Month: January 2015

2014 กับหนังสือที่ได้อ่าน

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ : ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475-2500 (ณัฐพล ใจจริง/ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน/ 2556) – 5/5

นี่คือหนังสือวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่สนุกมากและมันส์มากอย่างไม่น่าเชื่อ มันคือการศึกษาช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ไทยอันเป็นช่วงเวลาเพียงแค่ 25 ปีตั้งแต่เปลี่ยนการปกครองของคณะราษฎร 2475 ถึงการปฏิวัติในปี 2500 อันเป็น 25ปีของไทยที่มีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเยอะแยะมากมายที่สุดช่วงหนึ่ง โดยโฟกัสไปยังกลุ่มก้อนบุคคลผู้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตย กลุ่มอำนาจเก่าที่เสียผลประโยชน์จากการเปลี่ยนการปกครองอันหมายรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงและเดินเกมของสถาบันกษัตริย์ด้วย

นอกจากความรู้ทางประวัติศาสตร์ใหม่ๆยังไม่เคยรับรู้มาก่อน อาทิ ความเกรียนของ ร.7, การแฝงความคิดต้าน ปชต ผ่านทั้งในงานเขียน นวนิยายหรือแม้แต่ในดิกชันนารี่!, การใช้ศาสนา ความกลัวหรือแม้แต่การยกสถาบันกษัตริย์เองมาเป็นเครื่องมือในการควบคุมความคิด, การที่ได้พบว่าไทยเคยเป็น ปชต แท้ๆอยู่ได้ไม่ถึง 15 ปีด้วยซ้ำหรือแม้แต่การขโมย/ดัดแปลงความหมายของ ปชต ให้เปลี่ยนไปจนนำไปสู่ที่มาของคำว่า “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ที่ทำเอาใจเต้นแรงกับความรู้ใหม่ๆแล้ว ข้อดีอีกอย่างของหนังสือคือการที่เราได้พบว่าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างนั้นมันมีเหตุมีผลและเงื่อนไขต่างๆมากมายที่ทำให้มันต้องเกิดขึ้นตามบริบทในขณะนั้น อย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทำให้คณะราษฏรแตกกันอย่างชัดเจน หรือกับการสร้างผีคอมมิวนิสต์ของอเมริกาที่ยกสถาบันขึ้นเป็นเครื่องมือและตัวสถาบันเองก็ได้คว้าโอกาสนั้นไว้ มันเลยช่วงให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

ใครที่อยากเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ เล่มนี้เหมาะมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นเราอาจรู้สึกว่าได้ว่าการเมืองตอนนี้มันเป็น “หนังม้วนเดิม”

สนุกนึก: วรรณกรรมแตกกิ่ง (หลายคนช่วยแตกกิ่ง/ บุ๊คไวรัส 12/ 194 หน้า/ 2556) – 4/5

 เรื่องสั้นสิบสองเรื่องจากนักเขียนสิบสองคนที่สิบเอ็ดเรื่องในนั้นคือการแตกหน่อ รื้อสร้างหรือขยายก้านกิ่งออกไปจากเรื่องสั้นเรื่องแรก (ผู้ไม่ยอมแพ้ ของศรีดาวเรืองที่สนุกและมันส์ดี) โดยจะมีคำบังคับของนักเขียนแต่ละคนรวมสิบสองคำที่ผู้เขียนต้องเอาไปใส่ในเรื่องสั้นของแต่ละคน(แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกคำ)

เป็นไอเดียที่เก๋และน่าสนใจดีแม้เอาเข้าจริงๆหลายๆเรื่องแทบจะสามารถแยกออกเป็นเอกเทศจากต้นเรื่องได้เลยจนไม่ได้รู้สึกว่าการเชื่อมโยงแตกกิ่งก้านนั้นมันสำคัญหรือมีผลกับการอ่านเท่าไหร่นัก ในแง่นี้ก็ต้องชมนักเขียนแต่ละท่านที่ทำให้คนอ่านอย่างเราดื่มด่ำไปกับตัวเรื่องมากกว่าการไปพะว้าพะวังกับสิ่งเชื่อมโยงเหล่านั้น

