Film I’ve seen in March 2016

01/03/16 – Zootopia (Byron Howard,Rich Moore,Jared Bush/ US/ 2016) – 4/5

สนุกจังเลย สนุกทั้งกับการเซ็ตอับโลกของมัน เส้นเรื่องของมันและกับการเอาไปแนบเคียงทางสังคมโน่นนี่นั้นไปเรื่อยๆในโลกจริง บทมันฉลาดดีที่เอาเรื่องหนักๆอย่างสังคมการเมืองไปใส่ไว้หนังการ์ตูนสีสันจัดจ้านเพื่อทำให้มันเข้าใจได้ง่ายขึ้น ปรับทัศนคติผิดๆตามที่คนเชื่อๆกันให้หมุนไปหาความเท่าเทียมมากขึ้น โอเคละว่ามันไม่ได้คมกริบ แต่เราว่ามันทำและริเริ่มได้ดี

ตามชื่อของหนัง Zootopia คือเมืองที่สรรพสัตว์ทั้งหลายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ (Zoo + Utopia) ไม่ว่าจะกินเนื้อหรือเคี้ยวเอื้องกินพืช แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดที่มีสัตว์หายไป เจ้าหน้าที่ฮอป กระต่ายสาวผู้มุ่งมั่นในการเป็นตำรวจเพื่อรักษาความถูกต้องและสงบสุขจับพลัดจับพลูเข้ามาทำคดี โดยมีผู้ช่วยเป็นไวด์ หมาจิ้งจอกหนุ่มโจรกระจอก ก่อนที่การสืบคดีจะค่อยๆนำพาไปแวดล้อมกับเรื่องทางสังคมและการเมืองมากมาย

เราชอบที่หนังมันเอาเอกลักษณ์ของสัตว์ชนิดต่างๆมาเล่นในสองระนาบ ระนาบแรกคือการนำมาเปรียบกับลักษณะบุคคลหรืออาชีพ อาทิ สล๊อตผู้เชื่องช้าในหน่วยงานรัฐ เหล่าตำรวจผู้แข็งแรงบึกบึนจากทุ่งหน้าสะวันน่า ราชสีห์ผู้ปกครองเมือง หรือกับดอนคอร์เลโอเนที่มาในรูปลักษณ์ของหนู ส่วนอีกระนาบคือการสเตอริโอไทป์ อย่างความโง่และอ่อนแอของกระต่าย หรือความเจ้าเล่ห์ของหมาจิ้งจอก รวมไปถึงภาพใหญ่อย่างสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อที่หนังใช้มาเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของเส้นเรื่อง

แล้วไอ้เรื่องสัตว์กินพืช-กินเนื้อ มันก็ทำให้เราคิดถึงเรื่องเพศสภาพไปแบบไม่ได้ตั้งใจ (เมีย-ผู้) ซึ่งมันก็เป็นเรื่องเล่าทั่วๆไปที่เริ่มจากโลกที่ชายเป็นใหญ่ก่อนจะจบที่ความสมดุลซึ่งหนังมันก็พยายามจะทำให้ภาพตรงนี้มันชัดด้วยการใส่ตัวร้ายแบบในหนังเข้าไป แต่น่าแปลกอยู่อย่างที่เราไม่เห็นสัตว์กินเนื้อที่เป็นเพศเมียเลยแฮะ (ไม่ใช่ประเด็นอะไร แค่สงสัยเฉยๆ)

น่าจะมีภาคต่อแน่นอน สองตัวละครหลักแม่งจิ้นได้ใจมาก

03/03/16 – Wakamono Tachi (Shigemichi Sugita, Isamu Nakae, Michiko Namiki/ Japan/ 2014/ TV series) – 3/5

ในที่สุดก็เอาจนจบจนได้ ยอมรับเลยว่าทรมานมาก 555 ละครที่บิ๊วแล้วบิ๊วอีกจนกูเหนื่อยแทน

