Month: May 2018

FILM I’VE SEEN IN APRIL 2018

04/04/18 – Ready Player One (Steven Spielberg/ US/ 2018) – 4/5

จะสนใจเนื้อเรื่องไปใย ในเมื่อหนังมันเซอร์วิสคนยุคเราได้แบบเต็มอิ่ม การแค่ได้เห็นอะไรต่างๆนาๆที่เราคิดถึงและเคยผ่าน ปอกรกับได้สัมผัสการโหนหาอดีตในความทรงจำดีๆแค่นี้ก็คุ้มมากๆแล้ว ยอมตั้งแต่เพลงประกอบแรกแล้วล่ะ ไม่นับทีเร็กซ์ The Shining ที่พอเห็นโรงแรมแล้วกูกรี๊ดลั่น แบตเทิ้ลสุดท้ายที่ถึงกับฟิน

เออ ค่อยทำให้หายคิดถึงหน่อย สปีลเบิร์ก

07/04/18 – A Quiet Place (John Krasinski/ US/ 2018) – 3/5

– ดูจากห้วงเวลาแล้ว นางเอกมีลูกที่เกิดในหนังหลังจากที่เสียลูกคนเล็กไปแล้วในต้นเรื่อง (คำนวนคร่าวๆคือประมาณสองเดือนหลังลูกคนเล็กตาย)ซึ่งมันกลับเป็นเรื่องหนักหัวเราพอประมาณว่าเหตุใดมึงยังมีความคิดที่จะมีลูกอีกคนในสถานการณ์เช่นนี้! ไม่รวมว่าตอนเอามึงเอากันเงียบขนาดไหน

– ตัดเรื่องหนักหัวไปก็พบว่าหนังทำเอาลุ้นเยี่ยวเล็ดได้ คนในโรงเงียบกริบ

– แน่นอน ไอเดียเรื่องความเงียบและเสียงพอเอามาแนบเคียงกับสังคมปิดปากของไทยแล้วมันสะใจไม่ใช่น้อยเลยจริงๆ

– ดังนั้นแล้วเราเลยชอบตัวละครน้องหูหนวกที่สุด เด็กที่ไม่รู้จักว่าเสียงเป็นอย่างไร แต่พอมีเสียงอยู่มือแล้วไซร้ สู้ตาย

– อย่างไรก็ตาม ให้ตายยังไงมึงก็ต้องมีปืนแหละ สัดเอ้ย!!!

08/04/18 – Coco (Lee Unkrich, Adrian Molina/ US/ 2017) – 3/5

แหะๆ พอมันมีเรื่องโลกหลังความตายและความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายแล้วไซร้ เราก็ถอยห่างจากหนังมาเรื่อยๆเลยอะ

หนังมันดีแหละ ตามสูตรพิกซ่าดี แต่เราไม่อินเท่าไหร่

 

 

12/04/18 – 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น (อารยะ สุริหาร/ ไทย/ 2016) – 3/5

ชอบช่วงแรกที่สุด ช่วงก่อนจะกลายเป็นสาว 20 กับตอนแรกเริ่มใช้ชีวิตใหม่ของนาง ชอบบุคลิกตัวละครต่างๆในช่วงนี้โดยเฉพาะเหล่าผู้สูงวัย สนุกและน่ารักดี

แต่ความชอบก็ค่อยๆเริ่มลดระดับลงเมื่อเริ่มเข้าเรื่องร้องเพลงเอยอะไรเอย แถมการคลี่คลายในท้ายเรื่องก็แลดูเหมือนหมดมุข ไม่รู้ว่าจะปิดจบยังไงเลยเว่ากันซื่อๆแบบนี้เลย