ความสนุกของหนังสือเล่มนี้คือมันมีครบรสดี สนุก เศร้า เหงา ซึ้ง สะอึก ชวนหัว ลึกลับ เหงาหงอย โหว่งแหว่ง ซึ่งเรื่องที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้น รอยรักรอยสัก(ภู กระดาษ) มันพิศดารและแพรวพราวในการเล่าเรื่องมาก สร้างความสงสัยใคร่รู้ก่อนค่อยๆเผยอคลายปมคลายเรื่องอย่างร้ายกาจในรูปของความเซอร์เรียลและเกร็ดประวัติพร้อมเจือการเมืองเข้าไปด้วยพองาม ส่วนเรื่องที่ชอบการเขียนที่สุดคือ คนของทะเล(สมุด ทีทรรศน์) มันเหมือนอยู่ในห้วงระหว่างการคิดคำนึงอดีตกับการหายใจในปัจจุบัน ที่ชอบมากอีกเรื่อง(ตามประสาติ่ง)คือ อัตชีวประวัติของลูกสาวนางเงือก(วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา) กับประวัติชีวิตอันหม่นดาร์คและเจ็บปวด และในเรื่องอื่นก็มีความเด่นแตกต่างกันไป เราตลกและเจ็บจี๊ดกับหนังใต้คางใต้ราง(อุเทน มหามิตร) ส่วนเสียงสาดแสง(อุทิศ เหมะมูล) ก็ทำเอาสะอึก ตังค์ทอน(แดนอรัญ แสงทอง) คือเรื่องแห่งความกวนและแพรวพราวอย่างยอดฝีมือของนักเล่าเรื่อง, หล่ม(โมน สวัสดิ์ศรี) ที่อ่านแล้วคิดถึงไปตัวเองกับนิสัยขี้เกรงใจคน, เราชอบความประหลาดพิศวงเปี่ยมเสน่ห์ในเยวเลียงใต้เปียวหว่อเตอซิน(อนุสรณ์ ติปยานนท์), เมฆแผ่นดินไหว(นฆ ปักษนาวิน) เป็นไซไฟอนาคตที่บอกเราว่าถึงเราจะหนีสิ่งรอบตัวเราได้แต่เราจะไม่สามารถหนีสิ่งที่อยู่ในใจเราได้ในท่ามกลางแวดล้อมการเมืองใดๆก็ตาม, หลุมพรางชื่อความรัก(นิวัต พุทธประสาท) คือความดำมืดภายในที่พยายามตะกายหาแสงก่อนพบว่าความมืดคือที่ๆเหมาะสมดีแล้ว (เรื่องนี้ก็ชอบมาก เราคิดไปถึงงานของมูราคามิผสมโรงกับหนังหว่องกาไว) และจบท้ายด้วย ความล้มเหลวของเจ้าตัวร้าย(สุชาติ สวัสดิ์ศรี) อันเป็นการจบเล่มที่กวนโอ้ยเหลือเกิน หยอกล้อลูบหัวผู้อ่านเบาๆพร้อมรอยยิ้มเล็กๆของยอดฝีมืออีกคน

แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกถึงความเชื่อมโยงมากมายอะไรตามชื่อหนังสือ แต่ก็จะยินดีมากหากมีการรวมตัวของนักเขียนในการผลิตซีรี่ย์ครบรสแบบนี้อีก

 1984 (George Orwell เขียน/ รัศมี เผ่าเหลืองทอง, อำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงศ์ แปล/ สำนักพิมพ์สมมติ/ 2555) – 5/5

 (ตั้งใจเขียนแบบไม่เล่าเรื่องใดๆ ไม่อธิบายใดๆกับตัวหนังสือเลย พูดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเองอย่างเดียว)

