กรกฏา’15 กับหนังที่ได้ดู

02/07/15 – รักหมดแก้ว (ษรัณยู จิราลักษณ์/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

ชอบในระดับกรี๊ดกราดแดดิ้น เสียดายมากที่ไม่มีโอกาสดูในโรง

เรามองเห็นรูปแบบของชีวิตที่เกิดขึ้นในเรื่องแตกต่างออกไป 2 ทางชัดเจนซึ่งเราโดนกับมันมากๆเป็นการส่วนตัว นั่นคือรูปแบบยูโธเปียที่ไม่ต้องคิดเหี้ยอะไรกับชีวิตมากมาย สนุกและอยู่กับปัจจุบันนี่เแหละเป็นพอ กับอีกทางคือชีวิตจริงๆและปัญหาที่ยังไงมึงก็ต้องพบเจอ ที่หนีไม่พ้น ตัวละครที่มันสะท้อนตรงนี้คืออีพี่อุ๊กับอีไฟเลี้ยว อีพี่อุ๊มอบภาพยูโธเปียกับชีวิตให้กับอีไฟเลี้ยวแต่สุดท้ายก็ต้องร่วงลงพื้น ส่วนอีไฟเลี้ยวก็พยายามสร้างอียูโธเปียนั้นก่อนจะพบว่าแม่งแทบเป็นไปไม่ได้

แล้วเราก็ชอบรูปแบบความสัมพันธ์ในหนังมากๆ คู่อีบั๊กโจกับอีไฟเลี้ยวนี่แหละ ความสัมพันธ์แบบรักๆเลิกๆ ประชดประชัน สับสนมึนงง ซึ่งจริงๆก็น่าหมั่นไส้อยู่เหมือนกันที่พวกมึงแม่งมีสตางค์มากพอ บ้านรวยพอที่จะทำสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในหนังโดยไม่ต้องสนใจอนาคตเท่าไหร่ แต่ก็นั้นแหละ กูก็เคยเป็นแบบนั้น ตอนจบใหม่เราก็พยายามสร้างตัวตนสร้างแนวทางของตัวเองขึ้นมา หาความสัมพันธ์ในนิยามของตัวเองขึ้นมาคล้ายๆกัน แล้วมันก็ล่มลงคล้ายๆกัน กูเลยรู้สึกร่วมเป็นพีเศษกับอีคู่นี้ที่คนนึงก็นิยามแบบนึง อีกคนก็นิยามไปอีกแบบ โดยเฉพาะไอ้ความสับสนในตัวเองมากๆของอีไฟเลี้ยวที่เหมือนมือนึงก็พยายามดึงเข้าไว้ แต่ตีนกลับพยายามถีบออกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสุดท้ายหนังมันก็ไม่ได้คลี่คลายความสัมพันธ์ของคู่นี้ที่เราก็เชื่อว่ามันก็คงจะยังคงรักๆเลิกๆไปแบบนี้จนกว่ามันจะได้พบเจอชีวิตจริงๆนั้นแหละ ซึ่งตรงนี้เราโดนมาก

อีกส่วนที่เรารู้สึกประหลาดใจมากคือเรื่องของเหล้าและวงเหล้า เราเป็นแพ้แอลกอฮอล์ หมายถึงกินแค่ครึ่งแก้วคอก็พับแล้ว เราจึงไม่เข้าใจความรื่นรมณ์ใดๆในการกินเหล้า รวมถึงความบันเทิงในวงเหล้า แต่เรากลับรื่นเริงมากกับการกินเหล้าและการสนทนาในวงเหล้าของตัวละครในเรื่อง อาจจะเป็นเพราะคาแรคเตอร์ของตัวละครกอปรกับมุกกวนๆมากกว่ามั๊งที่ทำให้เรารู้สึกรื่นรมณ์ เพราะเอาเข้าจริงกูคงไปไม่รอดถึงการเม๊าส์มอยแน่ๆ

พี่ช่าในบทพี่อุ๊คือดีงาม แม้จะโดนยัดคำพูดเด็ดๆเก๋ๆใส่ปากแต่พี่ช่าก็ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชม แล้วก็แน่นอนกับของลุคนางเอก