ใหม่น่ารักดี แต่ดูไปนานๆกลับเริ่มเบื่อไปตามเนื้อเรื่องอะ

ไม่เคยดูต้นฉบับของเกาหลี

12/04/18 – เพื่อนที่ระลึก (โสภณ ศักดาพิศิษฏ์/ ไทย/ 2017) – 2/5

น่าเบื่อจุง นี่หนังมันตั้งใจให้เราเอาใจช่วยผีมากกว่าอีตัวแม่ใช่ไหม ทำไรเราจึงรู้สึกลุ้นว่าเมื่อไหร่อีผีจะฆ่าอีแม่-ลูกคู่นี้ซักที แต่แล้วกลับพบว่าไม่ได้เรื่องเอาเสียเลยอีผี เหอออ แถมมอบตอนจบที่แบบบบบบบ เอาจิงดิ

แล้วลำพังแค่เรื่องการล้างแค้นอย่างเดียวมันไม่เวิร์คเท่าไหร่อะ ประเด็นเรื่องพิษเศรษฐกิจ เรื่องตึกสาทรอะไรนี่แทบไม่มีบทบาทพิเศษอะไรเลย ไอ้คนเฉยๆกับหนังผีแบบเราเลยเบื่อมาก

แต่ก็ทำให้คิดถึงตอนไปปีนตึกนั่นที่ยังคงมีภาพหลอนเราอยู่บ่อยๆว่าตกลงมาจากตึก

12/04/17 – Tazza: The Hidden Card (Hyeong-Cheol Kang/ South Korea/ 2014) – 3/5

เพลินดี ชอบที่ตัวละครในเรื่องทั้งหมดแม่งเชื่อไม่ได้เลยซักคน บทมันเลยเปิดให้ใส่เรื่อกหลอกลวง ต้มตุ่นได้ไม่จำกัน คือดูแบบยอมให้มึงเล่าไปเรื่อยๆเลยจนจบ

แต่ดูจบแล้วก็แล้วกันไป ไม่มีอะไรติดใจนัก ยกเว้นซีน “แก้ผ้าเงินล้าน”

 

13/04/18 – Rampage (Brad Peyton/ US/ 2018) – 1/5

อย่างที่หนังบอกไว้

“คนโง่มักมารวมตัวกัน”

ในที่นี้คือมนุษย์ทุกตัวที่ไม่ใช่อีสามตัวละครหลักอะนะ โอโห ทำไม่โง่กันได้ขนาดนี้ โง่ที่ช่วยขัดอีสามตัวละครให้สว่างขึ้นมาเลย แถมฉลาดแบบครบองค์ มันสมองหนึ่ง พละกำลังหนึ่งและอำนาจอีกหนึ่ง

หนังตรงแด่วตามสูตรเลย ซึ่งถ้าฉายในทศวรรศที่แล้วน่าจะเหมาะกว่านะ

14/04/18 – This Is Not a Film (Jafar Panahi, Mojtaba Mirtahmasb/ Iran/ 2011) – 5/5

จาฟา ปานาฮี คนทำหนังอิหร่านผู้ถูกทางการขังไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้ออกนอกประเทศ ไม่ให้สัมภาษณ์กับใครทั้งนั้น รวมไปถึงไม่ให้ทำหนังเนื่องจากข้อหาการสร้างโฆษณาชวนเชื่อเพื่อต่อต้านรัฐ เขาฉุกคิดไอเดียเรื่องการทำไดอารี่หนังขึ้นมา และนี่คือไดอารี่ของเขาที่เล่าในวันขึ้นปีใหม่ของชาวอิหร่านที่มีเขาอยู่บ้านคนเดียวพร้อมกับกิ่งก่าอีกัวน่า

ทั้งเศร้าและทรงพลัง ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งความคิดสร้างสรรค์ของนักทำหนังคนหนึ่งที่มีต่อการเล่าเรื่องได้จริงๆ จากความตั้งใจแรกที่จะแค่เล่าไอเดียของหนังเรื่องใหม่ที่อยากทำ กลับกลายเป็นภาพบันทึกของการต่อต้านรัฐรูปแบบหนึ่ง

ชอบช่วงท้ายมากๆ เรารู้สึกรับรู้ได้ถึงความเหงาของปานาฮี พอๆกับเห็นภาพสังคมอิหร่านผ่านนักศึกษาปริญญาเอกเก็บขยะ

