ธันวา’14 กับหนังที่ได้ดู

03/12/14 – ประโยคสัญญารัก (พลัฏฐ์พล  มิ่งพรพิชิต/ ไทย/ 2556) – 1.5/5

เออ คือหนังมันต้องการจะมอบอะไรให้กับคนดูหรือ? ดูแล้วงงแกมไม่เข้าใจ คือจะเล่นเรื่องรักต่างวัยมันก็ไม่ใช่เพราะหนังมันไม่ได้นำทางไปให้สุดในด้านนั้นแต่กลับให้มุมมองความรักแบบทั่วๆไปแทน ซึ่งอันนี้ดีนะ มันเป็นมุมที่โลกปัจจุบันควรจะมองเป็นเรื่องปกติแบบนี้แหละ แต่หนังกลับเดินไปในทางของหนังรักงุ้งงิ้งง่อยๆไปอย่างน่าเสียดาย แทนที่จะโฟกัสคู่รักต่างวัยนี้ในมุมต่างๆที่มีให้เล่นตั้งเยอะ หนังกลับไปทุ่มเทกับเบี้ยใบ้รายทางที่ไม่ได้ส่งผลใดๆกับหนัง มันเลยกลายเป็นว่าหนังทำเอาให้คนดูอย่างเรางงแตกพร้อมอุทานว่า อะไรของมึงว่ะ!

แล้วก็นะ กลายเป็นหนังพ่นคำคมสบัดไปเสียอย่างนั้น ดูจบอยากปลุกอีพ่อของพระเอกมาฆ่าซ้ำหลายๆรอบ คนเหี้ยไรเพ้อเจ้อ เอาจริงๆกูยังรู้สึกเลยว่าหมิว ลลิตา เอื่อมระอามากๆกับคำพูดที่ถูกยัดมาให้ต้องพูดอะนะ!

แถมไทอินสินค้าสนั่นลั่นทุ่งทุนนิยม!!!

05/12/14 – ลาบเลือด (พร ไพโรจน์/ ไทย/ 2522) – 5/5

เริ่มติดใจในหนังบู๊ไทยเก่าๆเข้าให้แล้ว พวกหนังยุคปลายทศวรรษที่ 2510 ถึงช่วงทศวรรษที่ 2520 แล้วยิ่งมาเจอเรื่องนี้เข้ายิ่งติดหนึบเข้าไปใหญ่ กรี๊ดกร๊าดสนั่นด้วยความสุดรีนมากๆของมัน แถมสนุกอย่างเหลือเชื่อ

เรื่องราวไม่มีอะไรมาก หนังมันว่าด้วยเรื่องของสุภาพบุรุษนักเลงที่ชอบกินลาบเลือดเป็นนิจ แต่ทุกครั้งที่อยากกินเป็นต้องหาเลือดมาทำลาบเองทุกทีไป พ่วงไปกับเส้นเรื่องหลักอันว่าด้วยการเข้าไปช่วยเหลือคู่น้องสาวของเพื่อนรักในไร่กัญชาของเสี่ยใหญ่ผู้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส พร้อมกับการปะทะกับเหล่าลูกสมุนมือดีมากมายของเสี่ยในการพาตัวแรงงานชั้นล่างเหล่านั้นออกจากขุมอเวจี

แค่ซีนเปิดเพื่อแนะนำตัวพระเอกก็ตบเข่าฉาดๆแล้ว มาเจอเพลงประกอบ ลาบเลือด พร้อมไตเติ้ลเปิดเรื่องนี่ทำเอาเข่าช้ำไปอีกรอบ ไหนจะซีนเริดๆอีกมากมาย อาทิ ซีนร้องเพลงเหล่โต้ตอบกันที่ขึ้นมาแบบเซอร์ไพร์สัดๆ, ซีนขอยาของเปียทิพย์ หรือแม้แต่ซีนขอเย็ดแบบสุภาพบุรุษที่ทำเอากูกรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก

