Month: January 2016

Ghosts of Cité Soleil (Asger Leth, Milos Loncarevic/ Denmark, US/ 2006)

ghosts-of-cite-soleil_t104579_jpg_290x478_upscale_q90

ข้อมูลหนังในช่วงต้นและข้อมูลที่เราไปหาเพิ่ม เค้าว่าประเทศไฮติ(เฮติ)เป็นประเทศแรกของโลกที่มีการปกครองด้วยคนผิวดำด้วยกันเองหลังจากเป็นเอกราชจากฝรั่งเศษ แต่น่าเศร้าที่การปกครองส่วนใหญ่เป็นแบบเผด็จการ ตัดมาที่ปี 2004 ช่วงเวลาที่ ฌ็อง-แบร์ทร็อง อาริสตีด เป็นผู้ปกครองประเทศ ยุคที่มีการจับกุมฝ่ายตรงข้ามเป็นว่าเล่นและเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่น อันเป็นปีสุดท้ายของเขาก่อนโดนปฏิวัติขับไล่จากฝ่ายกบฏที่ได้รับการหนุนหลังโดยอเมริกา

เรื่องราวในหนังคือเรื่องของกลุ่มแก็งคนจนผู้ได้รับขนานนามว่า ชิเมอร์ส ที่แปลว่า ผี ในภาษาไฮติ ในสลัมอันแออัดที่ชื่อว่า ซิตี้ โซเลล์, สถานที่ๆ UN บอกว่าเป็นสถานที่ๆอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก, กลุ่มเก็งผู้ได้รับการติดอาวุธพร้อมทั้งการดูแลอย่างลับๆจากอาริสติดเพื่อการสร้างสถานการณ์และช่วยต่อต้านฝ่ายกบฏ เข้าไปติดตาม 2 ใน 5 หัวหน้าแก็งใหญ่ที่เป็นพี่น้องกัน หนังเรื่องนี้คือเรื่องราวชีวิตของพวกเขา

ในระดับพื้นผิว ภาพยนตร์สารคดีเรื่องได้นำพาผู้ชมให้เข้าไปพบกับเหตุและผลกระทบอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเรื่องของการเมือง โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเหล่าคนจนด้อยโอกาส เหล่าคนที่ไม่มีสิทธิ์เลือกมากนักกับโอกาสที่เข้ามาเพียงน้อยนิดอย่างการช่วยเหลือลับๆจากรัฐบาลเพื่อแลกกับการต่อกรกับเหล่ากบฏ จนในที่สุดการเมืองเหล่านี้มันได้ส่งผลต่อทัศนคติและความคิดของผุ้คนเหล่านี้ไป ถูกทำให้เชื่อว่าการมีปืนคืออำนาจ การปกครองคือความรุนแรงและชีวิตนั้นสั้นนัก จนเมื่อทุกอย่างล่มสลายพวกเขาก็ปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ไม่ได้อีกแล้ว

แต่ความดีเลิศอย่างที่สุดของหนังสารคดีเรื่องนี้คือความีเลือดมีเนื้อมากๆของเหล่าผู้คนในเรื่อง เพราะเอาเข้าจริงเรื่องราวผลกระทบทางการเมืองในหนังเป็นเพียงแค่พล๊อตรองที่ส่งผลกับพล๊อตหลักนี้อันว่าด้วยชีวิตของพวกเขาที่เต็มไปด้วยความรักและความฝัน พวกเขารักกัน มีความรักแม้จะกับคนผิวขาว มีภาวะรักสามเศ้า อยากที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น เป็นผู้นำชุมชนที่ดีและมีความฝันที่ชัดเจนอย่างการเป็นนักร้องเพลงแร๊ปของหนึ่งในหัวหน้าแก็งนาม 2Pac (ที่ได้ชื่อนี้มาจากนักร้องแร๊ปผิวสีคนดัง)

และอาการจุกอกของผู้ชมคือการมั่นใจแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่พวกเขาคิดและทำมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นจริงๆแน่ๆ แต่หนังกลับดึงความเป็นชีวิตเหล่านี้ให้โดดเด่นขึ้นเพื่อมาค้านกับความคิดของเรา เหมือนโดนกระแทกจนจุก แทบกระอักเมื่อในช่วงท้ายที่พวกเข้าถูกทิ้งขว้างแบบไม่ใยดีหลังจากอาริสติดโดนโค่นลงแล้วหนีไปแอฟริกาใต้ ทิ้งให้พวกเขาไร้ชะตากรรมพร้อมๆกับชีวิต ความฝันต่างๆที่พักทลายลงไปต่อหน้าต่อตา

แล้วหนังมันก็จบลงพร้อมๆไปกับความล้มสลายเหล่านั้นที่เล่นทำเอาเราน้ำตาซึม

ปล. ความดีงามอีกอย่างคือเพลงฮิปฮอปที่หนังใช้ โดยเฉพาะเพลงที่หนึ่งในตัวละครแต่งเองกับเพลงตอนจบ ดีงามมาก https://www.youtube.com/watch?v=5JIBUuQYUps

ปลล. เห็นในยูทูปมีหนังทั้งเรื่องเลย ดูได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=wW5FdyL7Lbo

5/5

Advertisements

My best short film of 2015

– ปีนี้ดูไปทั้งหมด 145 เรื่อง (น้อยมาก) ส่วนใหญ่เป็นหนังสั้นไทย

– ปีนี้เลยขอจัดแค่ลิสต์เดียว

– ขอยกหนังสั้นที่ได้ดูในงาน Wildtype 2015 ออก เพระไม่งั้นมันจะเยอะเกินไป (สามารถดูที่เขียนถึงงานนี่ได้ที่นี่ https://seamsee.wordpress.com/tag/f…

และนี่ก็คือที่สุดของภาพยนตร์ขนาดสั้นของเราในปี 2015

10. วันเวลาที่ผ่านเลยไป Somewhere Only We Know (วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์/ ไทย/ 2014)

9. มดลูกในตู้ปลา (ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล/ ไทย/ 2010)

8. Is There Are There (ญาณิศา พงศ์ชัยไพบูลย์/ ไทย/ 2014)

7. พฤษภาไม่นานก็คลี่คลาย (วัศยา บุญนัดดา/ ไทย/ 2015)

6. Phenomenon (ธีรนิติ์ เสียงเสนาะ/ ไทย/ 2012)

5. F aka. Friends Shift (บุญฤทธิ์ เวียงนนท์/ ไทย/ 2013)

4. Eggplant (Yangzi She/ US/ 2015)

3. เราชาวนาอยู่กับควาย (วชร กัณหา/ ไทย/ 2014)

2. I Can’t Tell You Why (อานันท์ ปากบารา/ ไทย/ 2013)

1. พิมานอากาศ (อุกฤษณ์ สงวนให้/ ไทย/ 2015)

Honorable Mentions:

1. งานแต่งของแพรว (เจนณรงค์ ศิริมหา/ ไทย/ 2015)

2. ดาริกา (ธีระวิชช์ ศรีศิริ/ ไทย/ 2015)

3. ภาพติดตา (พัฒนะ จิรวงศ์/ ไทย/ 2015)

4. นกตัวนั้นมันตายไปเองเฉยเฉย (ตุลยวัต สัจจะธีระกูล/ ไทย/ 2015)

5. Jumping (Tezuka Osamu/ Japan/ 1984)

Snap: ความทุกข์ของสลิ่มในภาวะหลังรัฐประหาร

Snap (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2015)

SNAP-premieres-images-du-nouveau-Kongdej-Jaturanrasmee-49900

 

นี่เป็นการดูรอบสอง ยังคงตายคาจอเหมือนเดิม ชอบมากกว่าเดิม น้ำตารืนกับฉากร้องไห้งานแต่งเพราะเราเกลียดวิถีแบบผึ้งมาก แต่ก็เข้าใจในภาวะของมันมากๆเหมือนกันที่มันขัดแย้งกันเอง อึดอัดจนต้องระเบิดออกมา

เรื่องอดีต ความทรงจำ หรือยุคสมัย เราก็ยังอินกับมันแต่ไม่ได้มีประเด็นอะไรเพิ่มเติมจากรอบแรกที่ดูเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เราได้เพิ่มเติมมาคือภาพแทนทางการเมืองไทยหลัง รปห ที่ชัดขึ้นจากรอบแรก

จากนี้เราเลยจะไม่พูดถึงเรื่องความทรงจำอะไรเลย จะลองตีค่าการเมืองของหนังดู แน่นอนมันเป็นแค่การตีความในความคิดของเราเองคนเดียว ใช้อ้างอิงอะไรไม่ได้

“ความทุกข์ของสลิ่ม ในภาวะหลัง รปห”

ผึ้ง เกิดมาพร้อมอภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าคนอื่น เป็นคนจำพวกห่วงหน้าตามากกว่าความจริง ดูได้จากรูปที่เธอโพสต์ลง ig, การทำเป็นไม่รู้จักบอยในช่วงแรก, การเล่าเรื่องการพบเจอกันกับพี่แมนที่ดูโรแมนติกสวยงาม(แต่จริงหรือเปล่านี่อีกเรื่อง) หรือกับ 8 ปีที่กับตัวเองรู้สึกว่า “แค่ 8 ปีเองหรือว่ะ!” แต่บอกกับคนอื่นว่า “ตั้ง 8 ปี 1/3 ของชีวิตหนูแล้วนะค่ะ” เธอสมยอมกับอำนาจ(พี่แมน)แบบไม่แน่ใจนักและมักยกตนอยู่เหนือคนอื่นแบบไมรู้ตัว (ซีนร้านทำผม “ขโมยบ้านเราแล้วยังขโมยชื่อเราอีก”) สำหรับเราเธอคือตัวแทนของคนที่ถูกเรียกว่าสลิ่ม คนที่ความคิดแบบนึงแต่การกระทำไปอีกแบบนึง ซึ่งในที่สุดเธอก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบกับการโดนอำนาจ(พี่แมน)กดทับกับอดีตที่ไม่หวนกลับและแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว เป็นสลิ่มแบบที่เพื่อนของเธอโดนตราหน้านั่นแหละแต่เธอน่าเศร้ายิ่งกว่าตรงที่เธอไม่รู้ว่าตัวเองว่าเป็น และไม่รู้ตัวด้วยว่า รปห คือสาเหตุเหตุหลักของชีวิตเธอ