05/07/15 – Love’s Whirlpool (Daisuke Miura/ Japan/ 2014) – 4/5

 – ชายสี่หญิงสี่ ต่างสถานะ ต่างอาชีพ ต่างแบล็คกราวด์ จ่ายเงินคนละสองหมื่นเยนแล้วมารวมตัวในห้องชุดสุดหรูในรปปงงิเพื่อมีเซ็กซ์กับแบบไม่ผูกมัด กฏก็คือต้องอาบน้ำก่อนและหลังมีเซ็กซ์เสมอ, ต้องใช้ถุงยาง, ผู้หญิงมีสิทธิ์ในการปฏิเสธคู่และระยะเวลาในกิจกรรมคือตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีห้าของอีกวัน

– แน่นอน มันคือการรวมตัวของเหล่าคนเงี่ยน คนเงี่ยนจากหลายแบล็คกราวด์ บ้างหนีเมียมาเงี่ยน บ้างเงี่ยนมากจนต้องหาที่ระบายออก บ้างก็เงี่ยนแบบเงียบๆ บ้างโครตจะเงี่ยนแต่ด้วยอาชีพเลยต้องแอ๊บไว้ มันเลยสนุกดีกับการได้ดูคนเงี่ยนที่มันต้องดีลกับความเงี่ยนของตัวเอง

– และอีกแน่นอนว่าหนังมันคงไม่ใช่แค่การมาเอาๆกันแล้วจบไป เอาเข้าจริงมันก็คือการย่นย่อความเป็นสังคมไว้นั้นแหละ มีทั้งเรื่องความสัมพันธ์ที่มันเริ่มที่การผูกมิตรเปิดเผยตน พอสนิทกันมากเข้าก็เริ่มมีการติติงนินทาตามประสาหรือไกลกว่านั้นก็มีอารมณ์อื่นเข้ามาร่วมด้วย, เรื่องภาพจำของคนในสังคม การ stereotype คนตามรูปร่างหน้าตา (อ้วน, มีรอยสัก, เนิร์ด) หรือกับหน้าที่การงาน (นักศึกษา, ครูโรงเรียนอนุบาล, พนังงานโรงงาน) ที่แม้แวดล้อมจะเสรีแค่ไหนคนเรามันก็มักเอาเงื่อนไขพวกมามาครอบมาตีกรอบไว้เสมอ ที่มันดีก็คือมันสะท้อนมายังคนดูด้วยว่าเราคนดูนั้นยืนอยู่ตรงไหนของเงื่อนไขเหล่านั้น

– แล้วมันก็ให้ภาพมุมมองต่อเซ็กซ์ที่แตกต่างกันไป จะเพื่อความสนุก จะเพื่อการบำบัด จะเพื่อเป็นประสบการณ์ จะเพื่อทดสอบชีวตคู่ จะเปิดเผยชัดเจนหรือปกปิดไว้ก็ตามแต่ ไม่มีอะไรมาตีตราบอกว่านี่ผิดนี่ถูก หนังมันไม่ได้ตีค่าไว้แบบนั้น ซึ่งดี

– ซีนที่ดีมากๆที่สุดซีนหนึ่งคือซีนเปิดผ้าม่านแล้วแสงยามเช้าสาดส่องเข้ามา ตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่เรารู้สึกว่าแสงยามเช้าคือการความดีงาม ความบริสุทธิ์ ที่พอมันสาดเข้ามายังคนเหล่านั้นแล้วเรารู้สึกถึงการโบ้ยตีคนบาปให้อับอาย

– น้ำแตก แยกทาง สบายตัว แต่ยังเดินย่ำอยู่ในสังคมเดิมๆต่อไป

10/07/15 – The Abandoned Field: Free Fire Zone (Hong Sen Nguyen/ Vietnam/ 1979) – 3.5/5