ณ โมงยามภายใต้การปกครองโดยกลุ่มทหารที่ห้ามการแสดงออกใดๆแม้แต่การชูสามนิ้ว, กินแซนวิซหรือแม้แต่ใส่เสื้อยืดบางลาย กลุ่มทหารที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบใดๆได้อันกลุ่มเดียวกันที่อ้างความชอบธรรมและขโมยสัญญะแห่งความถูกต้องไปเป็นของตัวเอง ไม่น่าแปลกใจใดๆเลยที่หนังสือเล่มนี้ที่เขียนมาตั้งแต่ปี 1949 จะได้รับการกล่าวถึงมากในช่วงเวลาอันมืดมิดนี้ เพราะนี่คือหนังสือที่จับโมเม้นต์ภายใต้การปกครองแบบนี้ได้ตรงและจริงแท้ยิ่งนัก

หนังสือแบ่งออกเป็น 3 ภาคเหมือนดั่งหนัง 3 องค์ องค์แรกคือการเกริ่นนำให้เห็นถึงสภาพสังคมเผด็จการในโอเชียนเนี่ยนว่ามีที่มาอย่างไรและกำลังเป็นไปอย่างไร องค์ที่สองคือการสร้างความขัดแย้งกับองค์แรกเพื่อไปสู่องค์ที่สามคือบทสรุปของหนังสือ ด้วยการความตั้งใจเล่าเรื่องอย่างจริงจังขึงขัง อธิบายทุกสิ่งอย่างๆละเอียดยิบพร้อมกับมอบเหตุใส่ผลให้มากมายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมในเรื่องราวของมัน

ผลที่เกิดขึ้นคือเราพบว่าเราไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่หนังสือมันอธิบายไว้ได้เลย โอเคล่ะแม้ว่าบางเรื่องที่เกิดขึ้นในเรื่องมันจะไกลเกินความรับรู้และความเชื่อลึกๆของเรา แต่ในแง่ของคอนเซ๊ปมันกลับสามารถแนบเป็นเนื้อเดียวกันกับสังคมรอบกายเราได้จนน่าขนลุก เราสามารถยกตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังสือกับเหตุการณ์จริงๆในโลกเราได้เกิอบทั้งหมด กอปรกับการที่เราพบว่าความขัดแย้งในสังคมในเรื่องมันกลับคือความปกติสามัญในโลกจริง เป็นความขัดแย้งที่เจ็บปวดและแสนหดหู่ ก่อนมันจะนำพาไปจบเรื่องราวด้วยความหดหู่ยิ่งกว่ากับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

ก็จะรอดูว่าประเทศเราจะเดินต่อไปอย่างไร เราจะเปลี่ยนแปลงใดๆได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเราก็ลงท้ายไม่ต่างจาก วินสตัน สมิธ

อนึ่ง บทความ “อำนาจกับการขบถ” ของธงชัย วินิจจะกูล ที่ท้ายเล่มเป็นการสรุปภาพรวมแนบเคียงสังคมไทยได้เห็นภาพมากๆ ตบเข่าฉาดๆในทุกๆหน้าเบยยย

ปล. ขอบคุณน้องต๊อกสำหรับหนังสือนี้ครับ

five jewelนิมิตวิกาล: ๕ อัญมณี (หลายคน เขียน/ หลายคน แปล/ สำนักพิมพ์บุ๊คไวรัส/ 2557) – 5/5

 ชื่อหนังสือมี 5 แต่จริงๆมี 6 เรื่องสั้นคลาสสิคจากยอดฝีมืระดับเอกอุที่ได้คัดสรรมาอย่างดี พีคๆทั้งนั้น บอกเลอออ

1. ผู้สร้าง (Nathaniel Hawthorne – สุชาติ สวัสดิ์ศรี แปล): งดงามน้ำตาไหล หลายๆอย่างมันเข้าทางเรามากๆ ความแปลกแยก ความฝัน ความเชื่อ ความรักและความล่มสลายของทุกสิ่ง อ่านจบอึ้งเป็นใบ้น้ำตาปริ่มไปชั่วขณะ (ไม่น่าเชื่อว่ามันถูกเขียนขึ้นในปี 1846 เพราะมันล้ำเหลือเกิน)