บอย คือคนธรรมดาที่ไม่ได้มีสิทธิ์พิเศษใดๆ เข้ามาทำงานในเมืองหาเงิน รปห กระทบต่อชีวิตบอยสองเรื่องคือการทำให้ต้องแยกจากผึ้งและการทำให้พ่อป่วยออดๆแอดๆ เป็นคนธรรมดาที่โดนไปเต็มๆสองเด้ง แต่เหมือนบอยจะปรับตัวได้ในที่สุด เมื่อพ่อเสียเค้าก็กลับมาอยู่จันทร์กับปุ๊กพร้อมกับการเคลียร์ปิดอดีตลงอย่างสมบูรณ์แล้วใช้ชีวิตต่อไป (และเหมือนจะมีความสุขดีด้วย) โดยมีปุ๊กเป็นตัวแทนของผึ้งแต่อยู่ในแนวระนาบเดียวกันกับเขา

ความรักระหว่างผึ้งและบอยจึงคือ “ความเท่าเทียม” รูปแบบหนึ่ง ชนชั้นมักกั้นความรักไว้ไม่ได้ ความเท่าเทียมที่ไม่สามารถเป็นได้ในสังคมเพราะการ รปห แยกพวกเขาออกจากกัน “รูปคู่” กันของพวกเขาไม่มีใครได้เห็น แม้จะลงไอจีก็ต้องคิดก่อนว่า “มันลงได้หรือ?” รูปในอดีตที่มีก็เป็นได้เพียงเส้นประที่ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่าเป็นใครและมีความหมายอย่างไร แล้วพอบทจะมีรูปก็มีแค่รูปของผึ้งแบบไม่เห็นหน้าเต็มๆ ไม่มีรูปของบอย มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นในภาวะหลัง รปห

ในอีกด้าน ความรักของพวกเขามีปลาตุ๊กแกเป็นสิ่งร่วม ปลาที่เชื่อมพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน คลับคล้ายดั่ง “รธน. ของความเท่าเทียม” แต่แล้ว รปห ก็พรากพวกเขาออกจากกัน พร้อมๆกับปลาของพวกเขาที่โดน “ทางการ” จับไปเพราะมันเป็น “ปลาหายาก” แล้วพอ 8 ปีผ่านไปพวกเขาพบว่ามันกลายเป็นปลาทะเลสีสวยไปซะงั้น ปลาที่อยู่ในการดูแลของรัฐหลัง รปห ปลาทะเลที่มีสีสัน “ภายนอก” สวยงามแต่ไม่มีทาง”ทน” อยู่ในบ่อน้ำบนดินเน่าๆได้แน่นอน แถมเอาเข้าจริงก็มีอายุสั้นไม่ถึง 8 ปีด้วยซ้ำ แน่นอนว่าในเรื่องนี้บอยรู้ แต่ผึ้งไม่รู้ (หรือาจรู้แต่ไม่บอกความจริง)

หลังจาก 8 ปี คำสัญญาระหว่างกันของพวกเขาจึงได้กลายร่างไปเป็นการทวงบุญคุณระหว่างชนชั้นแบบไม่ตั้งใจ นี่ไงเราเปิดเพลงให้แกแล้ว (เราบริจาคตุ๊กตาให้แมวนะ เราทำ รปห ที่เอาคนชั่วออกไปให้แล้ว) ทำไมแกไม่ตอบแทนเราบ้าง ที่สุดท้ายบอยก็ตอบแทนแบบเจ็บๆด้วยการส่งรูปผึ้งที่ไม่เห็นหน้าเต็มๆเลยซักใบ ผึ้งจึงอยู่ในสภาพกึ่งไร้ตัวตนในภาวะหลัง รปห

ห้วงเวลา 8 ปีมันจึงไร้ความหมาย มันยังไม่ไปไหนเลย เพราะ รปห ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยในสังคม ไม่มีความเท่าเทียมอีกแล้ว ปลาของเรากลายร่างเป็นอื่นไปแล้ว บอยได้หายไปเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ (แต่มีชีวิตปกติสุข) ส่วนผึ้งก็ได้แต่ก้มหน้ารับสภาพกับผลของ รปห รูปถ่ายหน้าเต็มของเธอจึงมีแต่ใเธอเองที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นเห็น เจ็บปวดต่อการปกปิดรูปที่บอยถ่ายไว้ เป็นอดีตที่ไม่เคยได้รับการชำระ ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นโดยที่เธอไม่รู้ตัวและไม่แม้แต่รู้ว่าเธอทำอะไรผิด

และมันก็คือหนังที่บันทึกภาพ “ความทุกข์ของสลิ่มในห้วงเวลาหลังรัฐประหาร” นั่นเอง

ปล. เขียนถึงในรอบแรก: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207903945254983&set=a.10205434731446181.1073741846.1186959115&type=3&theater

5/5

My best film of 2015

– ปีที่แล้วดูหนังไปทั้งหมด 126 เรื่อง น่าจะน้อยที่สุดที่เคยทำบันทึกไว้ เหตุเพราะดึงเวลาดูหนังบางส่วนไปให้ความสำคัญกับร่างกายแทน

– ปีนี้หนังที่เป็นที่สุดเป็นหนังครอบครัวและความสัมพันธ์แฮะ

– ปีนี้ขอเพิ่มลิสต์ซีนในหนังที่ชอบเข้าไปด้วย

– ลิสต์หนังทั้งหมดที่ได้ดูในปี 2015 : https://www.facebook.com/koetsak.sirisomphotvanich/media_set?set=a.10205434731446181.1073741846.1186959115&type=3
อันดับเป็นดังนี้
A. Best 10 of 2015 (Included 2014-2015):
10. Our Times (Chen Yu Shan/ Taiwan/ 2015)
9. Mommy (Xavier Dolan/ Canada/ 2014)
8. Predestination (The Spierig Brothers/ Australia/ 2014)
7. Blind Massage (Lou Ye/ China, France/ 2014)
6. Sicario (Denis Villeneuve/ US/ 2015)
5. Marguerite & Julien (Valérie Donzelli/ France/ 2015)
4. Leviathan (Andrey Zvyagintsev/ Russia/ 2014)
3. PK (Rajkumar Hirani/ India/ 2014)
2. Mad Max: Fury Road (George Miller/ Australia, US/ 2015)
1. Our Little Sister (Hirokazu Koreeda/ Japan/ 2015)
A
Honorable Mentions:
1. The Riot Club (Lone Scherfig/ UK/ 2014)
2. Love’s Whirlpool (Daisuke Miura/ Japan/ 2014)
3. The Tribe (Miroslav Slaboshpitsky/ Ukraine, Netherlands/ 2014)
4. Arabian Nights Vol1-3 (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015)
5. Mistress America (Noah Baumbach/ US, Brazil/ 2015)
2014, THE RIOT CLUB; POSH
B. Best 10 in my 2015 experience:
10. Hour Of The Wolf (Ingmar Bergman/ Sweden/ 1968)
9. The Spectacular Now (James Ponsoldt/ US/ 2013)
8. Infernal Affairs II (Andrew Lau, Alan Mak/ HK/ 2003)
7. Kinatay (Brillante Mendoza/ Philippines/ 2009)
6. Satyagraha (Prakash Jha/ India/ 2013)
5. A Story Of Yonosuke (Shûichi Okita/ Japan/ 2013)
4. Short Term 12 (Destin Daniel Cretton/ US/ 2013)
3. Peppermint Candy (Lee Chang-Dong/ South Korea, Japan/ 1999)
2. Dust In The Wind (Hou Hsiao-Hsien/ Taiwan/ 1986)
1. The Time to Live and the Time to Die (Hou Hsiao-Hsien/ Taiwan/ 1985)
B
Honorable Mentions:
1. Tender Are The Feet (Mg Wunna/ Myanmar/ 1972/ Mini Wathann Film Fest)
2. Millennium Mambo (Hou Hsiao hsien/ Taiwan, France/ 2001)
3. Contempt (Jean Luc Godard/ France/ 1963)
4. Ida (Pawel Pawlikowski/ Poland, Denmark, France, UK/ 2013)
5. Snowpiercer (Bong Joon Ho/ South Korea,Czech Republic, USA, France/ 2013)
HMB
C. Best 10 of Thai film 2015:
10. เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ (ชยนพ บุญประกอบ/ ไทย/ 2015)
9. แก๊งปรี๊ดจะรี๊ดใจเธอ (กัปป์ วรรณกูล/ ไทย/ 2014)
8. 2538 อัลเทอร์มาจีบ (ยรรยง คุรุอังกูร/ ไทย/ 2015)
7. รักหมดแก้ว (ษรัณยู จิราลักษณ์/ ไทย/ 2014)
6. คน ผี ปีศาจ (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย / 2004)
5. Vanishing Point (จักรวาล นิลธำรงค์/ ไทย/ 2015)
4. อนธการ: The Blue Hour (อนุชา บุญยวรรธนะ/ ไทย/ 2015)
3. พี่ชาย My Hero (Josh Kim/ Thailand, USA, Indonesia/ 2015)
2. ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2015)
1. Snap แค่ได้คิดถึง (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2015)
Thai
D. Best 5 of Documentary in 2015:
5. Love In India (Qaushiq Mukherjee/ Germany, India/ 2009)
4. Amy (Asif Kapadia/ UK, US/ 2015)
3. Voice of El Alto (Benjamin Oroza/ Finland, South Africa/ 2013)
2. Fortune Teller (Xu Tong/ China/ 2010)
1. The Look Of Silence (Joshua Oppenheimer/ Denmark, Indonesia, Finland, Norway, UK, Israel, France, US, Germany, Netherlands/ 2014)
doc
E. Best 11 scenes in 2015 (ไม่เรียงลำดับ):
1. Janta Rocks’s song & Satyagraha’s song ( Satyagraha/ Prakash Jha/ India/ 2013)
2. Flower drop love scene (Tender are the Feet/ Mg Wunna/ Myanmar/ 1972)
3. ใบเฟิร์นร้องเพลง “สายตา” ประกวด (2538 อัลเทอร์มาจีบ/ ยรรยง คุรุอังกูร/ ไทย/ 2015)
4. Marcus rap (Short Term 12/ Destin Daniel Cretton/ US/ 2013)
5. Jaden tell a story about Nina the octopus and a shark (Short Term 12/ Destin Daniel Cretton/ US/ 2013)
6. PK learned to liar for love in the ending scene (PK/ Rajkumar Hirani/ India/ 2014)
7. แด๊ดแอร์ในห้องตรวจหลังผื่นหายหมดแล้วระหว่างหมออิมกับยุ่น (ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ/ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2015)
8. เรื่องเล่าของพระ (Vanishing Point/ จักรวาล นิลธำรงค์/ ไทย/ 2015)
9. ฉากจบ “แค่ได้คิดถึง” (Snap/ คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2015)
10. ฉากจบของเด็กสาวในพาร์ตแรก (Climas/ Enrica Pérez/Peru, Colombia/ 2014)
11. รถติดบนทางด่วน (Sicario/ Denis Villeneuve/ US/ 2015)

