Arabian Night: เรื่องเล่าสะท้อนวิกฤต

Arabian Night (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015)

arabian-nights-poster

Arabian Night Vol1: The Restless One (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015) – 4.5/5

แรกๆก็หวั่นๆว่าเราจะไม่รอด เพราะหนังเรื่องที่แล้วของโกเมซอย่าง Tabu ที่ได้ดูในโรงรอบแรกเราก็ไม่รอด ไม่รู้เรื่องและหลับกระจุยกระจาย มาดูอีกรอบแบบสบายๆที่สามารถ pause ได้ถึงจะได้ถึงบางอ้อแต่ก็อยู่ในแนวทางที่ไม่ได้ชอบมากอยู่ดี

แต่กับเรื่องนี้ ภาคแรกนี้ เราสนุกมาก เราชอบการเล่าเรื่องของหนังมากๆ คือมันเอาเรื่องผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจในโปรตุเกสมายำใหญ่ภายใต้โครงสร้างของอาหรับราตรีที่เป็นการเล่าเรื่องไปเรื่อยๆโดยแต่ละเรื่องก็มโนไปว่าเป็นตอนที่เท่าไหร่ ว่าด้วยเรื่องของอะไรและเชื่อมโยงกับวิกฤตของโปรตุเกสในด้านใด โอเคละว่าเราไม่ได้มีความรู้เรื่องของวิกฤตทางยุโรปพวกนี้มากเท่าไหร่ แต่เพราะการเล่าเรื่องและการยำใหญ่ของหนังมันสนุกมาก ตลกและกวนตีนมากๆ อย่างเรื่องการเจรจาระหว่างยุโรปกับประเทศมหาอำนาจที่ได้พบเจอกับพ่อมดผู้มีสเปร์วิเศษ, เรื่องรักสามเศร้าของเด็กชายหญิง, การพิพากษาไก่ที่ขันยามค่ำคืน ก่อนตัดกลับไปเรื่องซีเรียสอย่างการสัมภาษณ์คนตกงาน

อนึ่ง ด้วยความที่ไม่ได้เก่งกาจภาษาอังกฤษซักเท่าไหร่ ปัญหาที่เราเจอคือการอ่านซับไม่ทันหรือแปลบางคำไม่ออก อันเป็นปัญหาที่เราเจอใน Tabu มาก่อนแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้เราก็ยังคงประสบอยู่ แต่มันกลับไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่แฮะเพราะหนังมันสนุกและน่าติดตามจริงๆ

Arabian Night Vol2: The Desolate One (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015) – 3/5

แล้วปัญหาที่เราหวั่นไว้ก็บังเกิด เสียใจอ่านซับไม่ทันและไม่รู้คำศัพท์หลายคำเลย ฮือๆๆ เลยขอพูดถึงโดยรวมที่เราจับต้องได้และเข้าใจแล้วกัน

เรารู้สึกว่าภาคนี้มันเล่าเรื่องไปคนละแบบกับภาคแรกเลยแฮะ คือภาคแรกมันมีการยำเรื่องเล่าต่างๆเข้ากับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโปรตุเกสได้แบบมีสีสันดีโดยกับจับเอามันมาผสมกับแบบหน้าตาเฉยอย่างนักการเมืองพบเจอกับพ่อมดหรือการเลือกตั้งที่มีไก่เป็นตัวละครหลักอะไรแบบนั้น ซึ่งเราก็สนุกในส่วนนั้นมากๆ แต่ในภาคนี้มันคือการตั้งในเล่าเรื่องไปเลย กล่าวคือไอ้ภาวะวิกฤษอะไรนั้นมันจะไม่ชัดแบบเห็นได้ด้วยตาเหมือนในภาคแรก แต่เป็นการเล่าเรื่องเพื่อการสะท้อนภาวะนั้นแทน

แต่ก็นะด้วยปัญหาของตัวเองอย่างที่บอกไปตอนต้น เราเลยเฉยๆแกมงงๆกับพาร์ตของชายแก่ แต่ชอบในพาร์ตหมาที่มันเศร้าจัง ส่วนพาร์ตที่ชอบที่สุดคือพาร์ตน้ำตาผู้พิพากษาที่เรารู้สึกว่ามันเล่าเหมือนภาคแรกที่เราชอบเลย แสบสันต์ กวนตีน เหมือนกัน เจ็บแสบและแสนเศร้ากับการพิพากษาที่เหมือนว่ายวนอยู่ในอ่างแบบไร้ทางออก(ที่อาจสะท้อนภาวะของประเทศโปรตุเกสไว้) เพียงแต่เปลี่ยนรูปจากภาพไปเป็นคำพูดแบบน้ำไหลไฟดับแทน