2. ภาพเหมือนในกรอบรูปไข่ (Edgar Allan Poe – แดนอรัญ แสงทอง แปล): โอ้โห เรื่องนี้เซอร์ไพร์สเรามากๆ สั้นๆแต่ฮุกเข้าเต็มคาง ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องราวการหลบหนีอะไรซักอย่างแต่มันกลับจบด้วยเรื่องราวความเจ็บปวดรวดร้าวเบื้องหลังงานศิลปะแสนงาม

3. นิยายรักของอาภรณ์ชุดเก่า (Henry James – ภัควดี วีระภาสพงษ์ แปล): สนุกมากกับเรื่องราวความริษยาของสองพี่สองผู้เลอโฉม ความริษยาที่เกาะกุมอยู่ภายในอย่างคงทนถาวรอันส่งผลให้ตอนจบพีคมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันไปไกลกว่าที่คาดไว้มากกกกกกกกกกกก

4. ห้องสีเหลืองกับผู้หญิงคนนั้น (Charlotte Perkins Gilman – จิระนันท์ พิตรปรีชา แปล): แพรวพราวและเก่งมากในการเล่าและบรรยายภาวะสภาพของจิตผ่านเรื่องลึกลับ มันทั้งน่ากลัวน่าขนลุกแต่ก็น่าติดตามไปด้วย ไต่ระดับความรุนแรงขึ้นทีละนิดจนไประเบิดในช่วงท้ายที่ทำเอาอึ้ง อันเป็นการสะท้อนถึงภาวะความเชื่อและความคิดที่พันธนาการหญิงสาวในยุคสมัยนั้นอีกที

5. ชิงชัง (J.D. Beresford – ธิติยา ชีรานนท์ แปล): เอาจริงๆคืออ่านแล้วเหวอในตอนแรก แต่พอจับทิศคลำทางได้ก็พบว่ามันวิเศษทีเดียวกับเรื่องของคนที่มองเห็นความเลวร้ายของมนุษย์ผ่านการ “มองข้ามไหล่” สะท้อนภาพอาการหน้าไหว้หลังหลอกของผู้คน

6. มือซนของพันตรีอารันดา (Alfonso Reyes – ธิติยา ชีรานนท์ แปล) – คิดถึงหนังเรื่อง Idle Hands (1999) หนังคัลล์ที่โดนใจ แต่เราชอบการหักมุมของเรื่องนี้มากกกก กวนดี

เดี๋ยวต่อเล่มสองในเร็ววัน

ผู้ทำให้เทพธิดารอคอย (หลายคน เขียน / วิมล กุณราชา แปล/ 360 หน้า/ สำนักพิมพ์นาคร/ 2552)4/5

 หนังสือรวม 11 เรื่องสั้นจากนักเขียนรางวัลโนเบล เป็นหนังสือที่เราใช้เวลาอ่านมากกว่า 3 ปีเพราะมัวแต่อ่านๆหยุดๆไม่รู้ทำไม บางเรื่องอ่านจนลืมไปแล้วด้วยซ้ำ นี่ก็เลยตั้งใจนำกลับมาอ่านใหม่ให้จบเล่ม โดยทั้ง 11 เรื่องประกอบไปด้วย

 – ผู้ทำให้เทพธิดารอคอย (กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ): เรายังไม่เคยอ่านงานของมาร์เกซมาก่อน แล้วก็ได้ทึ่งปากค้างเมื่อได้อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้ ส่วนตัวเราชอบพวกหนังและหนังสือแนวสัจนิยมมหัสจรรย์ (Magical Realism) อยู่แล้วเลยยิ่งชอบเรื่องนี้มากๆที่มันพูดถึงวิบากกรรมที่หนีไม่พ้น

ของคนชั้นล่าง ยิ่งช่วงท้ายนี่พีคมาก ถ้าเป็นหนังมันจะเป็นหนังที่มีการตัดต่อรวดเร็วรุนแรง เขย่่าโลกจิตและโลกจริงให้สั่นสะเทือน!

