Film I’ve seen in August 2017

12/08/17 – Marie Antoinette (Sofia Coppola/ US, France, Japan/ 2006) – 4/5

วันแม่เลือกดูเรื่องนี้ ก็เพลิดเพลินดี โปรดักชั่นดีไซน์งดงามจนตะลึง แถมใช้เพลงโพสต์ร็อคก็ทำให้ดูเปรี๊ยวและเราก็ชอบเรื่องราวผลกระทบจากจารีตประเพณีอันแสนน่าเบื่อต่อเด็กสาวซื่อๆคนหนึ่ง

 

 

14/08/17 – Snake and Earrings (Yukio Ninagawa/ Japan/ 2008) – 3/5

ดูจบแล้วอยากหาหนังสือมาอ่านเทียบดู (แต่ก็นั้นแหละ คงไมได้อ่านหรอก) เหมือนหนังมันแห้งๆแล้งๆยังไงชอบกล บางช่วงตอนเหมือนโดดข้ามเหตุการณ์สำคัญอะไรบางอย่างโดยใช้นาเรทีฟมาช่วยแทน มันไม่สุดทั้งๆที่เราว่ามันไปได้อะ

 

 

17/08/17 – Baahubali 2: The Conclusion (S. S. Rajamouli/ India/ 2017) – 4/5

ยอมแล้ววว อะดรีนาลีนหลั่งไหลหมดร่างแล้วจ้าาาา

ดูจบสองภาคก็สรุปได้ว่าเราชอบความเล่นใหญ่แบบไม่แคร์เวิร์ลของหนังแบบสุดๆ อีพิคสุดลิ่มทิ่มประตูด้วยโครงสร้างแบบละครจักรๆวงศ์ๆ แถมภาคนี้เพิ่มความพีคขึ้นไปอีกด้วยเรื่องราวแม่ผัว-ลูกสะใภ้ มันเลยสุดขีดในทุกทางจริงๆ ขนาดซีนล่องเรือหงส์ที่แม่งหลุดโลกในหนังไปเลยเรายังชอบเลย ยอมๆ

เสียดายอยู่นิดเดียวตอนช่่วงท้ายที่เป็นเรื่องยุคปัจจุบันมันดร๊อปไปหน่อย ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มันส์นะ มันมันส์สัดเหมือนเดิมเพียงแต่ก่อนหน้านั้นมันมันส์สัดดดดดดกว่าหลายเท่าตัวนักตะหาก

19/08/17 – Lilya 4-Ever (Lukas Moodysson/ Sweden/ 2002) – 3/5

หนังเล่าเรื่องชีวิตเห้ๆของเด็กสาวอายุ 16 ชาวเอสโตเนียที่ผู้เป็นแม่ย้ายไปอยู่อเมริกากับผัวใหม่แล้วทิ้งเธอไว้ลำพังโดยไม่มีการติดต่อใดๆ เจอคุณน้าที่เหมือนจะมาช่วยเหลือแต่ที่แท้คือมาเอาประโยชน์จากเธอ มีเพื่อนหญิงที่ใส่ร้ายเธอ เพื่อนชายที่กระทำชำเราเธอ สิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงการใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสาร หากาวมาดมและคุยเปิดอกกับเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอผู้ที่สถานะไม่ต่างกัน เฝ้าฝันถึงชีวิตที่ดีกว่า จนมาได้พบกับชายหนุ่มชาวสวีเดนผู้ที่เหมือนจะทำให้เธอหลุดพ้นจากความจน จากชีวิตเส็งเคร็ง แต่สุดท้ายมันก็เป็นได้แค่ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

หนังดีทีเดียว หม่นมืดระคนเศร้า เพียงแต่การได้ดูมันช้าไปทำให้พลังของมันลดลงไปพอสมควร บริบของประเทศหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตและกับเรื่องการค้ามนุษย์มันเลยไม่แรงเท่าที่มันควรจะเป็น

ชอบความสันพันธ์ระหว่างตัวละครหลักกับเด็กผู้ชายมากๆ และการติดปีกในช่วงท้ายก็ทำให้นึกถึง Wings of Desire ของวิม เวนเดอร์

20/08/17 – Kong: The Skull Island (Jordan Vogt-Roberts/ US/ 2017) – 2/5

ข้อดีเดียวของหนังที่เราชอบคือสไตร์กับโปรดักชันแบบยุค ’70 พวกการใช้เพลงกับองค์ประกอบต่างๆของมัน

แต่ที่เหลือคือความว่างเปล่า มัน blank ไปเสียทุกภาคส่วน การมีอยู่แทบทุกอย่างในหนังไร้ซึ่งความน่าสนใจ ไม่มีอะไรให้อยากตามไปกับหนัง ไม่มีอะไรให้คิดสารตะทั้งสิ้น มันเหมือนมีไว้เพื่อเป็นเพียงแค่หนังเปิดจักรวาลสัตว์ประหลาดครองโลกเสียมากกว่า