 

Arabian Night Vol3: The Enchanted One (Miguel Gomes/ Portugal/ 2015) – 4/5

กลายเป็นว่าพาร์ตนี้เป็นพาร์ตที่นิ่งที่สุด แม้ซีนแรกๆที่เหมือนเป็นตอนเกริ่นนำจะสวิงสวายบ้าง มีทั้งการซ้อนภาพ ทั้งตัวเรื่องที่เล่าเองหรือแม้กับซีนอันน่าจดจำสวยๆอย่างการร้องเพลงที่เราชอบมาก หรือกับซีนที่แทรกเข้ามาที่เป็นเรื่องเล่าแสนรัดทดของสาวชาวจีนกับคนรักที่ล้อไปกับภาพการประท้วงในโปรตุเกส แต่ส่วนทีเหลือของหนังคือการนำเข้าไปสู่สิ่งที่หนังต้องการ นั้นคือความสงบ ด้วยการเล่าเรื่องให้ใกล้เคียงกับการอ่านหนังสือมากที่สุด เรื่องราวของคนดักนก คนเลี้ยงนกและการประกวดเสียงร้องของนก ใช่ เสียงร้องของนกคือความสงบในรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นหนังจึงได้ลดการ narrative ที่มีมากมายในสองพาร์ตแรกลงแล้วเปลี่ยนมาขึ้น text แทน (อันนี้อ้างอิงจาก Q&A) อารมณ์ประมาณอ่านหนังสือท่ามกลางธรรมชาติอะไรแบบนั้นอันเป็นการฉีกตัวออกไปจากสองพาร์ตแรกไปเลย อย่างไรก็ตาม เรื่องรัดทดของสาวชาวจีนที่ขึ้นมาระหว่างเรื่องหรือกับเสียงเครื่องบินคอยเข้ามาบดบังเสียงนกร้องนั้นยังคงเป็นตัวย้ำสติให้คนดูไม่หลงตัวไปกับความสงบเหล่านั้นมากไป คอยดึงเตือนกระตุ้นให้กลับมามองภาพจริงในอีกด้านหนึ่ง ไม่กลายเป็นดั่งชายแก่ที่ติดกับดักนก

 

สรุป:

หากพูดภาพโดยรวมของหนังทั้งสามภาคเราบอกได้เลยว่ามันสมบูรณ์แบบ ในที่นี้เราไม่ได้หมายความถึงหนังที่มันสะท้อนภาพบริบทประเทศของโปรตุเกสหรือวิกฤตยุโรปใดๆเพราะเราไม่มีความรู้มากนัก แต่เราหมายถึงความสมบูรณ์แบบในการเล่าเรื่องที่เรียกได้ว่าสุดขีดจริงๆ จะทั้งการยำใหญ่ใส่สารพัดในพาร์ตแรก ความเซอร์ซะแต่เด็ดขาดในพาร์ตสองและกับนิ่งอ้อยเอื่อยทั้งภาพและเสียงในพาร์ตนี้ โดยภาพรวมทั้งสามภาคเรารู้สึกว่าหนังมันค่อยๆลดระดับเรื่องเทคนิค ลดระดับการเล่าเรื่องลงมา อาการเหมือนคนที่มันค่อยๆเรียนรู้วิกฤตที่เข้ามาแล้วค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับวิกฤตนั้นให้ได้อะไรแบบนั้น

ยืนยันด้วยอีกเสียงว่าอยากดูสามตอนแบบรวดเดียวเลย แต่หากจะให้เรียงลำดับความชอบ ผลที่ได้ก็คงเป็น  1-3-2

ปล. ตอน Q&A โกเมซเล่าว่าแกทำหนังเรื่องนี้ขึ้นเพื่อลูกสาวของแก โกเมซว่ามีวันนึงลูกสาวแกอยากให้แกซื้อของให้แต่แกไม่ซื้อ ลูกสาวแกก็เลยคิดว่า ออ! เพราะวิกฤตเศรษฐกิจแน่ๆเลยที่ทำให้พ่อต้องประหยัด โกเมซเลยเกิดความคิดที่จะอธิบายเรื่องวิกฤตนี้ให้ลูกฟังแต่ปัญหาคือตัวลูกสาวนั้นเด็กเกินกว่าจะเข้าใจอะไรหนักๆพวกนี้ได้ โกเมซก็เลยคิดเรื่องทำหนังขึ้นมาเพื่อพูดถึงวิกฤตนี้ เพื่อให้ลูกสาวได้ดู ได้เรียนรู้และเข้าใจเมื่อโตขึ้นมากพอที่จะเข้าใจอะไรหนักๆได้แล้ว…จี๊ดใจจริงๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s