ข้อมูลหนังไปอ่านในพันทิปเอาละกัน http://pantip.com/topic/32408963

เป้าประสงค์ของละครคือการสร้างกำลังใจและแรงผลักดันในการใช้ชีวิตให้กับเหล่าวัยรุ่นผู้หลงทาง (ประโยคนี้ดึงมาจากเนื้อเพลงประกอบเลย) พี่น้องห้าคนต่างแบล็คกราวด์ชีวิต มีเรื่องราวยากลำบากแตกต่างไปในแต่ละคน ซึ่งมันก็พูดถึงความยิ่งใหญ่ของความสัมพันธ์(ในที่นี้คือครอบครัวพี่้น้องที่ไม่มีพ่อแม่) การแก้ปัญหากับชีวิตอย่างมีสติ การมองความเลวร้ายอย่างมีความหวัง กำลังใจและการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลของละครมันเอนเอียงไปแบบขวามากๆ มันอนุรักษ์นิยมแบบสุดๆไปเลย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดีนะ มันก็ทำหน้าที่ตามเป้าประสงค์ของมันได้เข้าเป้านั้นแหละ

คนที่ไม่ชอบดราม่าน้ำตาแตก(แบบเรา)ก็อาจจะเฉยๆ ส่วนใครชอบเสพก็เชิญได้เลย (แต่ EP สุดท้ายเราก็ไม่รอดเหมือนกันนะ)

ออ จริงๆดู ยู อาโออิ หรือ ไอ ฮาชิโมโต้ ก็คุ้มละ

20/03/16 – Hot Girls Wanted (Jill Bauer, Ronna Gradus/ US/ 2015) – 3/5

ในอเมริกาจะมีบรรดาสาวรุ่นเดินเข้าสู่อุตสาหกรรมหนังโป๊ทันทีเมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ในทุกๆวันไม่เคยขาด เพราะด้วยรายได้ที่มากเกินจะคาดคิดและชื่อเสียงต่างๆมากมาย แต่แน่นอนมันก็ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆอย่างพอๆกัน

นี่คือสารคดีที่พูดถึงสาวๆในอุตสาหกรรมหนังโป๊กลุ่ม Amateur Porn ที่ว่ากันว่าเป็นวงการหนังโป๊ที่ทำเงินมหาศาลและมีการกดคลิ๊กเข้าไปดูมากกว่าเวบไซด์ดังๆต่างๆทั่วโลกเสียอีก โดยตามติดและสัมภาษณ์นักแสดงหน้าใหม่กลุ่มหนึ่งที่เพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่วงการ พาไปพบความเป็นจริงที่มันเลวร้ายกว่าที่คาดคิด ทั้งกับการแสดงที่ต้องกล่ำกลืนฝืนทน ข้อเสนอสุดพิสดารหรือแม้แต่กับการต่อสุ้กับนักแสดงคนอืนๆที่ก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมอย่างไม่เคยขาด

ส่วนตัวเราไม่ได้ส่นใจที่ตัวซับเจกค์ของหนังเท่าไหร่ มันอนุรักษ์นิยมน่าเบื่อ แต่เราสนใจในตัวอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มันเอื้อต่อตัวอุตสาหกรรมมากกว่า อย่างการใช้ทวิสเตอร์ในการโปรโมตตัวเองของสาวๆเพราะเป็นโซเชียลที่ไม่มีกฏเรื่องภาพโป๊เปลือย การโยกย้ายฐานการผลิตหนังโป๊จากแอลเอไปไมอามี่เพราะกฏหมายเรื่องการใช้ถุงยางในหนังโป๊เพื่อรองรับตลาดที่คนดูชอบดูแบบเอาสด หรือกับแนวทางของหนังแบบ Abused Porn ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงมากในปัจจุบันอันเป็นการตั้งคำถามและตอบสนองถึงความรุนแรงทางเพศได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง

ในหนังมีสาวรุ่นพี่นางหนึ่งบอกไว้ว่า “พวกเราก็เหมือนกระดาษเปล่าๆใบนึง ส่วนอีวงการนี้มันก็เป็นกระดาษที่ทากาวไว้ แล้วพอเราเข้าไปแล้ว ตอนจะออกมาเราก็ต้องติดคราบกาวออกมาด้วย” ซึ่งก็เป็นการสรุปหนังได้ทั้งเรื่องนั้นแหละ