อ้างว้างกลางมหาวิทยาลัย (ซินแคลร์ ลูอิส): ตาแก่โดดเดี่ยวเจนโลกไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก่อนพบว่าแท้แล้วเขาไม่เข้าใจโลกรอบกายเลย เรื่องมันพูดถึงความเป็นปัจเจกแปลกแยกในมวลหมู่คนและความต่างของวัยและยุคสมัยด้วยน้ำเสียงเงียบเหงาทั้งในบรรยากาศ, อารมณ์หรือแม้แต่ส่วนที่ลึกสุดของจิตใจเชกเช่นเดียวกับ “ไอ้ฟัก” จาก “คำพิพากษา” รวมไปถึงอารมณ์จางๆจาก “The Catcher in the Rye” และกับตอนจบที่ก่ำกึ่งระหว่างอมยิ้มและน้ำตา

ตามหามิสเตอร์กรีน (ซาอูล เบลโล): เรื่องราวการตามจ่ายเช็คประกันสังคมที่ค่อยๆเปิดเปลือยภาพและความคิดของผู้คนต้นปี 1920 ในเมืองชิคาโก มันค่อยๆบรรยายถึงสภาพสังคมในยุคนั้นที่เศรษฐกิจตกต่ำ งานหายาก พ่วงพ้องไปกับความแปลกแยกระหว่างคนต่างผิวสี มันพูดถึงความฝันและความหวังในห่วงเวลาอันยากลำบากพร้อมๆไปกับการปลอบประโลมให้กับความพ่ายแพ้ ชอบการเล่าเรื่องในเรื่องนี้ที่มันค่อยๆเพิ่มพูนอารมณ์ความนึกคิดขึ้นเรื่อยๆ

รอยปาน (มิคาอิล อเล็กซานโดรวิช โชโลคอฟ): น่าจะเป็นเรื่องที่ชอบน้อยที่สุดเพราะด้วยความเชยเช๊ยเชยของมัน จริงๆช่วงแรกมันน่าสนใจมากที่มันพูดถึงภาวะสงครามกลางเมืองในรัสเซียที่ส่งผลต่อเด็กหนุ่ม แต่พอเรื่องมันคลี่คลายในตอนท้ายทำเอาเราร้อง ยี้ๆๆ

วิญญาณชั่วร้าย (ลุยจิ พิแรนเดลโล): เรื่องราวความซวยของชายผู้หนึ่ง เราแนบอิงกับตัวละครมากจริงๆกับเรื่องราวของไอ้คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องและตามใครไม่ค่อยทันแถมยังเสือกแคร์คนรอบข้างมากเกินไปอีกจนก่อให้เกิดภาวะสังคมโหดร้ายขึ้นในใจ น่าสงสาร

กำแพงประหาร (ชอง-ปอล ซาร์ตร์): ดิบมาก สนุกมาก มันเล่าเรื่องของนักโทษประหารในยุคเผด็จการในสเปนโดยพาคนอ่านเข้าไปรับรู้ถึงโมเม้นต์ของคนที่รู้วันตายและจะต้องตาย เราชอบการกระทำของตัวเอกมากคือมันพยายามจะทำเท่ห์ทำแมนแต่ก็เป็นไปเพื่อการปลอบประโลมตนเองซึ่งพอมันสร้างกำแพงแบบนั้นสำเร็จแล้ว ตอนท้ายซาร์ตร์เลยทำลายมันทิ้งซะให้ป่นปี้ อ่านจบรู้สึกว่าชาร์ตร์แม่งเป็นคนใจร้ายมากจนอยากหางานอื่นๆมาอ่านอีก

หญิงซักผ้า (ไอแซค บาเชวิส ซิงเกอร์): เรื่องราวชีวิตต้องสู้ที่ตั้งใจให้โศกเศร้ามากเกินไปหน่อย แต่ก็ชอบมุมเล็กๆของการต่อต้านศาสนาภายใต้สังคมที่โปรศาสนาด้วยการคิดเองเออเอง