เพจ Cafe Lumiere​ เคยแนะนำไว้นานละเพิ่งมีโอกาสได้ดู มันเล่าถึงความครัวเวียดกงน่ารักอบอุ่น พักอาศัยอยู่เหนือหนองบึงที่ใช้ทำมาหากิน แต่พื้นดินที่พวกเขาพักอาศัยอยู่นั้นเป็นพื้นทีเดียวกับที่กองกำลังจากเวียดนามใต้อย่างอเมริกาปกครองอยู่ในช่วงเวลาของสงครามเวียดนาม มันเลยกลายเป็นพื้นที่ตามชื่อเรื่องที่มีเฮลิคอปเตอร์บินว่อนอยู่ตลอดเวลาและพวกเวียดกงอย่างพวกเขาก็รวมตัวกันต่อสู้

เบื้องหน้ามันเป็นหนังเมโลดราม่าเคล้าน้ำตาและเบื้องหลังมันก็พูดเหมือนกับหนังสงครามที่เราคุ้นเคย แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของหนังคืองานด้านภาพ นอกเสียจากความอลังการของหนองบึงที่เต็มไปด้วยเฮลิคอปเตอร์แล้ว มุมมองของภาพก็น่าสนมากๆเช่นกัน ในที่นี้คือภาพด้านกลับของ Bird Eye View ปกติการถ่ายภาพแบบ BEV มันมักจะให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของผู้มอง ของกล้องต่อซับเจกค์ของภาพ อาทิภาพจากเฮลิคอปเตอร์ลงมายังหนองน้ำที่ให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และการครอบครองในที่นี้คือภาพการของอเมริกาต่อเวียดนาม แต่ในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ หนังมันเต็มไปด้วยภาพการมองในทิศทางที่ตรงกันข้าม กล่าวคือมุมมองของผู้คน จากหนองน้ำขึ้นไปสู่เบื้องบน แน่นอนมันให้ภาพของการโดนกดทับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การล้อกันของสองมุมมองนี้มันก็ทำให้ภาพของเหยื่อมันชัดเจนมากขึ้น แล้วพอมันมากๆเข้าเราก็พร้อมใจที่จะเอาใจช่วยเหล่าตัวละคร การต่อสู้ของพวกเขา(จากบนพื้นน้ำ) มันเลยยิ่งมีพลัง

แต่ก็นั้นแหละ เราไม่มีความรู้ในบริบทร่วมกับหนังมากนัก กอปรกับตัวหนังมันเล่าเรื่องวนไปวนมา (ชีวิตครอบครัว ทำมาหากิน หลบเฮลิคอปเตอร์ รวมกลุ่มต้าน วนไปแบบนี้ซักสามรอบ) แล้วค่อยมาพีคในช่วงท้ายทีเดียว เราเลยเฉยๆกับหนัง แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราไปค้นคว้าหาสิ่งที่เกี่ยวข้องในบริบทของหนังมาอ่านเพิ่มเติม

ดูหนังได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=QH_7Rimgcd0

 12/07/15 – Dead Man Talking (Patrick Ridremont/ Belgium, Luxembourg, France/ 2012) – 3/5

แกมๆบังคับแฟนไปดูหนังที่เทศกาลหนังยุโรป แรกๆก็เกรงๆว่าจะไปรอดไหม โชคดีที่ได้เจอหนังที่ดูง่ายและแมสมากๆ หนังมันเล่าเรื่องของนักโทษประหารที่ทางกฏหมายแล้วเขามีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรก็ได้ก่อนตาย แต่ปัญหาคือเขาพูดไม่หยุด ชีวิตเขามีอะไรให้พูดมากมาย จนสุดท้ายก็เลยเวลาของการประหารตายกฏหมายไป เรื่องนี้กลายเป็นข่าวโด่งดังเนื่องเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยจะเกิดกันนักและมันก็แสดงให้เห็นถึงช่องว่างบางอย่างของกฏหมาย เรื่องราวเลยเถิดไปถึงการที่เขาถูกใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงของนักการเมืองไปด้วยอีกทาง มันเลยกลายเป็นเกมการเมืองพร้อมๆไปกับภาพชิวิตแสนดราม่าของตัวเอกไป