20th Filmvirus / Bookvirus

File_000

การที่จะเขียนถึง Filmvirus/Bookvirus สำหรับเรานั้น เราพบว่ายากเหมือนกันแฮะ เพราะเราไม่รู้ตัวเองจริงๆว่าเรากับฟิล์มไวรัส/บุ๊คไวรัสนั้นรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ มีชอบพอกันตั้งแต่เมื่อใด มารู้ตัวอีกที่ก็กลายเป็นแฟนทั้งทางหนังและหนังสือไปแล้วแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แถมดันเป็นแฟนในยุคหลังเสียมากกว่าเพราะเราไม่ทันยุคพี่สน ไม่เคยร่วมกิจกรรมใดๆในยุคแรก หนังสือหนังในช่วงเริ่มแรกก็เพิ่งจะมาเก็บเอาในช่วงหลังๆ อาจเรียกได้เรายังคงอยู่ในลิมโบของฝั่นเมนสตรีมแบบเต็มขั้นในตอนนั้น

แต่สุดท้ายด้วยความที่รักการดูหนัง เราก็ได้รู้จักและเข้ามาร่วมกิจกรรมกับฟิล์มไวรัส/บุ๊คไวรัสในรุ่นต่อมาที่มีพี่ชาย filmsick เป็นหัวหอกหลักสำคัญ มันคลับคล้ายคลับคลาว่าเพราะการได้รู้จักกับพี่ชายในบล็อคเอ็กซ์ทีนเมื่อหลายปีก่อนกระมั๊งที่ทำให้เราได้รู้จักกับฟิล์มไวรัส/บุ๊คไวรัสอย่างจริงๆจังๆ มีไปร่วมกินกรรมเสมอเท่าที่มีโอกาส หนังสือของบุ๊คไวรัสที่เริ่มอ่านจริงๆจังๆก็ยุคหลังที่เป็นเรื่องสั้นแปลต่างๆ ทั้งเรื่องสั้นระดับโลกและเรื่องสั้นของเหล่านักเขียนไทย

ในเรื่องหนังเราอายตัวเองเหมือนกันที่ไม่เคยไปดูหนังที่ฉายประจำที่ มธ. เลยซักครั้งเดียว ส่วนใหญ่ที่ได้ร่วมก็มักจะเป็นงานฉายหนังแบบเฉพาะกิจพิเศษเสียมากกว่า จะชอบที่สุดก็คงเป็นงาน Wildtype ที่เป็นการรวบรวมหนังสั้นอันโดดเด่นแต่ไม่ได้รางวัลของไทยในแต่ละปีอันเป็นงานที่เราได้พบว่าหนังสั้นไทยนี่มันพีคมากจริงๆ ไปมาสองปีสุดทั้งสองปี (ส่วนงานอื่นๆที่ไปก็มักจะไปแบบยิบย่อย อยู่ไม่เต็มโปรแกรม แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือประสบการณ์ที่ดี)

ส่วนหนังสือนี่อย่างที่บอกว่าเราอ่านในงานยุคหลังๆและอยู่ในเกณฑ์รักใคร่ทุกเล่ม กาจับโลงเอย นิมิตรวิกาลเอย นิทรากาลเอย สามอัญมณีเอย เดอะเว็นดีโก้เอย สนุกนึกวรรณกรรมแตกกิ่งเอย ศรีนวลจัดหนักเอย และกับหนังสือตำนานอย่าง สวรรค์ 35 มม. อาจด้วยเพราะเราชอบอ่านเรื่องสั้นมากกว่าเรื่องยาวๆกระมั๊งที่ทำให้เราชอบบรรดาหนังสือเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เรื่องราวแปลกประหลาด อารมณ์แปลกประหลาด เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างปะปนกันไป เปิดกบาลดีแท้ (สำหรับหนังสือในยุคแรกที่เกี่ยวกับหนังนี่เรามีบางเล่มแล้วแต่ยังไม่ได้อ่านเลย T-T)

เอาตามตรงก็ไม่มีอะไรจะกล่าวนอกเสียจากว่าฟิล์มไวรัส/บุ๊คไวรัสคือหนึ่งในผู้มีคุณูปการอันใหญ๋หลวงต่อการเปิดโลกของเราทั้งทางภาพเคลื่อนไหวบนจอและตัวอักษรบนกระดาษ ยินดีกับการครบรอบ 20ปีในปีนี้แม้นว่าเราจะรู้จักกันยังไม่นานเท่าไหร่และขอขอบคุณจากใจจริงสำหรับสิ่งที่สร้างเอาไว้ให้คนรุ่นเราและรุ่นต่อๆไปได้สืบทอดสานต่อวิถีแห่งคนป่วย

Seam-C

ธันวา’ 15 กับหนังที่ได้ดู

02/12/15 – Infernal Affairs II (Andrew Lau, Alan Mak/ HK/ 2003) – 5/5

ภาคแรกว่าสุดแล้ว ภาคนี้แม่งสุดกว่าจริงๆ

ภาคแรกมันเหมือนได้ความสดใหม่ เป็นหนังสายลับ ตำรวจจับผู้ร้ายที่จุดเด่นคือการเฉือนคมกันไปมา สู้กันด้วยทักษะไหวพริบแบบก้าวต่อก้าว เน้นความตื่นเต้นเร้าใจ ส่วนภาคนี้ไอ้สิ่งที่ว่าเหล่านั้นก็ยังคงมีอยู่แต่ลดดีกรีลง ในที่นี้คือการลดจำนวนลงแต่คุณภาพยังคงมาเต็มเปี่ยม ทุกซีนที่มันกำลังพูดถึงการเดินหมากเพื่อแก้เกมแก้ปมแบบนาทีต่อนาที แม้จะมาไม่เยอะ แต่ถือได้ว่าเลอเลิศสัดๆทุกซีนจริงๆ เริ่มตั้งแต่การแก้เกมของแก็งค์มาเฟียต่อการเปลี่ยนมือเจ้าพ่อจรดไปถึงซีนจับสี่สหายในช่วงท้าย

แต่ส่วนที่เราชอบภาคนี้มากคือความเป็นดราม่าของมัน บทมันดีสัดๆในการสร้างตัวละครแต่ละตัวขึ้นมาด้วยความซับซ้อน เต็มไปด้วยปมเยอะเยอะ ตัวละครของของภาคหนึ่งที่คนดูรู้ถึงผลอยู่แล้วก็ไม่ต้อเน้นย้ำนัก (ภาคนี้เป็น  prequel ขอภาคแรก) ไปเน้นตัวละครใหม่ๆแวดล้อมที่มันส่งผลกับตัวละครเก่า แต่ละตัวก็ผูกเงื่อนกันไปมายุ่งเหยิงโดยที่การแก้ปมแต่ละอันก็พาไปได้สุดทางตลอด พีคจริงๆ

อีกอย่างที่ชอบมากคือการที่หนังมันเล่าเรื่องตังแต่ปี 1991-1997 อันเป็นช่วงที่ฮ่องกงยังอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษไปจรดถึงการคืนเกาะฮ่องกงให้จีน มันเป็นทั้งการบันทึกประวัติศาสตร์และการนำพาเข้าสู้หนังภาคแรกที่ประหนึ่งเป็นหนังแบบฮ่องกงแท้ๆได้อย่างสวยงามมากๆ มันเหมือนกับการสร้างความหวังเล็กๆขึ้นมา แม้สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นจะกลายเป็นหน้ามือหลังตีน เพราะหนังฮ่องกงโดนจีนกลืนไปแล้วในปัจจุบัน

เดี๋ยวดูภาค 3 แล้วค่อยมาว่าภาพรวมของหนังชุดนี้อีกที

04/12-/15 – แม่เบี้ย (มล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล/ ไทย / 2015) – 0/5

ดอกทอง….ดอกทองเต็มไปหมด!!!

พังในทุกองคาพยพ แม้นจะหาแว่นตาอันใดมามองก็พังไปหมด ดูหนังหม่อมช่วงหลังมาทุกเรื่องแม้จะอยู่ในเกณฑ์ไม่ชอบทุกเรื่องแต่ก็ไม่มีเรื่องไหนที่พังมากเท่าเรื่องนี้

ตลกดีที่หม่อมแกพยายามพูดเรื่องการเมืองแบบอ้อมๆในหนังแกหลายเรื่องแล้วเหมือนกับว่าสารที่ต้องการสื่อมันไปถึงผู้รับได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องนี้แกเลยจัดแบบโต้งๆซื่อๆไปเลย (พรรคชูไทยปะละ!) ผลที่ได้คือความต่ำตมแบบสุดลิ่มทิ่มประตู พังๆๆๆๆๆๆๆ

ขอเสียเวลากับหนังเพียงเท่านี้ แต่ถึงจะเกลียดมาก ถ้าหม่อมทำหนังอีกเราก็จะดูอยู่ดีนะ

07/12/15 – LOVE (Gaspar Noé/ France, Belgium/ 2015) – 3/5

 ถ้าถามว่าหนัง 3D เรื่องไหนในปีนี้ที่อยากดูที่สุด ก็ต้องขอตอบว่าคือหนังเรื่องนี้ของท่านพ่อ กัสปาร์ โนเอ อยากเห็นซีเนมาติกแบบ 3D ในฉากเซ็กซ์ซีนของหนังมากๆ แต่ก็นะ มันคงเป็นไปได้ยากที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรง

เอาจริงเราพบว่าหนังเรื่องนี้มันแปลกแยกจากหนังเรื่องก่อนๆของท่านพ่อที่เราเคยดูและชอบ เหมือนท่านพ่ออยากทำหนังรัก ในที่นี้คือหนังรักจริงๆแบบหนังรักหวานๆอะไรแบบนั้นเลย แต่แน่นอน ความรักและความหวานของท่านพ่อมันต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้วล่ะ ข้อนี้ใครๆก็รู้

หนังมันพูดถึงความผิดพลาดของชีวิตและความฉิบหายของความรักที่แวดล้อมไปด้วยเหล้า ยาและเซ็กซ์แบบที่เราเห็นได้บ่อยๆในหนังของท่านพ่อ และเราก็ชอบประมาณนึงเลยที่เดียว ซึ่งเรื่องแบบนี้มันเวิร์คเสมอเมื่อมันถูกเล่าแบบย้อนหลัง เหมือนกับหนังของท่านพ่อเองอย่าง  Irréversible (2002) กับการค่อยๆพาผู้ชมเดินทางจากจุดจบไปยังจุดเริ่มต้นของความรัก มันหวานแกมเจ็บปวดดีเหมือนอารมณ์การอาลัยกับความรักที่ไม่สมหวังอะไรแบบนี้ และเราก็ชอบภาพของเหล่าเซ็กซ์ซีนแบบ bird eye view ที่คลอไปด้วยเพลงเบาๆนุ่มละมุน สำหรับเรามันงดงามดี