นักแสดงมายากล (อนาโทล ฟร็องซ์): สังเกตได้ว่าหลายเรื่องในเล่มนี้มักเกี่ยวข้องกับศาสนาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เรื่องนี้น่าจะชัดเจนมากที่สุดในการตั้งคำถามและมุมมองถึงความศรัทธาผ่านนักมายากลที่บวชเป็นพระผู้ต้องค้นหาการสรรเสริญพระแม่มารีในวิถีทางของเขาอันแตกต่างกับพระรูปอื่นๆ

อ้างว้างในต่างแดน (อัลแบร์ต กามูส์): เราไม่เคยอ่านงานของกามูส์มาก่อนซึ่งพออ่านเรื่องนี้ก็ค้นพบว่าเราคงต้องไปรีบหาอ่านแล้วล่ะ โอเคล่ะแม้ว่าบริบทตามเรื่องเราจะไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ แต่การพาผู้อ่านเข้าไปสำรวจความแตกแยกหรือความอ่อนแอของมนุษย์ของเขานั้นมันไม่ธรรมดาจริงๆ มันเริ่มต้นด้วยพลังงานเต็มเปี่ยม พลังงานที่ค่อยลดลงด้วยคำถามต่างๆนาๆกับชีวิตที่ผันผ่าน ก่อนที่มันจะแตกสลายลงในที่สุด

มือสังหาร (เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์): เรื่องนี้เล่าเรื่องเด่นมาก สนุกมากๆและความค้างๆคาๆของมันเมื่ออ่านจบนั้นมันวิเศษมากจริงๆ

นกตะขาบ (ยาสึนาริ คาวาบาตะ): เล่าเรื่องอย่างเรียบง่ายแแต่งดงามดีจัง มันพูดถึงความไม่แน่นอน ความผกผันและเรื่องราวความรักเล็กๆของความครัวญี่ปุ่นผ่านมุมมองของหญิงสาวผู้มองโลกสวยงาม

The Destination From Nowhere (อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร/ Happening/ 2554) – 3.5/5

– สมุดบันทึกเรื่องราวระหว่างทางต่างๆของพี่เล็กก่อนที่จะกลายมาเป็นเพลงเยี่ยมๆสู่หูคนฟัง

– ปัญหาแรกสุดคือเราอ่านลายมือพี่เล็กไม่ออก ไม่สามารถจริงๆ บางครั้งตั้งใจอ่านจนหงุดหงิดเลยอ่านแบบข้ามๆไปเลย

– เหมือนอ่านหนังสือรวมคำคม บางอันยี้มากๆ ยี้จนไม่อาจนึกว่ามันจะสามารถกลายมาเป็นเพลงที่เราชอบได้ แต่ก็นั้นแหละมันก็หมายความว่าพี่เล็กเค้าเก่งจริง

– โดยมากเราชอบบทกวีหรือไม่ก็เรื่องสั้นอย่างเช่นบท “กระต่ายในกระดอง” “เงา” “สิ่งเหล่านี้” ที่อ่านแล้วมันใช่เพลงที่เล็กมากๆ

– โดยสรุป เราชอบเพลงพี่เล็กมากกว่าสิ่งที่แกเขียน

– ยังคงรักพี่เล็กเสมอ

รัตติกาลของพรุ่งนี้ (นิวัต พุทธประสาท/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2557) – 4.5/5