มันเป็นหนังตลกร้ายที่ดูสนุก มีจังหวะจะโค่นในการหยอดอารมณ์หรือมุกตลกต่างๆที่แม่นมาก แต่ที่เป็นปัญหาสำหรับเราคือการที่หนังมันแยกขาว-ดำชัดเจนเกินไป กอปรกับการบิ๊ว บี๊ ขยี๊อารมณ์ ขยี่๊พล๊อตที่เยอะมากเกินปกติ ยิ่งท้ายๆที่นานมากจนเราเหนื่อยก่อนที่มันจะไปสุดทางของมันเสียอีก

ปล. ชอบเครดิตเปิดเรื่องที่เป็นการค่อยๆวางรายชื่อโปรดักชั่น, นักแสดงและชื่อหนังออกมาคล้ายๆจี๊กซอร์ เก๋ดี

17/07/15  Mommy (Xavier Dolan/ Canada/ 2014) – 4/5

เป็นตราบาปไปแล้วที่กูพลาดดูในโรงเมื่อเวิลฟิล์มปีที่แล้ว!!!!

โดลองเล่นกูอีกแล้ว (ซึ่งจริงๆก็เล่นกูทุกครั้งที่ได้ดูหนังของนางนั้นแหละ) หนังสนุกมากและแรดแบบสุดปรอทตามสไตร์อีนาง รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวละครที่ทั้งรักทั้งเกลียดและมีความหมิ่นเหม่อยู่บางๆนั้นดีงามเป็นที่สุด แถมมันก็ดีงามมากๆที่หนังมันพาคนดูไปได้จนสุดทางโดยการค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมา สร้างความหวังแล้วก็ตัดมันทิ้งไปเพื่อตกลงสู่โลกแห่งความจริง

แล้วเราก็กรี๊ดมากในการใช้เพลงในหนัง เพลงป๊อปๆนี่แหละที่มันก่อให้เกิดซีนน่าจดจำมากมาย colorblind เอย Wonderwall เอย White Flag เอย หรือแม้แต่ Born to Die ที่ส่งตอนจบพีคถึงขีดสุด

ออ! เทคนิคการขยายจอนี่ก็เลอค่าและแรดสมชือผู้กำกับ ส่วนนักแสดงทั้งสามคนนี่คือน่ากราบแทบเท้ากันทุกคน โดยเฉพาะ ซูซาน เครมองท์ กับเส้นเลือดของเธอ!

ดูหนังของโดลองมาทุกเรื่อง ขอจัดอันดับไว้หน่อย:

1. Laurence Anyways
2. I Killed My Mother
3. Mommy
4. Heartbeats
5. Tom at the Farm

25/07/15 – Ant Man (Peyton Reed/ US/ 2015) – 2/5

ราบเรียบเหลือเกิน แบนๆแกนๆจนประหลาดใจว่านี่คือหนังมาเวลที่อย่างน้อยมันก็มักจะมีอะไรให้ลื่นไปกับมันได้บ้าง น้อยที่สุดก็ความสนุกที่เรื่องนี้เรากลับหาไม่พบ เป็นการเปิดตัวที่น่าผิดหวังมากสำหรับเรา เหมือนอาการคนหมดแรงแล้วเดินกลับบ้านอย่างช้าๆเซ็งๆเพื่อนอนตื่นมาพบกับวันใหม่(ในตอนไปรวมตัวกับเหล่าอเวนเจอร์)อะไรอย่างนั้น

น่าเสียดายที่มันไม่ได้ตกอยู่ในมือของ เอ็ดการ์ ไรท์ เต็มตัว ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเราเชื่อว่าหนังจะเวิร์ค กล้าและฉีกแนวออกไปมากกว่านี้แน่ๆ จริงๆมันก็มีส่วนทีเราชอบแหละจำพวกอารมณ์ขันหรือซีนโชว์กวนๆที่เราเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวคิดของไรท์อะนะ

อนึ่ง อีเรื่องพ่อ-ลูกนี่น่าเบื่อได้อีกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

11350568_10152781796786650_5971278550324603655_n26/07/15 – พี่ชาย My Hero (Josh Kim/ Thailand, USA, Indonesia/ 2015) – 4.5/5