จริงๆหนังดูเอาสนุกเอาบันเทิงอย่างเดียวก็ทำเอาสุขไปหลายร้อยขั้นแล้ว แต่อีกด้านมันก็เล่าเรื่องของลำดับชั้นการปกครองได้น่าคิดเหมือนกัน ในหนังเสี่ยเจ้าของไร่ปกครองเหล่ามือปืนเพื่อให้พวกมันปกครองแรงงานทาสอีกทอดหนึ่ง แต่สุดท้ายอำนาจก็ล้มครืนลงด้วยการลุกขึ้นสู้เพื่อความเป็นไท โดยมีเจ้าอำนาจกลุ่มใหม่ขึ้นมาคุมแทนอยู่ดี คนชั้นล่างกลายเป็นกลุ่มคนที่หนีเสือปะจระเข้ตลอดเวลา

น้าแอ๊ดสมบัติเท่ห์ฉิบหาย ฤทธิ์ ลือชา แม้จะดูโง่ไปหน่อยแต่มาดแดกขาดจริงๆ แต่ที่เด็ดสุดและเราหลงหัวปักหัวปำคือ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ผู้รับบทกระหรี่ใจเพชรน้ำใจงาม ฉากเอาตัวแลกขอยานี่ยกใหัเป็นซีนที่พีคที่สุดของหนังไทยปีนี้ไปเลย (ชอบเธอมากๆจาก ชีวิตบัดซบ ละ)

ปล. หนังมีใช้สกอร์ของสตาร์วอส์ด้วยนะมึง แถมเสียงปืนในซีนถล่มกันช่วงท้ายยังเป็นเอาเสียงปืนเลเซอร์ในสตาร์วอส์มาผสมโรงด้วย เอากับมันซิ!!!

ไปดูๆ https://www.youtube.com/watch?v=r0hKnWqntE4

06/12/14 – Saint Laurent (Bertrand Bonello/ France, Belgium/ 2014) – 3/5

เราเคยดูหนังของ ผกก คนนี้มาสองเรื่องคือ The Pornographer และ House of Tolerance ชอบมากทั้งคู่โดยเฉพาะเรื่องหลัง

มันแปลกดีเหมือนกันนะที่ตลอดการดูเราไมได้รู้สึกอะไรกับหนังเลย เหมือนตามดูชีวิตคนไปเรื่อยๆบนแนวคิดเรื่องความสร้างสรรค์บนความเจ็บปวด บลาๆๆ ซึ่งมันไม่มีจุดพีคหนักๆ ไม่มีจุดพิเศษ แต่แปลกที่เรากลับอยู่กับหนังได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่หลับ แม้ไม่เพลิดเพลินนักแต่รู้สึกว่าไหลลื่นไปกับหนังได้เสมอต้นเสมอปลาย ประหลาดดี มานั่งคิดๆดูก็พบว่าหนังมันมีสีสันต์บางอย่างที่แปลกดีและเราชอบแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง

แต่เราชอบช่วงท้ายของหนัง มันพีคมากๆ เราชอบในอารมณ์ที่มันทำให้เรารู้สึกถึงคนที่มันยึดติดกับความสำเร็จในอดีต ความงดงามในอดีตที่ปัจจุบันได้แต่หยิบมันขึ้นมาฝันถึง แถมเกิดขึ้นกับคนที่มันเจ็บมาทั้งชีวิตอีกด้วย ช่วงนี้เอาเราตายจริงๆ

กระเจี้ยว กัสปารด์ อูลิเยล์ หลอกหลอนมากๆ

07/12/14 – The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 (Francis Lawrence/ US/ 2014) – 4/5

โอเคล่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่ามันไม่จำเป็นต้องทำแยกออกมาสองพาร์ตแบบนี้ หลายช่วงเลยยืดๆจนรู้สึกเสียเวลาดูมาก ยิ่งเอาเรื่องรักมาแทรกไว้ในเวลายืดๆเหล่านั้นด้วยแล้วยิ่งเซ็ง แต่เอาเถอะ ติ่งอย่างกูก็ชอบมากอยู่ดีนั้นแหละ