แต่ปัญหาคือหนังมันยาวเกินไปจริงๆ คือประเด็นมันก็ไม่ได้เยอะอะไรแต่หนังมันถูกยืดให้ยาวจนยาด แถมการพร่ำรำพันเพ้อพกของตัวเอกก็เยอะเกินและน่ารำคาญเหลือเกิน ไอ้ที่มันเป็นจุดแข็งของหนังเลยโดนดึงให้ยวบยาบไปด้วยอย่างน่าเสียดาย

13/12/15 – Infernal Affairs III (Andrew Lau, Alan Mak/ HK/ 2003) – 2/5

อ้า! พอฮ่องกงกลับสู่อ้อมกอดของจีนแล้ว พี่ก็เล่นทำหนังเอาใจจีนกันเลย (ก็สายลับจีนนั้นไง)

ที่ตลกคือไอ้ความซับซ้อนของตัวละครที่ทำมาดีๆในสองภาคก่อนมันหายไปหมดเลย กลายเป็นตัวละครดาษๆแบบขาวจัด ดำจัดไปซะงั้น ส่วนไอ้ความเฉือนคมๆต่างๆมันก็ฉิบหายไปด้วยเมื่อมันเริ่มมีอุปกรณ์ไฮเทคขึ้นมารอบรับ แถมการทำให้มันมีความเป็นหนังรักหรือจิ้นวายก็ไม่เวิร์คเลย น่ารำคาญจุง

ก็เข้าใจแหละว่าภาคนี้น่าจะกำเนิดมาจากความสำเร็จของหนังภาคแรกและต้องการให้มันเป็นบทสรุปส่งท้ายของหนังชุดนี้ แต่ทำไปทำมามันก็เป็นได้แค่การลากเส้นเหตุการณ์ต่างๆให้มันครบและบรรจบกันได้แค่นั้น แค่นั้นจริง

เรียงลำดับความชอบของหนังชุดนี้ 2 – 1 – 3

15/12/15 – White God (Kornél Mundruczó/ Hungary, Germany, Sweden/ 2014) – 3/5

โครงสร้างมันประหลาดดี ด้านหนึ่งก็ว่าด้วยเรื่องชีวิตอันผันแปรของหมาอันนำไปสู่การปฏิวัติ อีกด้านก็ว่าด้วยเรื่องของวัยรุ่นกับปัญหาเรื่องครอบครัวและความรัก ซึ่งทั้งสองส่วนสำหรับเรามันผสมกันไม่ลงตัวเอาเสียเลย เหมือนเล่าแยกๆกันแล้วก็มาบรรจบกันแบบงงๆ

แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี เพราะหากมองทั้งสองพาร์ตออกจากกันมันก็สนุกดี ความเด่นของหนังจริงๆคือความสนุกนั้นแหละ พาร์ตหมานี่สนุกมาก หมาแสดงดีจนสงสัยว่าเค้าสอนเค้ากำกับมันยังไง ส่วนอีพาร์ตเด็กสาวผู้ค่อยๆเรียนรู้ชีวิตโดยการลืมหมาแล้วก้าวเดินต่อไปก็ดี อีน้องที่แสดงก็น่ารักดี

แล้วก็รู้สึกตลกดีที่ตลอดการดูเราไม่คิดแนบเคียงเรื่องภาพแทนใดๆให้กับตัวละครในหนังลย จริงๆก็มีแอบๆคิดบ้างแหละแต่มันเหมือนไม่สามารถนำไปพาพบกับบทสรุปที่ใช่ได้เลยลืมๆมันไป ซึ่งก็ดีกว่าที่จะไปนั่งคิดอะไรน่าเบื่อแบบนั้น

18/12/15 – Predestination (The Spierig Brothers/ Australia/ 2014) – 4.5/5

กรี๊ดดังมาก เซอร์ไพร์สแบบสุดๆ ไม่คิดว่าหนังมันจะออกมาแนวนี้ เห็นจากตัวอย่างก็ส่ายหน้าแล้ว แต่ตัวหนังจริงๆนี่ดีงามแบบควรกราบตีน

ดูเหมือนหนังมันรู้ตัวว่าเหล่าบรรดาหนังที่มันเล่นกับเรื่องการเดินทางข้ามเวลาทั้งหลายมักจะต้องพบกันจุดบอดหรือจุดที่มันไม่อาจสามารถทำให้ลงตัวได้ตามตรรกะที่ควรจะเป็นตามกระบวนการคิดปกติ ซึ่งพอเข้าใจได้แบบนั้นแล้วหนังมันเลยไปโฟกัสที่จุดอื่นแทนแล้วเอาเรื่องการเดินทางของเวลาเป็นเพียงแค่ตัวเสริมให้ประเด็นที่ต้องการมันชัดขึ้น ในที่นี้คือเรื่องของความสัมพันธ์ของห้วงเวลาที่มีผลต่อชีวิตคนๆหนึ่ง บิดทวิสตัวเรื่องดั่งการเปลี่ยนแปลงอดีตเพื่อผลของปัจจุบันกับอนาคต หรือการเปลี่ยนอนาคตเพื่อไปตอบคำถามในอดีตหรือกับการค้นหาตัวเองด้วยการเข้าไปเปลี่ยนแปลงอดีตหรือแก้ไขปัจจุบันอีกที

และส่วนที่มันพีคมากคือ (อันนี้มีสปอร์ย) การที่มันยืนอยู่บนเส้นด้ายทางศีลธรรม ศีลธรรมอันปัจเจคแบบสุดๆเพราะมันว่าถึงศีลธรรมในตัวเอง การกลับไปหลงรักตัวเองในอดีต การกำเนิดเกิดขึ้นของตัวเองจากตัวเองหรือกับการเติบโตขึ้นเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเองและทำลายตัวเองลงในที่สุด ซึ่งส่วนนี้ทำให้หนังมันไปได้ไกลโครตๆเลยสำหรับเรา

Sarah Snook ดีงามมากกกกกกกกกกกก

21/12/15 – Vacance (Park Sun-Uk/ South Korea/ 2013) – 2/5

ขอสารภาพว่าสมน้ำหน้าตัวเองที่เสือกหน้ามืดตามัวเพ้อพกถึงนมเกาหลีบนโปสเตอร์และรูปสกรีนช๊อตจนพล่าเลือน เลยได้รับบทลงโทษด้วยการเสียเวลาไปชั่วโมงครึ่ง หนูผิดไปแล้วค่ะ

เล่าเรื่องหน่อยนึง มันคือเรื่องของการล้างแค้นของบรรดาสาวๆต่อผู้ชายที่เคยทำร้ายพวกเธอในอดีต แน่นอนว่าวิธีการทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องผ่านเรื่องเซ็กซ์ตามแนวหนังของมัน ซึ่งแม่งก็จัดเต็มมาเลยเท่าที่เรตหนังจะให้ได้ แถมยังซัดกันได้ทั้งบนบก บนฟ้าและในน้ำ! มึงพยายามดีมาก อันนี้ขอชม

เสียดายที่หนังมันเสือกเลือกที่จะทวิสซ์เรื่องไปแบบที่เราไม่อาจจะเชื่อได้จริงๆ แถมทวิสซ์ถึงสองขยักที่ทำเอาดูจบแล้วได้แต่ถอนหายใจ เหออออออออ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยอมใจนักแสดงจริงๆ น้องๆจัดกันเต็มที่มาก จนอยากให้หนังอาร์ไทยไปไกลได้แบบนี้บ้างจุง

 26/12/15 – Sicario (Denis Villeneuve/ US/ 2015) – 5/5

หัวใจจะวายเอา อะไรมันจะเดือนระทึกขนาดนี้ ไปสุดทั้งการกำกับและประเด็นอันว่าด้วยการท้าทายและสั่นคลอนกฏหมายที่ยึดถือไว้ในโลกหลัง 9/11 ไม่คิดฝันว่าวิลเลอเนิฟจะทำให้หนังออกไปหน้านี้ได้ เซอร์ไพร์สและพีคมากๆ

คือจริงๆเอาแค่การกำกับ การใช้อานุภาพทางภาพยนต์ของหนังก็เรียกได้ว่าสุดขีดแล้ว การใช้สกอร์เอย การตัดต่อเอยหรือแม้แต่การแสดงที่ไปได้สุดขอบในทุกทาง ซีนรถติดบนทางด่วนนี่ดีฉิบหาย บีบคั้นหัวใจให้เต้นรัวๆ ลุ้นขี้แทบเล็ด

ยิ่งการที่หนังมันพูดเรื่องของหลักการที่เรายึดเหนี่ยวหรือกฏหมายที่เรายึดถือนั้นถูกท้าทายและถูกทำลายลงไปต่อหน้าต่อตาแม่งยิ่งสุด ไดเลมม่าสุดตรีน ทางหนึ่งก็ค้านสุดลิ่ม แต่อีกทางก็ต้องเห็นด้วย มันเลยทำให้ไอ้ซีนตอนจบแม่งมีพลังพุ่งปรี๊ดมากๆๆๆๆๆๆ

ยัง แค่นี้มันยังไม่พอ การที่หนังแม่งพยายามทำตัวอยู่บนหลังหลักการตลอดเวลา อ้างอิงกฏหมายตลอดเวลา (ชอบเรื่องกฏการใช้ปืนและการที่มันบอกว่าคำสั่งก็มาจากคนที่ถูกเลือกตั้งเข้ามานั้นแหละ) แม่งยิ่งทำให้คนดูเหมือนโดนหักหลังยังไงยังงั้น ยิ่งเข้าใจความรู้สึกอีนางเอกเข้าไปอีก กระอักคาจอเลยกู

เอมิลี่ บลันท์ กับ เดล โทโร่ ดีงามฉิบหาย เอาซะกูอื้ออึงและกลัวได้จริงๆ

ปล. ดูหนังของวิลเลอเนิฟมาสามเรื่องหลัง พีคทุกเรื่องจริงๆ แถมสามเรื่องก็มอบความรู้สึกต่างกันไปทั้งสามเรื่อง เก่งจริงๆ เดี๋ยวเก็บงานเก่าๆของพี่แกต่อดีกว่า

27/12/15 – Mistress America (Noah Baumbach/ US, Brazil/ 2015) – 5/5

รู้สึกผิดมากที่เพิ่งจะมาดูหนังของ บอมบาค แค่สองเรื่อง (Frances Ha กับเรื่องนี้) คนอะไรทำหนังที่ตลกมากๆ เศร้าและเจ็บปวดมากๆและจี๊ดใจเอามากๆได้ในหนังเรื่องเดียวกัน