 ดีงามหมดจด จริงๆเอาแค่ตัวบทที่มันว่าด้วยเรื่องราวของพี่น้องชนชั้นล่างที่ต้องคอยดูแลกันเอง ประคับประคองกันไว้ไม่ให้ล้มนั้นก็ทำออกมาได้ดีงามมากๆแล้ว ห้วงจังหวะและการแสดงนับได้ว่าน่าชื่นชมมากๆ อีกทั้งมันก็น่าสนใจมากขึ้นไปอีกที่ผู้กำกับเป็นเกาหลี-อเมริกันแท้ๆแต่สามารถจับภาพสังคมไทยออกมาได้ชัดเจนมากๆ โดยเฉพาะการที่มันพูดถึงความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมทั้งเรื่องของโอกาสในการเข้าถึงและอำนาจที่ครอบคลุมเอาไว้อันก่อให้เกิดภาวะของการจำนนและการไต่เต้าให้พ้นกับสภาวะที่เป็นอยู่ เป็นภาพด้านหนึ่งที่เรามักคุ้นชินจนน่าขนลุกผ่านการจับฉลากเพื่อการเป็นทหาร

อีกสิ่งที่ชอบมากๆคือการที่หนังไม่มาเสียเวลาพะว้าพะวังกับความเป็นเกย์ของตัวละคร ทำให้หนังมันถูกมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเลือดและเนื้อต่อสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างมนุษย์คนธรรมดามากกว่าเพศสภาพ ตัวละครทุกตัวในหนังคือมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่ตัวแทนแห่งสถานะทางเพศใดๆ

หนังบอกกับเราว่าชีวิตคนเรามันก็เปรียบได้ดั่งกับการเล่นหมากฮ๊อต กระดานคือทางเดินให้เราเลือกดำเนินไปด้วยหมากในมือที่มีอยู่ วางแผนแสวงหาโอกาส ไปการดีลกับอำนาจบ้างไรบ้าง มันก็คือการต่อสู้ทางสังคมเพื่อการเอาชนะและถีบตนเองขึ้นมาในทุกรูปแบบที่คิดได้นั้นแหละ

ปล. การเซ็นเซรอ์การสถบที่มีคำว่า “พ่อ” หรือ “เย็ด” เป็นสิ่งล้าหลังและโง่เง่าอย่างที่สุด

31/07/15 – PK (Rajkumar Hirani/ India/ 2014) – 5/5

– ดีงามสามคำล่ำลือจริงๆ ดีเสียจนอยากจะเห็นหนังไทยที่มันกล้าตั้งคำถามถึงเรื่องศาสนาความเชื่อแบบนี้บ้างจัง

– สิ่งที่เราชอบมากๆคือการที่มันตั้งอกตั้งใจตั้งคำถามกับสิ่งที่มันถูกตีค่าว่าสูงส่งด้วยอารมณ์น่ารักน่าชังจนทำให้น้ำเสียงของการท้าทายต่างๆนาๆมันลดความรุนแรงลงไปเยอะมากๆ เป็นวิธีที่ฉลาดมาก การที่หนังมันใช้มนุษย์ต่างดาวเป็นตัวเดินเรื่องจึงเป็นอะไรที่เหมาะสมจริงๆ แถมมันยังเป็นการตั้งคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบที่เอียนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งด้วย เป็นการพุ่งไปหาที่เหตุและผลด้วยการแสดงให้เป็นถึงฟังก์ชั่นและการทำงานต่างๆของศาสนา พระเจ้า ความเชื่อได้อย่างถึงแก่น ส่วนที่เหลือจากนั้นก็แล้วแต่ผู้ชมจะต่อยอด

– จังหวะการวางอารมณ์ในหนังก็ดี โดยเฉพาะช่วงท้ายๆที่เล่นกูน้ำตาแตกกันไปเลย คือตั้งแต่ซีนเน่าๆในห้องส่งจนไปถึงการเรียนรู้สุดท้ายของ PK

– น่าสนใจมากว่านี่คือหนังที่ทำเงินมหาศาลในอินเดีย ประเทศที่มีความเชื่อและศาสนาหลากหลาย

– ลุคนางเอกนี่มีเสน่ห์มหาศาลจริงๆ

– ติดท๊อปประจำปีแน่นอน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s