หากตัดเรื่องรักๆแบบ อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ทิ้งไปเสียเราก็ได้หนังการเมืองเรื่องนึงที่คุ้นเคยกลับมา เราชอบเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ในภาคนี้ที่ไปไกลกว่าภาคอื่นๆตรงที่มันเป็นการสร้างตัวแทนด้วยโฆษณาชวนเชื่อ ต่อสู้ด้วยการสร้างความนิยมซึ่งแคนนิสก็เหมือนจะเป็นมวย น่าคิดดีเหมือนกันว่าฝ่ายต่อต้านก็ต้องใช้วิธีเดียวกับแคปปิตอล ด้วยแนวคิดเดียวกันเลย จนอดคาดคิดไปถึงการวนลูปของฮังเกอร์เกมไมได้ ฮังเกอร์เกมของอีกขั้วหนึ่ง (ประเด็นี้ต้องรอดูภาคหน้าอีกที)

หนังมันสะท้อนภาพความเป็นฮังเกอร์เกมได้หลายทอดดี กล่าวคือแคนนิสต่อสู้และรอดออกมาได้จากฮังเกอร์เกมในโลกเสมือนในภาคแรก แล้วก็หลุดออกไปยังโลกจริงของหนังในภาคสอง ส่วนภาคนี้เธอก็ได้พบกับฮังเกอร์เกมอีกครั้งแต่เกิดในโลกจริงของหนัง (ไม่ใช่โลกเสมือนที่ถูกสร้างให้เป็นเกมจริงๆอย่างในภาคแรก) แล้วก็หลุดการสื่อสารเหล่านั้นออกไปยังคนดูในโรงเพื่อสะท้อนโลกจริงๆของเหล่าผู้ชมอีกที

ซึ่งแน่นอนที่สุด กูอินฉิบหายกับภาพการต่อสู้กับการถูกข่มเหงของเหล่าผู้คนในดิสทริค, การชูสามนิ้ว และประโยค “if we burn you, burn with us” อีสัดเอ้ย! มีน้ำตาซึม

ปล. กูดีใจที่ภาคนี้เห็นอีหน้า จอร์จ ฮัทเชอร์สัน น้อยมากๆ

14/12/14 – สาวแรงสูง (วินิจ ภักดีวิจิตร/ ไทย/ 2518) – 2/5

 ความสนุก ความมันส์ กึ๋น เก๋าและความแพรวพราวนั้นแพ้พ่ายให้กับพี่ชายอย่างอาฉลองไปอย่างราบคาบ ไม่แม้แต่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ

มันว่าด้วยนักสืบเอกชนเจ้าสเน่ห์ (กรุง ศรีวิไล) กับการจ้างวานตามสืบหามารดาของสาวลูกครึ่งหัวสมัยใหม่ที่อาจมีความข้องเกี่ยวกับแก็งค์ลักพาตัวและฆาตกรรมเหล่าหญิงสาว ในพาร์ตการสืบสวนเรียกได้ว่าน่าเบื่อมากจริงๆ เรื่อยๆมาเรียงๆ ตัวละครสำคัญของเรื่องก็โผล่มาช้า แม้หนังมันจะกล้าฆ่าตัวละครสำคัญบางตัวทิ้งไปแต่ก็นั้นแหละ การมาเป็นแค่เครื่องปรุงแล้วถูกตัวออกไปมันไม่ได้ส่งผลใดๆกับคนดูเสียเลย

แต่ก็นั่นแหละ เรื่องการสืบสวนมันไม่ใช่ประเด็นหลักของหนังอยู่แล้ว ประเด็นจริงๆมันอยู่ตามชื่อเรื่อง หนังมีตัวละครหญิงที่น่าสนใจหลายตัว ความน่าสนใจในที่นี้คือแนวความคิดของการสร้างตัวละครหญิงในยุคนั้นที่ไปไกลกว่ายุคนี้มากๆ ทั้งกระหรี่ที่โอเคในความเป็นกระหรี่ของตัวเอง สาวหัวสมัยใหม่ที่มองเรื่องความสัมพันธ์ต่างไปจากความเชื่อสมัยนิยม แต่ก็นั้นแหละมันยังคงมีตัวละครหญิงหัวเก่าที่มากับตำแหน่งหลวงโดยทั้งหมดทั้งมวลมันก็อยู่ใต้ร่มเงาของผู้ชายอยู่ดี