หนังเรื่องนี้ถูกแอบส่งออกมานอกประเทศด้วยการซ่อนไว้ในเค้ก

ปล. ชอบสาวที่อยากฝากหมาไว้กับคนอื่นเพื่อจะออกไปเฉลิมฉลองนอกบ้านมากๆ รู้สึกเป็นภาพสะท้อนของปานาฮีในแบบตลกร้าย (ออกจากบ้านไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง)

14/04/18 – Spectre (Sam Mendes/ US/ 2015) – 1/5

หนังบอนด์ยุคเครกนี่มันสลับดี-แย่ได้คงเส้นคงว่าดีจริงๆ Casino ดี, Quantum แย่มาก, Skyfall ดีมาก มาถึงเรื่องนี้ก็กลับไปแย่อีกแล้ว

ก็รู้แหละว่าขนบหนังชุดนี้มันต้องโอลด์สคูล แต่การปรับแต่งโครงสร้างจากภาคก่อนมาตั้งเยอะแล้ว(จนลงตัวมากๆแล้วที่ Skyfall) เหตุไฉนอยากกลับไปโบราณแบบเก่าอีกอะ ไม่เข้าใจ

ถึงจะเดโมเครซี แต่ถ้ามันคร่ำครึกูก็ไม่เอานะคะ

โถถัง คริสตอฟ วอลล์ กลับมาทำไมตอนครึ่งหลัง ชั้นลืมเธอไปหมดแล้ววววว

15/04/18 – Love Machine (Pavel Ruminov / Russia/ 2016) – 2/5

ดูจบรวมเครดิตก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นเรื่องราวของตัวผู้กำกับเอง เรื่องรักระหว่างเขากับแฟนเก่าที่ตัดกันไม่ขาด

หนังทำเก๋ด้วยการทำตัวเป็นการฉายหนังโป๊ในยุคก่อน กล่าวคือมีตัวอย่างหนังอาร์เก่าๆมาก่อนเข้าหนังจริง มี intermission เก่าๆเก๋ๆ ส่วนตัวหนังก็พยายามทำเก่าด้วยการใช้ภาพอิ่มสีสดๆเข้าไว้เหมือนหลังโป๊ยุค 70-80 แถมในตัวเรื่องก็อ้างอิงสิ่งต่างเกี่ยวกับหนังที่เหล่าเซเนไฟล์รู้จักกันดี มีกัดหนังตัวเองบ้างให้ดูมีอะไร เช่น “ก็พวกนายทุนไม่ให้เงินกูทำหนังใหญ่ๆนี่ กูเลยทำหนังแบบนี้ แล้วทำไมกูจะถ่ายภาพควยตัวเองกำลังถูกชักไม่ได้ล่ะ”

แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามา ไม่ได้แปลว่าเราชอบ ผลคือเรารำคาญตัวหนังมาก พ่นพล่ามอะไรไปเรื่อย กูไม่ได้อยากรู้ชีวิตมึงขนาดนั้น ส่วนการทำเก๋ก็ดูเก๊ซะเหลือเกิน

ดูหนังได้ที่นี่: https://vimeo.com/180881317

** คำเตือน จู๋ จิ๋ม มาเต็ม ไม่เหมาะกับการเปิดดูในที่สาธารณะนะจ๊ะ

15/04/18 – Let’s Go, JETS (Hayato Kawai/ Japan/ 2017) – 1/5

มาเบอร์นี้ รอยยิ้มพิฆาตของซึสึก็ช่วยอะไรไม่ได้นะค่ะ ตามสูตรไม่ว่าแต่นี่เล่นเน่าจนขมคอ

ส่วนตัวชอบซีนเต้นฮิปฮอปสามคนบนถนนนะ ห๊ะ! อะไรนะ มันเสร่อหรือ ใช่ๆ มันเสร่อ แต่ก็เป็นแค่หนึ่งในความเสร่อทั้งหลายก่ายกองของมันอะ

 

15/04/18 – The Villainess (Jeong Byeong-Gil/ South Korea/ 2017) – 4/5

ชอบ มันส์เลือดสาดเต็มจอ หนังนักฆ่าล้างแค้นที่แม้ไม่ได้ใหม่ในประเด็น แต่ซีนแอ็คชั่นนี่ถึงขิง

