รักที่ขอนแก่น (Cemetery of Splendour)

Cemetery of Splendour (Apichatpong Weerasethakul/ Thailand/ 2015)

large_ntSaGFGT0fK22SDdyFgkxMPTNic

รอบแรก:

ตอนที่ดูเราไม่สนใจมิติอื่นใดมากนักนอกจากตัวเรื่องและการเล่าเรื่อง วิธีการที่พี่เจ้ยแสดงออกมามันประหลาดมาก แต่กลับมีสเน่ห์จับใจเราอยู่หมัด มันแสบสันต์และยียวนด้วยในที ชอบตัวละครป้าเจนมากๆผู้ที่เป็นนักรัก(แถมเป็นนักรักทหารเสียด้วย) ซีนพบเจ้าแม่สองพี่น้องสุดขีดมากและซีนการจำลองซ้อนทับภาพจริงและภาพฝันในพื้นที่ทับซ้อนของประวัติศาสตร์ในช่วงท้ายตราตรึงเรามากๆที่มันเล่นกับสายตาและจินตนาการของคนดู

ในบทนำของหนังสือ “”เกียวโตซ่อนกลิ่น” ที่พี่เจ้ยเป็นผู้เขียน พี่เขาบอกว่าประเทศไทยมันมีนาฬิกาอันหนึ่งที่มันมักวิ่งกลับหลังไปยังอดีตบ้างก็เดินไปข้างหน้าสลับกันไป ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเอามาเป็นคีย์หลังของหนังได้เลย ประวัติศาสตร์ที่ซ้อนทับกันบนพื้นที่และผู้คนในพื้นที่นั้นผ่านความฝัน-ความจริงอันแสนเลือนลาง ดั่งการเดินถอยหลังของนาฬิกาของปัจจุบันและการเดินหน้าไปของนาฬิกาในอดีต ความรุ่งเรืองสมบูรณ์แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาแต่อดีตก็ยังคงส่งผลกระทบกับผู้คนในปัจจุบันผ่านความล้มเหลวของการศึกษาหรือกับระบบการปกครองอันล้มเหลวตกยุค

“รักที่ขอนแก่น” ที่นอกจากเป็นเรื่องรักของผู้คน ของพื้นที่ ของความเชื่อความศรัทธาแล้ว มันยังคือการขุดหลุมลงไปหาอดีต(ทั้งในแง่พื้นที่และจิตสำนึก) เพื่อเปรียบเปรยกับปัจจุบัน ผ่านผู้คนผู้ที่ทำได้ก็เพียงการเข้าหาทฤษฏีสมคบคิด เข้าหาสิ่งเหนือจริงเพื่อการประโลมใจได้เพียงแค่นั้น หรือไม่ก็หลับไหลไปตลอดกาล เพราะการขุดที่ว่ามันกำลังถูกฝังกลบลงอีกครั้งโดยทางการ

…………………………………..

รอบสอง:

ดูอีกรอบก็ยังรื่นรมณ์ มีความสุขมาก แต่ด้วยการดูรอบนี้เราพยายามจับประเด็นอื่นๆมากขึ้น ก็พบว่ามันเศร้าไปด้วยในที

อย่างที่พี่เจ้ยเคยบอกว่าไอ้ประเทศนี้มันเหมือนคนกำลังหลับฝัน แล้วหนังมันก็แยกออกเป็น 2 พาร์ตตามสไตร์ของพี่เจ้ย เราพบว่าครึ่งแรกของหนังคืออาการตื่น ส่วนครึ่งหลังนี่คือก่ำกึ่งในอาการกึ่งกลับกึ่งตื่น อาการตื่นเราเห็นไฟสีแดง เขียว น้ำเงิน แต่พอตอนหลับเรากลับเป็นสีเหล่านั้นเป็นอื่น(ตามนัยยะที่ชัดเจนของสีเหล่านี้นั้นแหละ)ปกคลุมอยู่ในทุกพื้นที่, ยามตื่นเราเห็นตัวประหลาดลอยน้ำเคียงข้างกังหันน้ำที่ตราตรึงในสมองและหัวใจของป้าเจน ยามฝันเราเห็นสัตว์เซลล์เดียวขนาดใหญ่ลอยคลุมอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางเสียงตีน้ำของกังหันน้ำ (ตามนั้นแหละค่ะ)

รวมไปถึงเหล่าป้ายคำคมต่างๆในช่วงครึ่งหลังที่ค่อนข้างชัดว่าส่งถึงคนชั้นกลางทั้งหลาย

มันจึงไม่แปลกอะไรที่พอป้าเจนได้เห็นทุกอย่างแล้ว จึงได้บอกให้อิฐมีอายุยืนยาวแล้วเก็บเวลาไว้ใช้ในอนาคตที่ดีกว่า

แล้วพี่เจ้ยก็มาย้ำตะปูซ้ำอีกครั้งในช่วงท้ายด้วยการเล่าความฝันถึงภูเขาอิฐแตกยอดสูงเสียดฟ้าแลน่ายำเกรงและกำแพงที่ถ้าถล่มลงมาคงเป็นภาพที่สวยงามมาก

พอหนังจบมันก็ยากจริงๆที่จะเชื่อว่าเราตื่นอยู่

ปล. น่าสนใจที่เหล่าไฟของเครื่องช่วยนอนหลับนั้นไม่มีสีขาว เพราะนัยหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ความหมายทางการของสีขาวตามที่คนไทยรับรู้นั้นไม่มีความหมายกับผู้คนในหนังโดยสิ้นเชิง

5/5

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s