23/03/16 – S21 – The Khmer Rouge Killing Machine (Rithy Panh/ Cambodia/ 2003) – 5/5

ดูซ้ำอีกรอบหลักจากมีโอกาสไปคุกตวลสแลงมาเมื่อสัปดาห์ก่อน เอาจริงๆตอนดูรอบแรกก็หนักสาหัสสากันแล้ว แต่การได้ไปถึงที่เกิดเหตุจริงๆแล้วกลับมาดูอีกรอบ เรารู้สึกว่ามันหนักหนากว่ามากๆ

ด้วยความที่คุกตวลสแลงจริงๆนั้นมันเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยความหดหู่ คือทุกห้อง ทุกผนังหรือแม้แต่กระเบื้องปูพื้นทุกแผ่นมันมีความหลังทั้งหมด มีเรื่องราวทั้งหมดและมันรุนแรงเอามากๆ คือใครที่ได้ไปแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยถือว่าเกินมนุุษย์จริงๆ แถมการที่ต้องเดินผ่านสายตานับร้อยๆคู่ของภาพถ่ายของเหยื่อในเหตุการณ์ตอนนั้นก็เป็นประสบการณ์ที่จดจำไม่ลืมจริงๆ หดหู่มาก

ซึ่งการที่ได้ไปเห็นของจริงๆ สถานที่จริงๆที่มีในอยู่สารคดีเรื่องนี้มันเลยสั่นสะเทือนเราอย่างรุนแรง ทั้งภาพวาดจริง การได้รับรู้ถึงขนาดของห้องขัง รอยบนผนัง คราบเลือดบนพื้น กระเบื้องปูพื้นเหลือง-ขาวที่ว่ากันว่าเท่าๆกับจำนวนของคนที่ตาย ณ สถานที่แห่งนั้น ปอกรกับตัวสารคดีที่เป็นการนำเหยื่อมาเผชิญหน้ากับผู้คุม (คล้ายๆ The Look of Silence) ด้วยเรื่องเล่าของเหยื่อและการสาธิตวิธีการทำงานของผู้คุมที่ให้เราจินตนาการพ้องไปกับสถานที่จริงๆที่ไปมา มันยิ่งทำให้เรากระอักกระอ่วน

การได้ไปดูเห็นสถานที่จริง กลับมาดูสารคดี แล้วก็ไปหาอ่านเรื่องราวหรือประวัติที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์นั้นๆแบบตั้งใจ ก็ทำให้เข้าใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุมีผลของมันเสมอในเงื่อนไขที่มีอยู่ ณ ขณะนั้นที่ไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดหรอกว่าทางที่เลือกนั้นมันจะพาเดินไปทางไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้และรู้ๆกันดีอยู่แล้วก็คือการยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว เรียนรู้กับมันซะ และอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก แต่ก็นั้นแหละ บางทีแค่การยอมรับความจริงเรายังทำกันไม่ได้เลย

26/03/16 – Declaration of War (Valérie Donzelli/ France/ 2011) – 4/5

ชอบ Marguerite & Julien หนังเรื่องล่าสุดของ ผกก หญิงคนนี้มากๆที่ได้ดูในเวิร์ลฟิล์มเมื่อปีก่อน แล้วพอมาได้ดูเรื่องนี้ก็พบว่าหากจะมีผู้กำกับคนใดที่สามารถเล่าเรื่องในประเด็นหนักๆด้วยลีลาสุดแรดและจัดจ้านเผ็ดร้อนได้ดี เธอคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในนั้นสำหรับเรา