บทดราม่าก็ถือว่าดี ชีวิตนักฆ่าที่ต้องโดดเดี่ยว แถมเป็นนักฆ่าหญิงในโลกของผู้ชาย

แต่ส่วนที่ดีที่สุดคือนางเอก โอโห ถึงจะเป็นหนังแอ็คชั่น แต่เธอก็ดราม่าได้แบบเอาตายไปอีกแบบ

เป็นหนังแอ็คชั่นแบบถึงเนื้อ มีดราม่าแบบถึงใจ

17/04/18 – อำแดงเหมือนกับนายริด (เชิด ทรงศรี/ ไทย/ 1994) – 3.5/5

อ้าว ไหงทำไมตัดจบคลี่คลายแบบดื้อๆงี้เลยอะ กำลังจะพีคเลย เสียใจๆๆๆๆ

หนังพูดถึงยุคสมัยที่ผู้หญิงมีค่าประหนึ่งสิ่งของสำหรับพ่อ-แม่ ที่สามารถขายให้ใครก็ได้ ทีนี้นางเหมือนคือหญิงขบถที่ต้องการเรียกร้องความเท่าเทียมระหว่างชาย-หญิง เรื่องหลักก็คือการการเรียกร้องของเธอ ส่วนเรื่องรองคือความรักระหว่างเธอกับนายริดที่เคยช่วยเหลือเธอจากการจมน้ำเมื่อเขายังครองผ้าเหลืองเป็นพระอยู่

ลำพังเรื่องการเรียกร้องสิทธิ์ในสังคมและกฏหมายของผู้ชายก็สุดแล้ว ภาพของพระที่มีความลุ่มหลงแบบปุถุชนนี่ก็ดี

จะเสียดายก็ตอนจบนี่แหละ เมื่อเหมือนไปขอกีฏากับกษัตริย์ที่มันย้อยแย้งกับความเชื่อของตัวเธอเอง(แต่ก็เข้าใจไดัตามบริบทยุคสมัย) ซึ่งแม้เธอจะถูกขังอีกครั้งแต่หนังดันตัดจบคลี่คลายเรื่องแบบดื้อๆซื่อๆเลยว่าทางกษัตริย์เปลี่ยนกฏหมายใหม่และให้นางเหมือนเป็นอิศระ คือเหมือนหนังมันไม่กล้าไปแตะเรื่องของเบื้องสูงอะ ทั้งที่จริงๆแล้วอาจคือตำแหน่งสูงสุดของอำนาจแห่งความไม่เท่าเทียมเลยด้วยซ้ำ

เลยกลายเป็นว่ามันขัดแข้งขัดขาตัวเองซะงั้นและแทบจะขัดอำนาจอันไม่เท่าเทียมนั้นให้เงางามขึ้นมาอีก

จริงๆก็เข้าใจได้แหละเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยน แต่เราดูตอนนี้แล้วขัดใจมาก

18/04/18 – Bennetty (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2018) – 4/5

หนังมันก็ทำหน้าที่ของมันได้เต็มที่อย่างที่มันทำได้แหละ มีความ Young@Heart (2008) หนังสารคดีอีกเรื่องที่เราก็รัก

แต่แม้ไม่ได้มีอะไรใหม่และเราก็รู้อยู่แล้วแหละว่าจะได้เจอกับอะไรบ้างกับการฟอร์มวงดนตรีผู้สูงวัยแบบนี้ แต่ก็นั้นแหละ หนังแบบนี้มักทำให้ใจเราอุ่นขึ้น รู้สึกว่า เออ แก่ตัวลงเราก็คงไม่ได้แย่มากนัก

ที่ชอบที่สุดคือช่วงที่ลุงๆพูดเรื่องความตายแบบยิ้มแย้ม เข้าใจและยอมรับมัน เออ อันนี้น้ำตาเอ่อ

28/04/18 – วานรคู่ฟัด (นนทกร ทวีสุข/ ไทย/ 2016) – 3/5

 