23/12/14 – Mystery (Lou Ye/ China, France/ 2012) – 3/5

 จากการดูหนังของโหลวเหย่มาทุกเรื่อง เรื่องนี้น่าจะเป็นหนังของเขาที่เราชอบน้อยที่สุด โอเคล่ะเหย่ยังคงทำหนังที่พูดถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ได้ดีและดูสนุกแต่เสียดายที่เรื่องนี้มันออกไปในทางธรรมดาเอาเสียหน่อย เรื่องของการมีชู้และผลกระทบของมันอันนำพาความล่มสลายปริแตกไปเป็นวงกว้าง

สิ่งที่เราสนใจเสมอในหนังของเหย่คือตัวละครเพศหญิงที่มักเป็นเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยปริศนาหรือไม่ก็มักเป็นผู้ถูกกระทำซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมักอยู่ในรูปแบบของความรักความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และในเรื่องนี้มันเป็นแบบหลัง เพศหญิงในเรื่องคือผู้ถูกลงทัณฑ์จากความรัก ไม่ว่าจะคือตัวเมียหลวง, เมียน้อย, สาวรุ่นที่ตายและแม่ของเธอเอง ส่วนเพศชายก็เป็นได้แค่คนตาบอดที่ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆในการทำความเข้าใจเพศหญิง

อนึ่ง เราพบว่าซาวด์ต่างๆในหนังเรื่องนี้มันละเอียดดีจัง ไม่ว่าจะเสียงแอมเบียนต์ต่างๆ การใส่ดนตรีประกอบรวมไปถึงเพลงประกอบที่จะว่าป๊อปก็ใช่ แต่มันก็เหมาะกับเรื่องราวเกือบน้ำเน่าแบบนี้ดี

ปล. รอดู Blind Massage ด้วยใจจอจ่อ

24/12/14 – W (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต/ ไทย/ 2014) – 5/5

ชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าเวอร์ชั่นสามชั่วโมงมากกว่ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันพอดิบพอดีและลงตัวแบบเห็นได้ชัด ปัจจัยหนึ่งคือตอนดูเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงเราไปไม่ทันใน 20 นาทีแรกซึ่งเรารู้สึกว่ามันต้องมีความสำคัญกับเรื่องมากๆ แล้วก็จริงอย่างที่คิดพอมาดูเวอร์ชั่นนี้เพราะมันคือจุดเริ่มต้นทั้งหมดทั้งมวลของตัวละคร เราได้เห็นทาทีเบื้องต้นของตัวแม่ของตัวละคร ได้เห็นการขนของเข้าหอเพื่อบ่งบอกว่าชีวิตนักศึกษามันเริ่มขึ้นแล้วอย่างไร

ไม่รู้ว่าเพราะเคยดูหนังมาก่อนแล้วหรือเปล่าที่ทำให้เราซึบซับทุกสิ่งทุกอย่างในหนังได้อย่างเต็มความรู้สึกในตลอดช่วงเวลาของหนัง คือตั้งแต่พอมารู้จุดเริ่มของตัวละครแล้วก็อินเลย เห็นสายตาของหนึ่งก็น้ำตาปริ่มเลย ยิ่งซีนคัดติ้งสามตัวละครเคล้าเพลงโพสต์ร็อคนี่เราตายไปเลยจริงๆ (ตอนดูเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงเราไม่ได้ชอบมากเมื่อตอนดูแต่กลับชอบขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป)

ในเวอร์ชั่นนี้เราเห็นภาพของครอบครัวหนึ่งและพลอยชัดขึ้น เห็นผลกระทบของมันชัดขึ้นโดยเฉพาะหนึ่ง เห็นการแบกรับภาระของพลอยที่หนักอึ้งขึ้น

ยืนยันคำเดิมว่านี่คือหนังที่ถ่ายทอดห้วงชีวิตและอารมณ์ของวัยรุ่นไทยที่ต้องก้าวเดินผ่านห้วงเวลาอ้างว้างและสับสนได้ดีมากๆๆๆๆๆๆ เรื่องหนึ่ง จัดให้ติดท๊อปอีกปีแน่ๆ

ปล. มีเขียนถึงหนังเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงไว้: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10202031266321680&set=a.10201814130693425.1073741828.1186959115&type=3&src=https%3A%2F%2Ffbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net%2Fhphotos-ak-xpf1%2Fv%2Ft1.0-9%2F1375291_10202031266321680_1686202126_n.jpg%3Foh%3D52184dccc4ac1b61a9b79afd96782045%26oe%3D55361F6D%26__gda__%3D1429569200_3d76dd8a86e066849640a0e275b6a5c1&size=533%2C720