หนังมันเล่าเรื่องของน้องนักศึกษาอักษรศาสตร์อายุ 18 ผู้แปลกแยก กับการได้รู้จักและเรียนรู้กับว่าที่พี่สาวอายุ 30 ที่พ่อและแม่ของแต่ละคนกำลังจะมาแต่งงานกัน คนนึงมองเห็นโลกในแบบที่เหี่ยวเฉาและเงียบงัน แต่อีกคนกลับเป็นด้านตรงกันข้ามที่เห็นโลกคือความบันเทิงและเต็มไปด้วยความท้าทาย ฝ่ายแรกมีฝ่ายหลังเป็นครูและแรงขับของชีวิต ส่วนฝ่ายหลังก็เหมือนได้ฝ่ายแรกมาเติมเต็ม แต่เพราะทุกความสัมพันธ์มันมักซับซ้อนและไม่ราบเรียบ ความขัดแย้งมันเลยเกิดขึ้นมาแบบไม่อาจหลีกเลี่ยงโดยเฉพาะกับการที่เรายังคงต้องอยู่ในสังคมที่มีคนอื่นๆมาเกี่ยวพัน

อยากที่บอกว่าหนังมันตลกมาก โดยเฉพาะอีบรรดาตัวละครแวดล้อมอื่นๆที่มาแบบหน้าตายๆ ยิงมุกกับแบบนิ่งๆแต่แสบสันต์ ในเวลาเดียวกับการแสดงความเป็นมนุษย์ของตัวละครหลักที่ทำให้เราอินแบบโงหัวไม่ขึ้น

เอาตรงๆเรารู้สึกว่ามันเหมือนเป็นภาคต่อของ Frances Ha เหมือนกันตรงที่เรารู้สึกว่าถ้าอีฟราสเชสโตมามันก็คงเหมือนกับตัวละครในเรื่องนี้แหละที่ภายนอกดูร่าเริงแต่ภายในแม่งมืดหม่นมากและมันก็แสดงโดย เกรต้า เกอร์วิก เหมือนกันด้วย ส่วนอีน้องสาวก็คือตัวแทนของฟรานเชสอีกที (แถมยังแสดงได้ดีมากๆเหมือนเกอร์วิกอีกตะหาก จำชื่อน้องเค้าไว้เลย โลล่า เคอร์กี้)

ดูจบกระผมนี่รีบไปหาโหลดหนังเรื่องก่อนๆของแกมาเก็บไว้ก่อนเลย ไถ่บาปตัวเอง

ปล. ชอบอีแฟนของผู้ชายที่นางเอกมันแอบชอบมากๆๆๆๆ แสบและกวนตีนเหี้ยๆ

28/12/15 – The Place Promised in Our Early Days (Makoto Shinkai/ Japan/ 2004) – 2/5

โอเคล่ะว่างานของ มาโคโตะ ชินไค นั้นโดดเด่นมากทั้งงานด้านภาพ การตัดต่อและดนตรี และมักจะมีประเด็นร่วมเสมอที่มันว่าด้วยรักแรกอันบริสุทธิ์, อดีตอันห้วนไห้ที่ผ่านไปแล้วและความเหงาที่เกาะกินชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลเป็นลายเซ็นของชินไคที่คนจดจำ

แต่ปัญหาสำหรับเรากับหนังเรื่องนี้คือความเวิ้นเว้ออันหนักหนาสาหัสของมัน เหมือนชินไคเอา Voices of a Distant Star มาต่อยอดในเรื่องราวอวกาศไซไฟ แต่เล่นเยอะเล่นใหญ่จนมัดบดบังความโดดเด่นอื่นๆไปหมดเลย ทำไปทำมาประเด็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและคนรักถูกกลบหายไปด้วยเรื่องของสงครามและโลกเสมือนอะไรก็ไม่รู้ แถมเราว่าหนังมันยาวเกินความจำเป็นไปมากๆ

จากที่ดูหนังของ มาโคโตะ ชินไค มา 3 เรื่องคือ 5 Centimeters Per Second, Voices of a Distant Star แล้วก็เรื่องนี้ เราชอบ 5 Cen มากที่สุดแบบมากๆๆๆๆๆๆ อันเป็นหนังเรื่องหลังสุดในหมู่ 3 เรื่องที่ว่า ซึ่งก็อาจคาดการณ์ได้ว่าหนังเรื่องหลังๆเราน่าจะชอบ เดี๋ยวจะหามาลองดู

29/12/15 – Wild Tales (Damián Szifrón/ Argentina, Spain/ 2014) – 4/5

– สนุกมากสมคำร่ำลือกับเรื่องเล่า 6 เรื่องในหนังขนาดยาว 2 ชั่วโมง ที่ทั้ง 6 เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวเนื่องกันเลยแถมไม่มีจุดร่วมใดๆเลยทั้งสิ้น แต่ๆละเรื่องกลับมีความโดดเด่นของตัวเองชัดเจนและสนุกมากๆทุกเรื่อง

– การเริ่มต้นหนังด้วยเรื่องของความบังเอิญในเครื่องบินอาจจะทำเอาเหวอไปนิดแต่พอดูจบก็พบว่ามันเป็นการดีแล้วเพราะมันคือการอารัมภบทชั้นดีให้คนดูได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนที่จะพาไปพบกับเรื่องที่เหลือที่ค่อยๆเพิ่มระดับความพีคขึ้นเรื่อยๆ เรื่องในร้านอาหารเอย บนท้องถนนเอย ในเมืองเอย ในบ้านเอย ก่อนจบท้ายแบบพีคสัดๆในโรงแรมกับงานแต่งสุดป่วน

– จุดร่วมหนึ่งที่ชัดและเด่นที่สุดคือความเป็นหนังตลกร้ายแบบเหยียบมิดสุดตรีน ที่ซัดเต็มๆในทุกระดับตั้งแต่เล็กๆอย่างเรื่องความสัมพันธ์ไปจนถึงระดับใหญ่อย่างรัฐและสังคม

– ชอบเรื่องงานแต่งมากในระดับกรี๊ดกร๊าด

30/12/15 – Focus ( Glenn Ficarra, John Requa/ US, Argentina/ 2014) – 1/5

มาก๊อต ร๊อบบี้……………….จบการเขียนถึงหนึงเรื่องนี้เพียงเท่านี้
.
.
.
.
.
.
.
อะๆ นิดนึงก็ได้ ก็ดูเพลินๆดี แต่พอมันทวิสเยอะแยะไปหมด ทางเลือกอันหลากหลายที่เราคิดไว้ในหัวมันก็เลยต้องมีโดนเข้าซักอัน ซึ่งพอมันเป็นจริงดังนั้นก็เลยโซโซ แถมจบแบบคนดีอีกแม่งเลยกลายเป็นฟัคอั๊บไปเลย

31/12/15 – The Look Of Silence (Joshua Oppenheimer/ Denmark, Indonesia, Finland, Norway, UK, Israel, France, US, Germany, Netherlands/ 2014) – 5/5

ใน The Act of Killing ผกก โจชัว พาเหล่านักฆ่าในยุคปราบคอมมิวนิสต์ในอินโดนีเซียมาเล่นหนังที่เกี่ยวกับการฆ่า จำลองฉากการฆ่าที่เต็มไปด้วยความหดหู่จนกระอักแทบตายในท้ายที่สุด มาครั้งนี้โจชัวนำพาญาติของเหยื่อในเหตุการณ์เดียวกันไปเผชิญหน้ากับเหล่านักฆ่าแบบตัวเป็นๆที่เล่นเอาช็อคและหดหู่ยิ่งกว่า

ความรุนแรงของหนังสารคดีเรื่องนี้นอกเสียจากการนำผู้เป็นเหยื่อกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสังหารหมู่ผู้คนมาเผชิญหน้ากันอย่างจังแล้ว มันยังคือการได้พบว่านี่ไม่ใช่การมาเพื่อการล้างแค้นใดๆแต่กลับเพียงการต้องการความจริงและคำขอโทษ แต่แล้วสิ่งต่างๆที่พร่ำพรูออกมาจากอีกฝ่ายกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน กลายเป็นภาพสะท้อนภาพของผลกระทบทางการเมืองที่ส่งผลต่อผู้คนทั้งสองฝ่ายอย่างรุนแรงและเต็มไปด้วยความปวดร้าว

หนังทำเอาจุกขึ้นคอ สมองตื้ออื้ออึง หนักหนาสาหัสสากัลและหดหู่หนักมากจริงๆ

31/12/15 – Star Wars: The Force Awakens (J.J. Abrams/ US/ 2015) – 3/5

– ปัญหาครอบครัวกระทบทั้งกาแล็คซี่!

– เหล้าเก่าในขวดใหม่ชัดๆ เจเจทำไมทำแบบนี้!

– ตัวละครเก่าๆโผล่มาคือดี นางเอกคืองาม แล้วก็อดัม ไดร์เวอร์ที่พยายามต่อสู้กับด้านมืดและสว่างในตัวเองที่ดี แต่ก็ทำให้ขำไปพร้อมๆกัน (เอะ! ยังไง)

– ชอบสุดคือเซ้นต์คนดำ ชอบมากๆ อันเป็นเหตุผลเดียวที่ภาคนี้มีอะไรต่างจากเหล้าเก่าๆที่ว่านั้นหน่อย

– ภาคหน้าแม่งก็พ่อ-ลูกกัน กูขอเดา

My Year 2015

Movies (126)

January (15)

01/01/15 – Stand by Me Doraemon (Takashi Yamazaki, Ryūichi Yagi/ Japan/ 2014) – 1/5

01/01/15 – Big Hero 6 (Don Hall, Chris Williams/ US/ 2014) – 3/5

01/01/15 – ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ (เมษ ธราธร/ ไทย/ 2014) – 3/5

02/01/15 – น้ำมันพราย (ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล/ ไทย/ 2014) – 1/5

04/01/15 – The Amazing Spider-Man 2 (Marc Webb/ US/ 2014) – 1/5

05/01/15 – Satyagraha (Prakash Jha/ India/ 2013) – 5/5

05/01/15 – Nymph (Milan Todorovic/ Serbia/ 2014) – 1/5

08/01/15 – นมัสเต จ๊ะเอ๋ บ๊ายบาย (สวัสวดี วงศ์สมเพ็ชร, พรรณพันธ์ ทรงขำ/ไทย/ 2013) – 0.5/5