แม้จะมีอะไรขัดอกขัดใจอยู่บ้าง อาทิความเถรตรงของตัวร้ายและแบล็อคกราวด์ของเขา การตัดต่อที่บางซีนก็ดูงงว่าอันไหนอดีตอันไหนปัจจุบัน อันไหนเพ้อพกอันไหนระลึกถึง บทพากษ์ซ้อนแบบพันธมิตรแย่ๆ หรือกับหน้าตาพระเอกที่เราเห็นแล้วขำทุกที (อันนี้ขออภัยจริงๆ มันอดไม่ได้จริงๆไม่รู้ทำไม)

แต่โดยรวมแล้วหนังโอเคใช้ได้เลย แม้บทจะไม่ได้ใหม่อะไรแต่ก็ไม่ได้แย่จนรับไมได้ ซึ่งมันดีตรงที่มันเล่าเรื่องของคนพื้นที่ ปัญหาของคนพื้นที่ๆไม่ได้ใหญ่โตอะไร วิถีท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ตำรวจท้องถิ่นและเหล่าคนบ้านๆเล็กๆที่ต้องเอาตัวให้รอดไปวันๆ

ชอบไอเดียการนำวานรของทั้งโขนไทยและงิ้วจีนมาเป็นกิมมิคเรื่องมวยเพื่อใช้ในการต่อสู้ คิวโชว์ คิวบู๊ก็ดูสนุก ใหม่และสร้างสรรค์ดี (อีเรื่องให้ใช้หัวนี่ถ้าอยู่ในหนังแบบอื่นเราคงเกลียด 555)

น้องนางเอกคือใคร? มีผลงานอะไรอีกไหม? อยากติดตาม

29/04/18 – Avengers: Infinity War (Anthony Russo, Joe Russo/ US/ 2018) – 3.5/5

ดูเพลินแบบรู้ตัวอีกทีหนังก็จบแล้ว ทั้งๆที่หนังมันยาวใช้ได้ อันนี้บ่งบอกได้เลยว่าเราสนุกกับหนังเอามากๆ ชอบพอๆกันภาคแรกเลย (เกลียดภาคสอง)

แฟนจักรวาลนี้คงกรี๊ดลั่นแหละ ตัวละครแต่ละตัวเปิดตัวแบบให้ได้กรี๊ดกัน มีแบ่งกลุ่มได้อย่างลงตัวทั้งคนดำหรือเรื่องพลังหญิง แถมเก่งมากที่เกลี่ยแต่ละตัวละครให้มีบทได้พอๆกัน

ส่วนที่ชอบสุดคงเหมือนหลายๆคนคือการที่มันเน้นความสำคัญไปที่ตัวละครธานอสเป็นหลัก เพราะเหล่าฮีโร่นั้นคนดูรู้จักกันดีอยู่แล้ว กลายเป็นตัวร้ายที่มีมิติมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ใหม่อะไรแต่ก็ทำให้หนังมันสนุกขึ้นและดีกว่าการได้ดูแต่ซีนแอ็คชั่น เป็นหนังฮีโร่ที่ตัวร้ายเด่นจนคนดูอยากเอาใจช่วย

ยังคงมีกลิ่นอเมริกันฮีโร่ซ้ายๆ ที่คราวนี้ตัวร้ายเป็นพวกขวาๆตามยุคสมัย นี่อยากดูภาคต่อไวๆ อยากรู้ว่าจะคลี่คลายลงเอยแบบไหน ซ้ายปราบขวาแบบเซ็งๆ หรือขวาพิฆาตแล้วปรับสมดุลโลกไปอีกแบบ

ถึงจะชอบจักรวาลนี้หรือไม่ก็ตาม มันก็น่าชมเชยไม่ใช่น้อยที่ใน10ปีของหนังชุดนี้มันวางรากฐานจนแข็งแรงได้มากๆขนาดนี้

หักคะแนนการทำให้ฮัคก์กลายเป็นตัวตลก อีสัด มันใช่เรื่องไหม? (ด่าไปถึงอีก Ragnarok ด้วย)

Advertisements