24/12/14 – The Master (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

 ส่วนตัวเราไม่ได้มีความข้องเกี่ยวใดๆในยุคแรกเริ่มของร้านพี่แว่นหรือวงการหนังนอกกระแสเลย โดยเฉพาะในยุค VHS นั้นเราไม่ทันเลยเนื่องด้วย หนึ่งคือไม่รู้ว่ามันมีอยู่ในบ้านเราและสองคือตอนนั้นยังไม่ได้สนใจและรู้จักหนังที่นอกเหนือจากฮอลลีวู๊ดมากนัก โดยจุดเริ่มต้นของการตามหาหนังแปลกๆมาดูของเราก็เริ่มต้นในยุค DVD แล้ว ยุคที่มีอินเตอร์เนตแล้วนั้นแหละเราจึงได้ไปเสาะแสวงหา แล้วเอาเข้าจริงก็ไปร้านพี่แว่นน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ไปโดนร้านอ้วนแว่นมากกว่า (ร้านพี่อ๊อตนั้นแหละ….ฮา) ความข้องเกี่ยวกับพี่แว่นกับเราเลยน้อยมาก มีเพียงแค่การไปซื้อหนังที่จตุจักรๆเล็กๆน้อยๆและซื้อผ่านเวบในยุคหลังแค่นั้น แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือการตามหาหนังแปลกในยุคที่มันยังหาดูยากมากในบ้านเรานั้นแหละ

อีกสิ่งที่อยากบันทึกไว้ส่วนตัวถึงเหตุที่ไม่ได้ไปร้านของพี่แว่นคือ หนึ่งเคยไปแล้วเห็นแกกำลังโดยตำรวจตรวจร้านอยู่จนเราอดซื้อและรู้สึกเสียเวลา และสองเราไม่เห็นว่ามันจะต่างกันตรงไหนเลยระหว่างแว่นจริงกับแว่นอ้วน เพราะหนังที่ได้มาก็มีเหมือนกันและซับไทยเหมือนกันด้วย (จะว่าเรากลายเป็นผลผลิตหนึ่งในยุคแรกก็ได้)

เอาล่ะมาพูดถึงตัวหนังเรื่องนี้ นวพลยังฉกาจเหมือนเดิมในการเล่าเรื่อง เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักร้านพี่แว่นหรือรู้จักยุคสมัยการตามหาหนังแปลกอันแสนยากนั้นก็สามารถสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ได้ด้วยการเล่าเรื่องด้วยชั้นเชิงและครอบคลุมตั้งแต่จุดกำเนิด จุดพีคและจุดจบ ส่วนตัวเราที่มีความเกี่ยวข้องเล็กๆอยู่บ้างเราพบว่าเราเพลิดเพลินกับหนังเอามากๆ นึกย้อนกลับไปเห็นตัวเองในอดีตทั้งการสงสัยว่าจะหาหนังเหล่านี้มาดูยังไงเมื่อได้เห็นตามหน้านิตยสาร การตามหาร้านพี่คนนั้นในพันทิพย์ดอตคอมหรือแม้แต่กับคำถามที่ถามกลับมากระตุ้นความคิดในเรื่องความผิดถูกของลิขสิทธิ์ของหนัง รวมไปถึงกับการร้องว้าวๆในข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย การทำซับ การเขียนปก ความใส่ใจในสินค้า ฯลฯ แล้วการที่ได้เห็นและเคยคุ้นเคยกับผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมมันก็ทำให้เราสนุกไปอีกแบบ เหมือนร่วมวงพูดคุยภาษาเดียวกันกับคนคุ้นหน้า

หากช่วงเวลาเฟื้องฟูของร้านพี่แว่นคือบทหนึ่งของวัฒนธรรมการดูหนังในบ้านเราในยุคสมัยหนึ่งอันสำคัญ หนังเรื่องนี้ก็เป็นบทบันทึกอันหนึ่งของห้วงเวลานั้นเพื่อคารวะผู้มีอุปการะคุณของวงการ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s