16/01/15 – The Interview (Evan Goldberg, Seth Rogen/ US/ 2014) – 2/5

17/01/15 – Peppermint Candy (Lee Chang-Dong/ South Korea, Japan/ 1999) – 5/5

18/01/15 – Foxcatcher (Bennett Miller/ US/ 2014) – 3.5/5

19/01/15 – Finding Vivian Maier (John Maloof, Charlie Siskel/ US/ 2013) – 3.5/5

24/01/15 – Tender Are The Feet (Mg Wunna/ Myanmar/ 1972/ Mini Wathann Film Fest) – 5/5

24/01/15 – The Imitation Game (Morten Tyldum/ UK, USA/ 2014) – 5/5

26/01/15 – Ida (Pawel Pawlikowski/ Poland, Denmark, France, UK/ 2013) – 5/5

February (6)

04/02/15 – Birdman (Alejandro González Iñárritu/ US, Canada/ 2014) – 5/5

09/02/15 – Still Alice (Richard Glatzer, Wash Westmoreland/ US, France/ 2014) – 3.5/5

17/02/15 – Leviathan (Andrey Zvyagintsev/ Russia/ 2014) – 5/5

17/02/15 – American Sniper (Clint Eastwood/ US/ 2014) – 1/5

21/02/15 – Elena (Petra Costa/ Brazil/ 2012) – 3/5

21/02/15 – Voice of El Alto (Benjamin Oroza/ Finland, South Africa/ 2013) – 5/5

March (9)

03/03/14 – The Riot Club (Lone Scherfig/ UK/ 2014) – 4/5

03/03/14 – Kingsman: The Secret Service (Matthew Vaughn/ UK/ 2014) – 3/5

03/03/14 – The World of Kanako (Tetsuya Nakashima/ Japan/ 2014) – 4.5/5

15/03/16 – Your Highness (David Gordon Green/ US/ 2011) – 3/5

18/03/15 – Selma (Ava DuVernay/ US, UK/ 2014) – 3/5

22/03/15 – The Truth of Beauty (Aubrey Lam/ HK, China/2014) – 1.5/5

25/03/15 – 2538 อัลเทอร์มาจีบ (ยรรยง คุรุอังกูร/ ไทย/ 2015) – 3/5

29/03/15 – Control (Kenneth Bi/ HK, China/ 2013) – 1/5

29/03/15 – Eun Gyo (Ji-woo Jung/ South Korea/ 2012) – 3/5

April (15)

05/04/13 – X+Y (Morgan Matthews/ UK/ 2014) – 4/5

05/04/13 – The Way He Look (Daniel Ribeiro/ Brazil/2014) – 2/5

05/04/13 – Furious 7 (James Wan/ US/ 2015) – 3.5/5

11/04/15 – Himizu (Shion Sono/ Japan/ 2011) – 2/5

11/04/15 – The Man With The Iron Fists (RZA/ US, HK/ 2012) – 3.5/5

12/04/15 – Citizenfour (Laura Poitras/ US, Germany, UK/ 2014) – 3/5

13/04/15 – A Story Of Yonosuke (Shûichi Okita/ Japan/ 2013) – 4/5

13/04/15 – มังกรเจ้าพระยา (ฉลอง ภักดีวิจิตร/ ไทย/ 1993) –  1.5/5

14/04/15 – ทาสรักอสูร (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา/ ไทย/ 2014) – 1/5

15/04/15 – Little Forest: Summer/Autumn (Junichi Mori/ Japan/ 2014) – 3.5/5

16/04/15 – แก๊งปรี๊ดจะรี๊ดใจเธอ (กัปป์ วรรณกูล/ ไทย/ 2014) –  2.5/5

21/04/15 – The Spectacular Now (James Ponsoldt/ US/ 2013) – 4.5/5

28/04/15 – 1448 รักเรา..ของใคร (อรุณศักดิ์ อ่องลออ/ ไทย/ 2014) – 1/5

29/04/15 – Five Senses of Eros (Byeon Hyeok, Hur Jin-Ho, Yu Yeong-Sik, Min Kyu-Dong, Oh Ki-Hwan/ South Korea/ 2009) – 1.5/5

30/04/15 – คน ผี ปีศาจ (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย / 2004) – 4.5/5

May (7)

01/05/15 – The Theory of Everything (James Marsh/ UK/ 2014) – 4/5

02/05/15 – Avengers: Age of Ultron (Joss Whedon/ US/ 2015) – 2/5

04/05/15 – Once Upon A Time In Vietnam (Dustin Nguyen/ Vietnam/ 2013) – 3/5

09/05/15 – Parasyte: Part 1 (Takashi Yamazaki/ Japan/ 2014) – 4/5

09/05/15 – When Marnie Was There (Hiromasa Yonebayashi/ Japan/ 2014) – 4/5

10/05/15 – SDU: Sex Duties Unit (Gary Wing-Lun Mak/ HK/ 2013) – 2/5

16/05/15 – Mad Max: Fury Road (George Miller/ Australia, US/ 2015) – 5/5

June (8)

01/06/15 – La famiglia Belier (Eric Lartigau/ France, Belgium/ 2014) – 3/5

12/06/15 – Fortune Teller (Xu Tong/ China/ 2010) – 5/5

13/06/15 – Snowpiercer (Bong Joon Ho/ South Korea,Czech Republic, USA, France/ 2013) – 4.5/5

14/06/15 – Jurassic World (Colin Trevorrow/ US/ 2015) – 4/5

20/06/15 – The Taste of Money (Im Sang Soo/ South Korea/ 2012) – 2/5

22/06/15 – Short Term 12 (Destin Daniel Cretton/ US/ 2013) – 5/5

27/06/15 – Little Forest: Winter/Spring (Junichi Mori/ Japan/ 2015) – 3.5/5

27/06/15 – It Follows (David Robert Mitchell/ US/ 2014) – 2.5/5

July (8)

02/07/15 – รักหมดแก้ว (ษรัณยู จิราลักษณ์/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

05/07/15 – Love’s Whirlpool (Daisuke Miura/ Japan/ 2014) – 4/5

10/07/15 – The Abandoned Field: Free Fire Zone (Hong Sen Nguyen/ Vietnam/ 1979) – 3.5/5

12/07/15 – Dead Man Talking (Patrick Ridremont/ Belgium, Luxembourg, France/ 2012) – 3/5

17/07/15  Mommy (Xavier Dolan/ Canada/ 2014) – 4/5

25/07/15 – Ant Man (Peyton Reed/ US/ 2015) – 2/5

26/07/15 – พี่ชาย My Hero (Josh Kim/ Thailand, USA, Indonesia/ 2015) – 4.5/5

31/07/15 – PK (Rajkumar Hirani/ India/ 2014) – 5/5

August (8)

01/08/15 – Mission: Impossible – Rogue Nation (Christopher McQuarrie/ US/ 2015) – 4.5/5

13/08/15 – Magic to Win (Wilson Yip/ Hong Kong, China/ 2011) – 1.5/5

13/08/15 – Nippuruzu (Kon Arima/ Japan/ 2006) – 2/5

14/08/15 – Inside Out (Pete Docter, Ronaldo Del Carmen/ US/ 2015) – 4/5

15/08/15 – Parasyte 2 (Takashi Yamazaki/ Japan/ 2015) – 3.5/5

16/08/15 – Love In India (Qaushiq Mukherjee/ Germany, India/ 2009) – 4/5

29/08/15 – Millennium Mambo (Hou Hsiao hsien/ Taiwan, France/ 2001) – 4/5

30/08/15 – Our Little Sister (Hirokazu Koreeda/ Japan/ 2015) – 5/5

September (10)

02/09/15 – Amy (Asif Kapadia/ UK, US/ 2015) – 4/5

02/09/15 – อนธการ: The Blue Hour (อนุชา บุญยวรรธนะ/ ไทย/ 2015) – 4/5

03/09/15 – ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2015) – 5/5

05/09/15 – Shen Nu AKA. The Goddess (Wu Yonggang/ China/ 1934) – 4/5

13/09/15 – Interstellar (Christopher Nolan/ US/ 2014) – 3/5

19/09/15 – The Assassin (Hou Hsiao-Hsien/ Taiwan, China, HK, France/ 2015) – 2/5

20/09/15 – Blind Massage (Lou Ye/ China, France/ 2014) – 4.5/5

20/09/15 – 40 Years of Silence: An Indonesian Tragedy (Robert Lemelson/ US/ 2009) – 4/5

20/09/15 – Hour Of The Wolf (Ingmar Bergman/ Sweden/ 1968) – 4/5

21/09/15 – เร็วทะลุเร็ว (พันนา ฤทธิไกร/ ไทย/ 2014) – 2/5

October (8)

01/10/15 – A Real Young Girl (Catherine Breillat/ France/ 1976) – 2/5

08/10/15 – The Tribe (Miroslav Slaboshpitsky/ Ukraine, Netherlands/ 2014) – 4.5/5

11/10/15 – เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ (ชยนพ บุญประกอบ/ ไทย/ 2015) – 3.5/5

16/10/15 – Goodbye Mr. Loser (Yan Fei, Peng Damo/China/ 2015) – 3/5

19/10/15 – Our Times (Chen Yu Shan/ Taiwan/ 2015) – 4.5/5

20/10/15 – Infernal Affairs I (Andrew Lau, Alan Mak/ HK/ 2002) – 4/5

28/10/15 – Vanishing Point (จักรวาล นิลธำรงค์/ ไทย/ 2015) – 4/5

31/10/15 – Kinatay (Brillante Mendoza/ Philippines/ 2009) – 4.5/5

November (18)

04/11/15 – Spy (Paul Feig/ US/ 2015) – 3/5

13/11/15 – Snap (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2015) – 5/5

14/11/15 – Contempt (Jean Juc Godard/ France/ 1963) – 4/5

14/11/15 – Madeleine (Lorenzo Ceva Valla, Mario Garofalo/ Italy/ 2015) – 2/5

14/11/15 – Arabian Night Vol1: The Restless One (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015) – 4.5/5

15/11/15 – The Overnighters (Jesse Moss/ US/ 2014) – 4/5

15/11/15 – Under Construction (Rubaiyat Hossain/ Bangladesh/ 2015) – 4.5/5

15/11/15 – Marguerite & Julien (Valérie Donzelli/ France/ 2015) – 5/5

15/11/15 – Arabian Night Vol2: The Desolate One (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015) – 3/5

18/11/15 – Arabian Night Vol3: The Enchanted One (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015) – 4/5

19/11/15 – A Day In The Life Of Anil Bagchi (Morshedul Islam/ Bangladesh/ 2015) – 3/5

19/11/15 – Videophilia (and Other Viral Suyndromes) (Juan Daniel F. Molero/ Peru/ 2015) – 5/5

19/11/15 – Climas (Enrica Pérez/Peru, Colombia/ 2014) – 3/5

22/11/15 – The Time to Live and the Time to Die (Hou Hsiao-Hsien/ Taiwan/ 1985) – 5/5

