKK (TOE/ Scala Theater)

20/04/13 – TOE live in BKK (TOE/ Scala Theater)

TOE

     เคยบอกตัวเองเล่นๆว่าหากได้ดูวงนี้เล่นสดคงจะนอนตายตาหลับ ฟังแลดูเว่อร์และดัดจริตมากซึ่งก็ยอมรับโดยดุษฏีด้วยเหตุผลที่ว่าวงโพสร็อคจากญี่ปุ่นวงนี้เป็นวงที่เปิดโลกของดนตรีโพสร็อคแก่เราอย่างแท้จริง เป็นวงที่ทำให้เราค้นคว้า หาความหมายและเริ่มฟังโพสร็อคอย่างเป็นจริงเป็นจังและตั้งใจ และแม้ว่าจะเคยดูการแสดงสดมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็เป็นแบบมาแจมเล็กๆมากกว่า (ให้กับวง Mogwai จากสต๊อตแลนด์) แน่นอนว่ามันสั้นมากและไม่เต็มอิ่มเลย แล้วพอมีข่าวว่ามาพวกเขาจะมาเปิดคอนเสิร์ตแบบเป็นทางการในบ้านเรา มันเลยไม่มีความลังเลใดๆ จัดการจองตั่งแต่วันแรกที่เปิดขายเลยได้แถวหน้าๆสุดสมใจ

คอนเสิร์ตเปิดด้วยวงหน้าใหม่อย่าง Two Million Thank ด้วยดนตรีฉึกฉักแหวกขนบแลดูมีของดี พาร์ตดนตรีถือว่าทำได้เยี่ยมแต่พาร์ตการร้องยังดูเปล่งๆหน่อยแต่โดยรวมถือว่าเยี่ยมที่เดียว

แล้วพอ TOE ขึ้นมาก็แน่นอนว่ากรuดร้องกันสนั่นโรง แม้จะเริ่มไปได้เพียงสองเพลงก็เกิดปัญหาแอมป์เสีย ใช้เวลาแก้ไขพักใหญ่แต่ก็คลายกังวลกันไปได้และแม้อารมณ์จะกลับมาเริ่มที่ศูนย์ใหม่แต่หลังจากนั้นตลอดจนจบงานถือได้ว่ากราฟอารมณ์มีแต่พุ่งขึ้นไปจนถึงขีดสุดแล้วไปฟินแตกกับเพลงสุดท้ายด้วยเพลงที่ดังที่สุดของพวกเขาคือ Goodbye แม่ง! ฟินจนน้ำตาซึม

ข้อเสียเดียวของงานนี้คือมันจัดในโรงหนัง มันเลยได้แต่นั่งโยกไปโยกมา ร่างกายไม่ได้ปลดปล่อยอย่างที่ควรจะเป็น จะมาได้ยืนมันส์จริงๆก็ตอนเพลงสุดท้ายตอน encore แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นคอนเสิร์ตที่เราฟินมากกกกกกกกกกกกอยู่ดี แล้วก็ได้บอกกับตัวเองเสียทีว่า

“กูตายตาหลับละ”

5+++++/5

Fat Live: Smallroom

02/03/13 – Fat Live: Smallroom (ศิลปิน ค่ายสมอลรูม/ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี) 