 

21/08/17 – #BKKY (นนทวัฒน์ นำเบญจพล/ ไทย/ 2017) – 3/5

แม้ว่าเราจะไม่อาจนับร่วมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครและเรื่องราวในหนังได้เลย (คือกูอายุเลยมาเยอะแล้ว และแม้ว่าจะโตในกรุงเทพฯแต่ก็เหมือนโตมาคนละโลกกับตัวละครในหนังอยู่ดี) แต่เรากลับเพลิดเพลินกับหนังมากๆ มากเสียจนเกิดความเสียดายแบบสุดๆว่าหนังมันสั้นจังเลย จริงๆมันน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ เยอะกว่านี้อีกอะ ช่วงท้ายที่มันรวบรัดตัดความเราเลยเสียด๊ายเสียดาย

โอเคล่ะว่าวิธีการเล่าเรื่องราวแบบผสมระหว่าง doc กับ fiction มันไม่ได้ใหม่แต่ในหนังเรื่องนี้มันทำออกมาได้สนุกมาก แต่ก็นั้นแหละอย่างที่เรารู้สึกว่ามันไปได้มากกว่านี้โดยเฉพาะเรื่องเล่าของ doc ที่มันน่าสนใจมากๆแถมยังครอบคลุมไปหมดทั้งโลกทรรศน์ไม่ว่าจะการศึกษาหรือสังคมรวมถึงความคิดอ่านของวัยรุ่นของยุคสมัยปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่ทั้งหมดทั้งมวลมันถูกตีกรอบให้แคบลงด้วย fiction ซึ่งก็เข้าใจแหละว่ามันอาจจะเป็นการยากหากจะเอาเรื่องราวส่วนของ doc ทั้งหมดมาเล่า แต่การที่ส่วนหนึ่งไปไกลมากกว่าอีกส่วนมากๆมันเลยเป็นที่น่าเสียดายมากๆเช่นกันสำหรับเรา

ปล. เสียดายจังที่เนเน่ไม่ได้ถูกสานเรื่องต่อ 555

21/08/17 – Twilight Over Burma (Sabine Derflinger/ Austria/ 2015) – 2.5/5

จริงๆก็มีปัญหากับความดำ-ขาวแบบไม่กระมิบกระเมี๊ยบใดๆของหนังแหละ แต่ก็ถือว่ายกประโยชน์ให้เพราะมันทำมาจากหนังสือที่ผู้เขียนก็เป็นตัวเอกของหนังเองนี่แหละ เราเลยได้เห็นความสวยเว่อร์วัง(ทั้งภาพความเอ็กซ์โซติกและแนวคิด) และความเลวทรามแบบสุดขั้วกันไปเลย

อย่างไรก็ตาม การถูกแบนของหนังทั้งในพม่าและไทยก็บ่งบอกได้ดีกว่าเรายังไม่ก้าวผ่านไปไหนเลย

 

22/08/17 – 1966 My Time in the Red Guards (Wu Wenguang/ China/ 1993) – 4/5

สารคดีเแบบ Talking Head สัมภาษณ์คนที่เคยเข้าร่วมในขบวนการยุวชน Red Guard ในยุค ’60 ช่วงเวลาของการปฏิวัติวัฒนธรรมของเหมาเจ๋อตุง เล่าเรื่องราวของอารมณ์ ความนึกคิด ความเชื่อและแนวทางที่ถือปฏิบัติตั้งแต่เริ่มต้น ระหว่างและหลังของเหตุการณ์

เราอาจเคยรับรู้อยู่ก่อนแล้วถึงความเลวร้ายของ Red Guard และเหตุการณ์การปฏิวัติวัฒนธรรมของเหมาฯ แต่ในสารคดีเรื่องนี้มันจะนำพาให้เราได้รับรู้มากขึ้น รับรู้ในสิ่งที่เราคิดไม่ถึงมากมาย อาทิ เรดการ์ดคือกลุ่มที่ถือความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมของสังคม แต่การเป็นเรดการ์ดกลับมีชนชั้นของมันเองอันกลายเป็นสิ่งย้อนแย้งอย่างรุนแรง หรือกับการพยายามยึดถือ บิดเบือน ความคิด ความเชื่อเพื่อให้เข้าทางความคิดของตนเองโดยใช้ข้ออ้างของการจงรักภักดีต่ออุดมการณ์มารองรับ อันส่งผลไปสู่การกำจัดครูในโรงเรียนหรือแม้แต่เพื่อนของตัวผู้สัมภาษณ์เอง

และความพีคก็มาถึงขีดสุดเมื่อหนังย้อนกลับมาถามถึงความรู้สึกของเหล่าผู้ถูกสัมภาษณ์ในฐานะผู้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ บ้างรู้สึกผิดบาป บ้างรู้สึกผิดบาปกับสิ่งที่ทำแต่กลับภูมิใจในประสบการณ์ที่ได้รับ บ้างไม่แม้จะรู้สึกผิดใดๆ