22/11/15 – Tag (Sion Sono/ Japan/ 2015) – 2/5

22/11/15 – Suffragette (Sarah Gavron/ UK/ 2015) – 2/5

28/11/15 – Dust In The Wind (Hou Hsiao-Hsien/ Taiwan/ 1986) – 5/5

29/11/15 – Naked Ambition 3D (Kung-Lok Lee/ HK/ 2014) – 2/5

December (14)

02/12/15 – Infernal Affairs II (Andrew Lau, Alan Mak/ HK/ 2003) – 5/5

04/12-/15 – แม่เบี้ย (มล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล/ ไทย / 2015) – 0/5

07/12/15 – LOVE (Gaspar Noé/ France, Belgium/ 2015) – 3/5

13/12/15 – Infernal Affairs III (Andrew Lau, Alan Mak/ HK/ 2003) – 2/5

15/12/15 – White God (Kornél Mundruczó/ Hungary, Germany, Sweden/ 2014) – 3/5

18/12/15 – Predestination (The Spierig Brothers/ Australia/ 2014) – 4.5/5

21/12/15 – Vacance (Park Sun-Uk/ South Korea/ 2013) – 2/5

26/12/15 – Sicario (Denis Villeneuve/ US/ 2015) – 5/5

27/12/15 – Mistress America (Noah Baumbach/ US, Brazil/ 2015) – 5/5

28/12/15 – The Place Promised in Our Early Days (Makoto Shinkai/ Japan/ 2004) – 2/5

29/12/15 – Wild Tales (Damián Szifrón/ Argentina, Spain/ 2014) – 4/5

30/12/15 – Focus ( Glenn Ficarra, John Requa/ US, Argentina/ 2014) – 1/5

31/12/15 – The Look Of Silence (Joshua Oppenheimer/ Denmark, Indonesia, Finland, Norway, UK, Israel, France, US, Germany, Netherlands/ 2014) – 5/5

31/12/15 – Star Wars: The Force Awakens (J.J. Abrams/ US/ 2015) – 3/5

Short Films (145)

January (9)

01/01/15 – Feast (Patrick Osborne/ US/ 2014) – 1/5

09/01/15 – Love Me Love My Life (ไพรัช คุ้มวัน/ ไทย/ 2014) – 3/5

09/01/15 – อุด้ง (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2014) – 3/5

23/01/15 – Is There Are There (ญาณิศา พงศ์ชัยไพบูลย์/ ไทย/ 2014) – 5/5

24/01/15 – Flowerless garden (Zaw Naing Oo/ Myanmar/ 2012/ Mini Wathann Film Fest ) – 3/5

24/01/15 – Take Me Home (Shin Daewe/ Myanmar/ 2013/ Mini Wathann Film Fest ) – 3/5

24/01/15 – Social Game (Seng Mai/ Myanmar/ 2012/ Mini Wathann Film Fest) – 3.5/5

24/01/15 – Kings n Queens (Khun Minn Ohn/ Myanmar/ 2013/ Mini Wathann Film Fest) – 4/5

29/01/15 – Reunion:ทวง (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ/ ไทย/ 2014) – 2/5

February (14)

07/02/15 – คนระยำ (สมพงษ์ โสดา/ ไทย/ 2014) – 3/5

13/02/15 – สายลม (Pinaki Sachathamakul/ ไทย/ 2014) – 25

13/02/15 –ชั่วโมงหลังเลิกเรียน (กชพรรณ หาญประมุขกุล/ ไทย/ 2013) – 1/5

13/02/15 – อีสัตว์นรก (อัลวา ริตศิลา/ไทย/ 2013) – 2.5/5

16/02/15 – เกรซ (เศรษฐสิริ ชาญจรัสพงศ์/ ไทย/ 2014) – 3/5

20/02/15 – กล้วย (คณะยอดเซียนซักแห้ง/ ไทย/ 2007) – 4/5

21/02/15 – The Hen (Manel Raga/ Spain/ 2013/ BKK ISDN) – 2/5

21/02/15 – Illusion of Reality (Werner Biedermann/ Germany/ 2013/ BKK ISDN) – 2/5

21/02/15 – Not So Easy (Tove Undheim/ Norway/ 2014/ BKK ISDN) – 2/5

21/02/15 – Anamnesis (Ben Gooder, Royaume Unis/ UK/ 2013/ BKK ISDN) – 1/5

21/02/15 – The Unclean (Bahram & Bahman Hajaboullou/ Iran/ 2014/ BKK ISDN) – 3/5

21/02/15 – The Bird House (Mina Arai/ Japan/ 2014/ BKK ISDN) – 2/5

21/02/15 – Travellers in the Night (Ena Sendjarevic/ Netherlands/ 2013/ BKK ISDN) – 4.5/5

25/02/15 – Power/Rangers (Joseph Kahn/ US/ 2015) – 3.5/5

March (2)

03/03/15 – Whiplash (Damien Chazelle/ US/ 2013) – 4/5

06/03/15 – พิพิธภัณฑ์แสง (เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง/ ไทย/ 2010) – 4/5

April (6)

02/04/15 – Artoo In Love (Evan Atherton/ US/ 2015) – 0.25/5

10/04/15 – Stay (Butter Lun & Jonathan Cheok/ Singapore/ 2014) – 2/5

10/04/15 – Made (Norbert Schoerner/ Japan/ 2014) – 3.5/5

14/03/15 – เราชาวนาอยู่กับควาย (วชร กัณหา/ ไทย/ 2014) –  4/5

20/04/15 – Celles et Ceux des Cimes et Cieux (Gwenn Germain/ France/ 2015) – 4.5/5

20/04/15 – Red Umbrella (Andri Cung & Edward Gunawan/ Indonesia/ 2010) – 3/5

May (58)

20/05/15 – The Vachina Monologue (Fan Popo/ China/ 2013) – 4/5

21/05/15 – ปรนัย (ภาส พัฒนกำจร/ ไทย/ 2555) – 3/5

21/05/15 – Sweet Desire (วีราภา เองมหัสสกุล/ไทย/ 2555) – 3/5

22/05/15 – น้ำเงิน  (หัสชัย มาเอียด/ ไทย/ 2012) – 1/5

29/05/15 – The Sanctuary Part I: Heaven (พิชย จรัสบุญประชา/ ไทย/ 2015) – 4/5

30-31/05/15 – Filmvirus Wildtype 2014 (รวม/ ไทย/ 2014):

Program 1: Rough

1. โจ อร เจ็บนี้เพื่อเธอ (กลุ่มสมอง) – 4/5

2. ซาตานหมายเลข 27 (จิรภัทร์ ทวีชื่น) – 3/5

3. The Fucking Life (การันต์ วงศ์ปราการสันติ) – 5/5

4. มหาลัยหลังเขา (วรเชษฐ์ บุญผาสุขประสงค์) – 5/5

5. คนระยำ (สมพงษ์ โสดา) – 3.5/5

6. นุช, มิน และวันว่างของพวกเขา (อานันท์ ยี่รัมย์) – 5/5

7. The Mission + The Mission 2  (สมพงษ์ โสดา) – 5/5

8. สมเจน (ยุคนธร แก้วปราง) – 3/5

9. THATXXXX (เสรีภาพ สุทธิศรี) – 3/5

10 กาลเวลาบัดดล (ปานวาด เจริญยศ) – 3/5

11. ฝันฝันฝัน (กร กนกคีขรินทร์) – 5/5

Program 2: Exper

1. แผลเก่า (ธีรนิต์ เสียงเสนาะ) – 5/5

2. ถ้ำ (กร กนกครีขรินทร์) – 4/5

3. Rapist’s Nightmare (ทศพร เหรียญทอง) – 4/5

4. อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก (ณัฐวุฒิ นิมิตชัยโกศล) – 2/5

5. Classroom (นิเวศ ศรีสุนทรไท) – 5/5

6. คนึงครวญ (น้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์) – 3/5

7. Drink Sky On Rabbit’s Field (Lost Control) (อานนท์ นงค์เยาว์) – 5/5

8. อนันตา (มนศักดิ์ คล่องชัยนันต์) – ???

9. Night Watch (ดนยา จุลพุฒิพงษ์) – 5/5

10. Abortion Cycle: 1+1=1 (ชมพูนุท เมษฐา) – 2/5

11. นาทีชีวิต (ไพสิษฐ์ พันธุ์พฤกษชาติ) – 5/5

12. Memories ประวัติศาสตร์งานสัมนาของขี้ข้าในยุคสมัย 0.1 (วชร กัณหา) – 4.5/5

Program 3: Special Program บินข้ามลวดหนาม

1. Last Summer (Dapho Moradokphana) – 5/5

2. The Misplaced Flower (Saw Hsa Moo) – 4/5

3. ต่าหมื่อหล่า (Saw Shee Khe Hser) – 5/5

4. ภวังค์คติ (นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ) – 5/5

5. สันติแค่ภาพ (กอยี คูโน) – 4/5

6. มะเหย่นชาน (ณัฐปคัลภ์ เข็มขาว) – 4.5/5

7. จะโนแปลว่าผู้มีวาสนา (ไมตรี จำเริญสุขสกุล) – 5/5

8. รอยเท้าของเรา (Hta Kwa) – 5/5

Program 4: Fiction 1

1. Brother (อภิญญา เชิดในเมือง) – 3/5

2. Olds (วัชรพล แสงอรุณโรจน์) – 5/5

3. Happy When It Rains (ณัฐชนน วะนา) – 5/5

4. We Used To Love Each Other (อรุณกร พิค) – 5/5

5. ยามดึก (พงศกานต์ ซ่อนกลิ่น) – 5/5

6. The Guardian (ดิษพงษ์ สัมปัตตะวนิช) – 1/5

7. Between (ศรัทธา แสงทอน) – 4.5/5

8. Directionless (ฉันทนา ทิพย์ประชาติ) – 5/5

9. ขอ (วริทธิ์ โชคทวีศักดิ์) – 3/5

Program 5: Doc

1. เขี้ยวหมาเหลือง (ธีรภาส ว่องไพศาลกิจ) – 5/5

2. เดิน!!! (ณัฏฐา หอมทรัพย์, ธัญ เปลวเทียนยิ่งทวี) – 5/5

3. Q&A Queen & Anxiety (ปุญญมา อุชณรัศมี) – 5/5

4. ของฝากจากสวิตเซอร์แลนด์ (สรยส ประภาพันธ์) – 4/5

5. In The Eye (ดญ. ธัญญารัตน์ สีหาวงษ์) – 4/5

6. Final Presentation For You (กานต์ชนิต โพธิ์สวัสดิ์, บัณฑิตา ไพจิตร, ธีรภัทร โฆษิตสมิต, ราชพฤกษ์ ติยะจามร) – 3/5

7. บ้าน (ปฏิภาณ อมรทิพรัตน์) – 4/5

8. Take Home (ฐาปนี หลูสุวรรณ) – 4.5/5

9. Lucid Reminiscence ยามเมื่อแสงดับลา (วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย) – 5/5

Program 6: Fiction 2

1. Sahaab (วสันต์ มหาเกียรติคุณ) – 3/5

2. เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง (อริสา พลโยธา) – 3/5

3. Kid-Nap หากว่าฝันไป (ณัฐชนน วัฒนกุลจรัส) – 3.5/5

4. Please Talk to me พูดสิ อีดอก (ฉันทนา ทิพย์ประชาติ) – 4/5

June (2)