หนังเล่าเรื่องของคู่หนุ่มสาวกับการต่อสู้ในการรักษาลูกที่ป่วยเป็นมะเร็ง พาไปดูก่อนต่อสู้ในทุกวิธีการเพื่อประคับประคองให้ครอบครัวยังสมบูรณ์อยู่แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ซึ่งความโหดของหนังคือมันมาจากเรื่องจริงๆของตัวผู้กำกับและนักแสดงเองเลย เหมือนกับนำเรื่องเลวร้ายของตัวเองมาเล่ามาแสดงให้คนอื่นฟังได้เห็น และมันก็โหดยิ่งกว่าด้วยที่มันเล่าด้วยสไตร์จัดจ้านร้อนแรงอย่างที่ว่า แบบบทจะรักโลกก็สว่างไสว บทจะเจ็บปวดก็วิ่งรอบโรงพยาบาลพร้อมกับเพลงเทคโนหรือไม่ก็ร้องเพลงคู่ปลอบใจกันเลยอะไรแบบนั้น คือในแง่ของคนดูที่มันดูหนังแค่สองชั่วโมงแล้วจบก็จบๆกันไป อาจมีคิดถึงหนังบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่พอมองในด้านของคนทำเองที่เล่าชีวิตตัวเองออกมาแบบนี้ เราว่าแม่งน่ากราบตีนมากๆ จิตใจแม่งต้องแข็งพอตัว

ความดีงามอีกอย่างคือการที่หนังมันสามารถนำพาและประคองอารมณ์คนดูได้ดีเหลือเกินทั้งๆที่มันเต็มไปด้วยจังหวะ, เหตุการณ์หรือสถานการณ์สุดๆมากมาย จากรักหวานเยิ้มไปจบลงที่ความหนักหน่วงในตอนท้ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอุ่นๆของคู่รักธรรมดาๆคู่หนึ่งและบุตรชาย

ปล. ชอบการใช้เพลงในหนังแบบสุดๆ ออ! แล้วกับบรรดาคนในครอบครัวที่เฮโลกันไปโน่นนี่นั่น นี่ก็ชอบมาก

27/03/16 – ฝากไว้..ในกายเธอ (โสภณ ศักดาพิศิษฏ์/ ไทย/ 2014) – 3/5

อาจด้วยทำใจไว้ก่อนแล้วเลยพบว่ามันก็ไม่ได้แย่มากนี่หว่า อย่างน้อยมันก็ไม่จบแบบในหนังของ GTH ที่มักเป็นและทำเอาหงุดหงุดได้เสมอ (แต่มาดูเอาตอนนี้ก็เฉยๆแล้วล่ะ หลังการมาของฟรีแลนซ์ฯ) แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันดีเพราะเอาเข้าจริงเรามีปัญหาติดกับมันยุบยับเต็มไปหมด

หนังมันแบนจังเลย ตัวละครแบน เรื่องแบน ที่สามารถเล่าจบได้ในบรรทัดเดียว (มีแต่ซิกแพ็คที่นูน) เหมือนกะขายแค่นักแสดงที่ดังมากจากฮอร์โมนฯในช่วงที่หนังมันออกฉายแค่นั้น กอปรกับการมาสั่งสอนคนดูแบบหลงยุคด้วยการโยนมันลงไปบนตัวละครโง่ๆ (อีซีนเข้า FB นี่กูหัวเราะดังมากกกกก)

ส่วนพวกฟังก์ชั่นแบบหนังผีนั้นส่วนตัวเราไม่อินหรือรู้สึกกับหนังแนวนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เราเลยเฉยๆกับการที่ผีในหนังมันไม่น่ากลัว มันไม่ตุ๊งแช่หรือแม้แต่เร้าอารมณ์ใดๆ ไม่แม้แต่การเปรียบเปรยผีกับสิ่งอื่นๆ แล้วก็เหมือนว่าหนังมันก็ไม่ได้มีฟังก์ชั่นที่ว่านี้อยู่ด้วยซ้ำ ผีในเรื่องเพียงแค่มารบกวนตัวละครแบบโง่ๆ แค่นั้น

แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกมึงๆถึงไม่ชอบเปิดไฟ จะทอดไข่ก็ไม่เปิดไฟ จะอัลตร้าซาวด์ก็ไม่เปิดไฟ ชอบอยู่ในที่มืดๆกันจัง จนกว่าจะมีอะไรแปลกๆนั้นแหละมึงถึงคิดได้ว่าต้องเดินไปเปิดไฟ ฮึ่มๆๆ

เอาล่ะ แต่ยังไงเราก็ชอบแรงขับของอีตัวละครเอก แต่ก็ชอบแค่แรงขับนะ ไม่ใช่การกระทำโง่ๆของมัน

ปล. ลัดดาแลนด์ดีกว่าในทุกแง่

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s