เพลงป๊อบสุดท้ายของหนังที่พูดถึงการเดินทางของเข้าปักกิ้งของกลุ่มเรดการ์ด้วยความหวังในปี 1966 นั้นทำเอาอื้ออึง

https://media.ed.ac.uk/media/1966+My+Time+in+the+Red+Guards/1_v9j2gofv

26/08/17 – Murderer (Chow Hin Yeung Roy/ HK/ 2009) – 2/5

หนังมันน่าติดตามตั้งแต่เริ่มเรื่อง การไล่ตามหาตัวฆาตกรต่อเนื่องที่ทุกหลักฐานมักจะวิ่งมาหาตัวเอกอยู่ตลอดเวลา เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องการมาคาดเดาว่าใครคือฆาตกร แต่คือการดูมนุษย์คนนึงค่อยๆกลายเป็นปีศาจ

แต่แล้วการทวิสต์แบบหลังหักเป็นเสี่ยงๆของหนังก็ทำลายหนังไปหมดสิ้น โอ้โห ใช้ทางลงแบบนี้ก็ได้หรือ???

อย่างไรก็ตาม กัวฟู่เฉิน สุดขีดมาก อันนี้ดี

28/08/17 – Siphayo AKA. Dismay (Joel Lamangan/ (Philippines/ 2016) – 3/5

หนังเริ่มด้วยคนในครอบครัวพาผู้เป็นแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งและใกล้ตายกลับไปอยู่บ้าน ระหว่างทางก็แวะที่ผืนนาของตัวเองพร้อมสั่งเสียให้ลูกชายทั้งสองคนช่วยเหลือผู้พ่อผู้เป็นเจ้าของโรงสีข่าวที่ร่วมหุ้นกับน้องชายพ่อ แล้วที่บ้านก็ยังมีอีกหนึ่งสาวผู้เป็นคู่หมั่นของพี่ชายคนโตอาศัยอยู่ด้วย ก่อนแม่ตายจากไปไม่กี่วัน ผู้พ่อได้จ้างนางพยายามสาวสวยมาช่วยดูแลแม่

แต่เรื่องสำคัญมันคือหลังจากแม่ตายไปแล้วตะหาก พยาบาลสาวสวยกลายเป็นเมียของพ่อไปซะงั้น ลูกชายทั้งสองเลยเดือดซิ เลยหาทางแก้แค้น แล้วไหนจะปัญหาเรื่องที่นากำลังจะโดนกว้านซื้อจากนายทุนใหญ่ ไหนจะปัญหาข้าวที่เจอข้าวนำเข้าผิดกฏหมายมาตีตลาด ไหนจะส่วนแบ่งโรงสีที่ผู้น้องพยายามทวงอีก ปัญหาภายนอก ที่กอปรกับปัญหาภายใน ที่ท้ายที่สุดก็ลงเอยอย่างน่าเศร้า……หรือเปล่า……

เล่ามาเสียยืดยาวก็เพียงเพราะจะบอกว่าชอบในความบ้านๆของมัน เป็นหนังดราม่า-ทริลเลอร์แบบปัญหาครอบครัว&ชีวิตรันทดซื่อๆ ไม่เล่นใหญ่แต่ก็ไมได้มาแบบเล็กๆ ทวิสท์ก็เก็บทุกช่องโหว่ของหนังได้หมด ถือว่าไม่เลว

จริงๆอยากรู้บริบทของหนังด้วยเหมือนกัน พวกเรื่องเหล่านายทุนห้างใหญ่ที่มากว่านซื้อที่ เรื่องข้าวนำเข้าผิดกฏหมายหรือกับงานแต่งงานที่ทำไมต้องแห่ปลัดขิก?

ส่วนใครอยากรู้ว่าโป๊ไหม ตอบว่ามี และเห็นว่านางเอกได้รางวัลจากเรื่องนี้ด้วยนะ

สปอร์ย: ทั้งหมดคือแผนการของลูกชายคนเล็กกับนางพยาบาลสาวในการฮุบสมบัติทั้งหมดของครอบครัว

31/08/17 – Okja (Bong Joon-ho/ South Korea, US/ 2017) – 2.5/5

ยอมรับว่ารู้สึกสนุกไปกับหนัง กัดแทะเละเทอะ ทุนนิยม NGO สื่อ การโฆษณา การสร้างภาพลักษณ์ บลาๆๆๆ

แต่แน่นอนว่าเรามีปัญหากับหนังด้วยเหตุผลง่ายๆคือเราไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับตัวเอก เราเชื่อในความโหดร้ายมากกว่าความสวยงามโรแมนติกไซร์แบบนี้

ชอบที่สุดนอกจากความสนุกก็คงเป็นการเอานักแสดงดังๆมาเปลี่ยนภาพลักษณ์กับน้องนางเอก เล่นดีมาก

สุดท้าย อยากลองแดกเนื้อซูเปอร์พิกบ้าง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s