02/16/15 – Kung Fury (David Sandberg/ Sweden/ 2015) – 5/5

06/06/15 – No No Sleep (Tsai Ming-Liang/ Taiwan/ 2015) – 3/5

July (17)

13/07/15 – Mr. Peter’s Project ภารกิจพิชิตเธอ (ณเดชน์ คูกิมิยะ/ ไทย/ 2015) – 0/5

14/07/15 – วันเวลาที่ผ่านเลยไป Somewhere Only We Know (วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์/ ไทย/ 2014) – 5/5

15/07/15 – Ms. Narcissus (ชนะชัย แสงจันทร์/ ไทย/ 2015) – 4.5/5

15/07/15 – Noiseless from the ocean (ปวีณ รัตนสุภา/ ไทย/ 2015) – 2/5

16/07/15 – Smile Again (บัว คำดี/ ไทย/ 2015) – 3/5

17/07/15 – ความผิดบาปของพระถังซัมจั๋งที่แม้แต่แมลงเต่าทองก็ไม่อาจเข้าใจได้ (วัชรพล สายสงเคราะห์/ ไทย/ 2015) – 3/5

17/07/15 – Happy 26th Anniversary55 (วัชรพล สายสงเคราะห์/ ไทย/ 2015) – 3.5/5

17/07/15 – คิดถึงนะ เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ต้องการคำตอบ แต่ต้องการคนได้ยิน (วัชรพล สายสงเคราะห์/ ไทย/ 2015) – 4/5

17/07/15  เวลา: Delete Time (ธัญวรัตน์ พุมรัตนสัจจา/ ไทย/ 2015) – 3.5/5

22/07/15 – O Captain , my captain (ธีรพัฒน์ งาทอง/ ไทย / 2015) – 2/5

12/07/15 – Mindvolution (อัลวา ริตศิลา/ ไทย/ 2013) – 3/5

26/07/15 – พฤษภาไม่นานก็คลี่คลาย (วัศยา บุญนัดดา/ ไทย/ 2015) – 4/5

27/07/15 – Draft Day (Josh Kim/ ไทย/ 2013) – 3/5

29/07/15 – บ้านของผม (อรรคพล สาตุ้ม/ ไทย/ 2015) – 1/5

29/07/15 – The Postcard (Josh Kim/ South Korea/ 2007) – 4/5

30/07/15 – The Police Box (Josh Kim/ Hong Kong/ 2006) – 3.5/5

31/07/15 – งานแต่งของแพรว (เจนณรงค์ ศิริมหา/ ไทย/ 2015) – 4.5/5

August (14)

05/08/15 – อีเมลล์หรือโทรศัพท์,รหัสผ่าน. ให้ฉันอยู่ในระบบต่อไป (ธรรมสถิตย์ เจริญฤทธิชัย/ ไทย/ 2015) – 3/5

11/08/15 – ชุมชน คน ขยะ (ฐิติภัทร์ รจนากร, ปวีณ์ เมลานนท์/ ไทย/ 2014) – 3/5

11/08/15 – อาณาจักรความบันเทิง (กิตติพัฒน์ กนกนาค/ ไทย/ 2014) – 3/5

11/08/15 –เหงารายชั่วโมง (รพีพิมล ไชยเสนะ/ ไทย/ 2014) – 3/5

14/08/15 – The Violin (Ervin Han/ Singapore/ 2015) – 2/5

14/08/15 – Juke Box (Ilan Klipper/ France/ 2014) – 2/5

14/08/15 – Emergency Exit (Izlaz U Slucaju Opasnosti/ Serbia/ 2014) – 5/5

14/08/15 – Lava (James Ford Murphy/ US/ 2015) – 2/5

19/08/15 – Voices of a Distant Stars (Makoto Shinkai/ Japan/ 2002) – 4/5

26/08/15 – ในวันที่พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันตก (ภมรภรณ์ ตันเดี่ยว/ ไทย/ 2015) – 4/5

27/08/15 – รวมเพลงฮิต (อนุวัชร์ อำนาจเกษม, ฉันทนา ทิพย์ประชาติ/ ไทย/ 2015) – 3/5

28/08/15 – F aka. Friends Shift (บุญฤทธิ์ เวียงนนท์/ ไทย/ 2013) – 5/5

28/08/15 – I Can’t Tell You Why (อานันท์ ปากบารา/ ไทย/ 2013) – 5/5

31/08/15 – The Spirit of the Age(วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์/ไทย/ 2015) – 4/5

September (7)

01/09/15 – Bye Bye Uteri (พารุ่ง ชุมพลอโนมคุณ/ ไทย/ 2015) – 2/5

09/09/15 – Lalin (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ/ ไทย/ 2015) – 3/5

16/09/15 – บุญเริ่ม (สรยศ ประภาพันธ์/ ไทย/ 2014) – 3.5/5

16/09/15 – เด็กหลังห้อง (ปฐมพงษ์ แพรสมบูรณ์/ ไทย/ 2015) – 4.5/5

17/09/15 – พิมานอากาศ (อุกฤษณ์ สงวนให้/ ไทย/ 2015) – 5/5

18/09/15 – Unseen in Thailand (ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์/ ไทย/ 2015) – 2.5/5

18/09/15 – ดาริกา (ธีระวิชช์ ศรีศิริ/ ไทย/ 2015) – 5/5

October (4)

06/10/15 – ภาพติดตา (พัฒนะ จิรวงศ์/ ไทย/ 2015) – 5/5

07/10/15 – The Room (Karan Wongprakarnsanti/ ไทย/ 2015) – 2/5

07/10/15 – นกตัวนั้นมันตายไปเองเฉยเฉย (ตุลยวัต สัจจะธีระกูล/ ไทย/ 2015) – 5/5

09/10-15 – The Door (Juanita Wilson/ Ireland/ 2008) – 3/5

November (5)

11/11/15 – Cosmic Scrat-tastrophe (Michael Thurmeier/ US/ 2015) – 3/5

12/11/15 – Dragon Ball Z: The Fall Men (Yohan Faure/ French/ 2015) – 1/5

13/11/15 – The Flying Man (Marcus Alqueres/ Canada/ 2013) – 3/5

13/11/15 – แพรว (ณภัทร ตั้งสง่า/ ไทย/ 2015) – 2/5

27/11/15 – เวลา-ลาน (ไพรัช คุ้มวัน/ ไทย/ 2550) – 2.5/5

December (7)

15/12/15 – Jumping (Tezuka Osamu/ Japan/ 1984) – 4/5

17/12/15 – Eggplant (Yangzi She/ US/ 2015) – 5/5

25/12/15 – The Gifted (ธรรมรงค์ เสริมฤทธิรงค์/ ไทย/ 2015) – 5/5

29/12/15 – She and Her Cat: Their Standing Points (Makoto Shinkai/ Japan/ 1999) – 3/5

29/12/15 – New Year Celebration (กิตติพัฒน์ กนกนาค/ ไทย/ 2015) – 4/5

30/12/15 – Phenomenon (ธีรนิติ์ เสียงเสนาะ/ ไทย/ 2012) – 4/5

30/12/15 – มดลูกในตู้ปลา (ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล/ ไทย/ 2010) – 4/5

Scenes (12)

Janta Rocks’s song & Satyagraha’s song ( Satyagraha/ Prakash Jha/ India/ 2013)

Flower drop Love’s Scene (Tender are the Feet/ Mg Wunna/ Myanmar/ 1972)

ใบเฟิร์นร้องเพลง “สายตา” ประกวด (2538 อัลเทอร์มาจีบ/ ยรรยง คุรุอังกูร/ ไทย/ 2015)

Marcus rap scene (Short Term 12/ Destin Daniel Cretton/ US/ 2013)

Jaden tell a story about Nina the octopus and a shark (Short Term 12/ Destin Daniel Cretton/ US/ 2013)

PK learned liar for love in the ending scene (PK/ Rajkumar Hirani/ India/ 2014)

ซีนแด๊ดแอร์ในห้องตรวจหลังผื่นหายหมดแล้วระหว่างหมออิมกับยุ่น (ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ/ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2015)

เรื่องเล่าของพระ (Vanishing Point/ จักรวาล นิลธำรงค์/ ไทย/ 2015)

ฉากจบ Snap (Snap/ คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2015)

ฉากจบหลังมีเซ็กซ์ของเด็กสาวในตอนแรกของ Climas (Climas/ Enrica Pérez/Peru, Colombia/ 2014)

รถติดบนทางด่วน (Sicario/ Denis Villeneuve/ US/ 2015)

Book (3)

02/08/15 – สามัคคีเพศ (24 นักเขียนร่วมสมัย/ สำนักพิมพ์ Openbooks/ 2011) – 4/5

24/08/15 – สิ้นสุรีย์ & จักรวาลของการมอดไหม้ (วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา/ เม่นวรรณกรรม/ 2015) – 5/5

06/09/18 – นิมิตวิกาล 02: นิทรากาล (หลายคน เขียน/ หลายคน แปล/ สำนักพิมพ์บุ๊คไวรัส/ 2557) – 5/5

ETC. (6)

25/04/15 – Baby(ไม่)Mime (Babymime/ สถาบันปรีดี พนมยงค์) – 3/5

17/05/15 – มหิดลหรรษาเริงร่ากับสุนทราภรณ์ ครั้งที่ 6 (สุนทราภรณ์และแขกรับเชิญ/ โรงละครแห่งชาติ) – 2/5

01/06/15 – Narit Magic Show (ณฤทธิ์ ภักดีภูเบศร์/ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ) – 4/5

01/08/15 – Cirque du Soleil Quidam live in Bangkok 2015 (Impact Arena/ 2015) – 3.5/5

24/10/15 – Cookin’ Nanta (RCA Plaza/ 2015) – 3/5

30/12/15 – Muay Thai Live: The Legend Lives (เอกชัย เอื้อครองธรรม/ Asiatique/ 2015) – 2.5/5