  •  เพราะไม่ได้เป็นแฟนเพลงของศิลปินทั้งค่าย (บางวงยังไม่รู้จักเลย) แต่ชอบเฉพาะบางคนหรือบางวงเท่านั้นจึงไม่คิดจะไปดูในช่วงแรก การไปเพื่อดูศิลปินที่เราชอบร้องแค่ 3-4 เพลงมันแลดูไม่น่าจะเวิร์กเท่าไหร่
  • แต่เพราะราคาบัตรที่ลดลงมาตั้งครึ่งหนึ่งเลยตัดสินใจไปแบบไม่ยากเย็นอะไรแม้จะมีกลิ่นตุๆมาทั้งแต่แรกแล้วไม่ว่าจะเป็นการขายบัตรแบบซื้อหนึ่งแถมหนึ่งหรือแม้แต่เลื่อนวันจัดออกไปพร้อมๆกับสถานที่จัดที่เล็กลงเยอะมาก (จากริมทะเลสาบเมืองทองไปเป็นธันเดอร์โดม)
  • เหตุที่คนไม่ค่อยให้ความสนใจในคอนเสิร์ตนี้นอกจากจะได้ดูวงที่ชอบแบบไม่เต็มอิ่มแล้ว อาจคือการที่เราสามารถพบเจอศิลปินจากค่ายนี้ในงานต่างๆได้บ่อยครั้งมาก ยิ่งเป็นงานอื่นๆของแฟนยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่
  • วันงานจริงคนคงมากันน่าจะเกือบ 75% ของธันเดอร์โดม มองโดยรวมถ้าตัดออกไปซักครึ่งหนึ่งตามเรตการขายบัตรปกติ คนคงโหลงเหลงน่าดู
  • เมื่อคนไม่ได้เยอะมาก การจัดการเลยง่ายหน่อย ส่วนคนดูก็ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ อันหมายถึงไม่ว่าคุณจะซื้อบัตรราคาเท่าใดก็ตาม คุณจะสามารถไปอยู่ได้ในทุกๆจุดของฮอลล์ เพียงแต่ขอให้การแสดงผ่านไปซักพักใหญ่ๆก่อนก็พอ ซึ่งก็ไม่ใช้เรื่องเสียหายอะไรเพราะกว่าวงดังๆจะขึ้นก็ล่อเข้าไปเกือบสองชั่วโมงกว่าแล้ว บัตรไกลสุด 600บาท(แต่ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งนั่นก็หมายความว่าราคาจริงเพียงคนละ 300บาท) สามารถเดินลงไปเย้วๆหน้าเวทีที่บัตรราคา 900 (450) ได้ หากเหนื่อยก็เดินกลับมานั่งที่บัตร 1200
  • ตามเหตุผลด้านบนจึงทำคนไปกระจุกกันหน้าเวทีเต็มเบยยย
  • ก่อนไปดูก็สงสัยว่าจะจัดการอย่างไรให้ทั้ง 17 วงขึ้นเล่นแล้วสามารถอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด (ที่คาดไว้แล้วว่าขั้นต่ำเหยียด 5 ชม. แน่ๆ คือทุ่มกว่าๆถึงเที่ยงคืน) แล้วก็เป็นไปตามคาดคือการแยกเวทีเป็น 2 ส่วนเพื่อเล่นสลับกันได้โดยไม่ต้องไปรอเซ็ตอะไรอีกให้เสียเวลา (คือสามารถเซ็ตตอนวงอื่นแสดงอยู่ได้) แสดงต่อเนื่องทีละ 2-3วงเชื่อมด้วยเกร็ดเล็กๆน้อยๆของค่ายที่ขึ้นเป็นตัวหนังสือบนจอทั้งสองข้างของเวลา คล้ายตอนงานสิบปีโมเดิร์นด๊อก แต่เราไม่ค่อยอินเท่าไหร่
  • เครื่องเสียงต่างๆถือว่าเตรียมมาและเซ็ตมาดีทีเดียว แม้จะมีเสียงหอนบ้างหรือเสียงเบาเกินกว่าปกติบ้างในบางครั้งแต่โดยรวมถือว่าโอเค
  • แต่น่าเศร้าที่กราฟฟิคต่างๆถือว่าสอบไม่ผ่านเลย ใช้เพียงการฉายภาพไปบนแถบผ้ายาวๆแต่ไม่กว้าง เหมือนริบบิ้นใหญ่ๆผาดผ่านหลังเวที ซึ่งกราฟฟิคส่วนใหญ่คือการตีความเพลงแบบง่ายๆ (อย่างเพลงศูนย์ก็เอาเลข 0 หมุนวนไปมา) แลดูไม่มีพลังและความดึงดูดใดๆ

มาว่ากันที่ศิลปินกันบ้าง

  • เซอร์ไพร์สสุด: คือวง Polycat ที่ขึ้นมาลุคเกาหลีเลย ร้องแร็ปและมันส์สัดๆ คือเคยแต่ฟังเพลงผ่านคลื่นพอมาดูการแสดงแล้วรู้สึกว่าแม่งพลังเยอะฉิบหาย อันนี้ชอบมาก
  • ฟินสุด: คือญารินดากับเพลงฮีโร่ ห่า!น้ำตาซึม แล้วก็แน่นอน พี่เล็กกริซซี่คาเฟ่ ซึ่งร้องเพลงอะไรกูก็ฟังเพราะหมด สัด ฟินนนนน
  • เสียงดีฟังเพลินสุด: คือ Superbaker เสียงดีมากฟังเพลินและเคลิบเคลิ้มสุดๆ
  • แรดสุด: คงหนีไม่พ้นจีน กษิดิศแน่นอน แม้เพลงแรกจะดูดร๊อปไปบ้าง (Vanilla Walk คัฟเวอร์ของ Cyndi Seui ที่ขึ้นมาแจมด้วย) แต่อีกสองเพลงที่เหลือพี่แกจัดเต็ม ร้องสามเพลงเปลี่ยนสามชุดไม่มีใครเกิน
  • บ้าที่สุด: คือ The Jukks นอกจากบ้าตามสไตร์แล้วยังแต่งหน้าเป็นโจ๊กเกอร์ (สไตร์โนแลน) ขึ้นเล่นด้วย
  • รู้สึกแปลกที่สุด: หนัง ลุงบุญมีฯ ได้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกต่อเพลง Acrophobia ของเราไปแล้วจริงๆ เพนกวินวิลล่าร้องไปเราก็กวาดสายตาหาลิงผีไป
  • ผิดหวังเล็กน้อย: The Yers ที่ไม่ร้องเพลง ระหว่างขับรถ
  • ผิดหวังสุดๆ: คือวงบาร์บี้ เหี้ยอะไรของแม่งไม่รู้ ร้องสองเพลงกระแทกเสียงดนตรีดังๆทุกเพลง นักร้อง(ตาร์)ก็แหกปากเหี้ยห่าอยู่อย่างเดียว ร้องก็ไม่รู้เรื่องดูแล้วรำคาญที่สุด
  • โซโซ: Tatto Colour, The Richman Toy and Slur
  • นอกเหนือจากนั้นจำไม่ได้แล้ว

สรุปโดยรวม: สาวกค่ายนี้ก็คงสนุกกันไป แต่สำหรับเรามันเป็นกราฟแบบขึ้นๆลงๆมากกว่า จบแล้วก็จบกันไป แค่นั้น

3/5