 ได้หนังสือมาวันแรกในวันที่งานชุกยิ่งกว่ายุง กลับบ้านดึกก็กะจะเอามาดมๆมองๆดูๆผ่านตาก่อนนอน สรุปคืออ่านจบรวดเดียวเลย (ดีนะที่หนังสือเล่มไม่หนา) แล้วก็เสือกไม่อยากนอน อยากคิดอะไรถึงหนังสือเล่มนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนที่มันคลุมเรื่องทั้งหมดของหนังสือคือเรื่องของความฝัน ความฝันที่มืดในโลกจริงที่มืดยิ่งกว่า ที่พออ่านจบเล่มก็ทำเอาอื้ออึง กลัวจะนอนแล้วฝันไปทางเดียวกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีความรู้สึกเดียวกับหนังสือขึ้นหิ้ง 1984 ของจอร์จ ออร์เวล ในเรื่องของการสร้างสังคมที่โดนครอบงำโดยอำนาจแบบเผด็จการที่ปกครองสังคมด้วยอะไรบางอย่างที่เชื่อว่าเป็นสิ่งดี ซึ่งตอนอ่าน 1984 เราก็พยายามคิดถึงสังคมบ้านเราตลอดทั้งในช่วงก่อนและหลังรัฐประหารที่ผ่านมา แล้วพอเรามาได้พบกับสังคมแบบเดียวกับที่คิดไว้ กอปรกับการปรับบริบทของสัมคมให้กลายเป็นสังคมไทยสมัยใหม่ใน รัตติกาลฯ เราจึงมีความรู้สึกร่วมเป็นพีเศษ โดยเฉพาะการที่สังคมมันใช้ศีลธรรมกับความดีมาเป็นเครื่องมือกดทับ, บิดเบือนและเขียน ปวศ ขึ้นใหม่ ในสภาพเมืองที่ไม่ต่างจากเปียงยางในเกาหลีเหนือ เราเห็นภาพแบบนั้นที่จะคงอยู่และเป็นไปในสังคมบ้านเราตอนนี้ เราบอดมืดถึงอดีตและพ่ายแพ้ เราต่อสู้ด้วยเสียงที่เงียบนิ่งซึ่งก็จะพ่ายแพ้ลงเช่นเดียวกัน ภาพฝันที่เกิดไม่ได้ช่วยอะไรเราเลยเพราะมันยืนอยู่บนพื้นของความจริง

แน่นอนตัวละครที่เรารู้สึกมากที่สุดคือ “มาญา” ทั้งในแง่ของความงามที่น่าหลงไหลในภาพฝันและแง่ของความเป็นอิสระในทุกทางในโลกจริง แต่แล้ว “มาญา” กลับกลายเป็น “มายา” ที่คือภาพฝันที่ไม่เคยมีอยู่จริง มีแต่เพียง “ปรารถนา” เท่านั้นที่เป็นจริง ด้วยเหตุผลเช่นนี้ เราจึงชอบปกหน้าและปกหลังของหนังสือมากๆๆๆๆๆๆๆ เมื่ออ่านจบลง

อนึ่ง เราชอบบทสั้นๆอย่าง พญามัฉฉาและ หญิงวัยกลางคน ที่บรรจุอยู่ ณ กลางเล่มมากๆๆๆๆๆ เราพบการล่มสลายลงของบางสิ่งที่ส่งผลรุนแรงต่อตัวละครและกับตัวเราเอง

ปล. คืนนี้จะอ่าน อีกวันแสนสุขในปี 2527 ของพี่ชายต่อเลย เดาจากชื่อเรื่องแล้ว เรารู้แล้วล่ะว่าทำไมถึงจับเป็นแพ็คคู่กัน…แล้วคืนนี้ผมจะนอนหลับไหม นี่????

10665830_10152398029343576_5707202117532782792_nอีกวันแสนสุขในปี 2527 (วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2557) – 5/5

 ขอกล่าวอะไรที่ดูจะซ้ำซากเสียหน่อยสำหรับคนอ่านหนังสือน้อยๆอย่างเรากับคนเขียนหนังสือเปี่ยมพลังอย่างพี่ชายวิวัฒน์ ตัวหนังสือของพี่ชายยังคงสั่นสะเทือนเราได้เสมอแม้มันจะกลายรูปเป็นบทกวีหรือก่อตัวเป็นเรื่องราวแปลกประหลาดสุดเหวอ แต่ทุกทีที่สิ้นสุดถึงตัวหนังสือสุดท้ายใจเรามักหายวูบไป เหมือนชิ้นส่วนร่างกายภายในมลายหายไปเสียเฉยๆและเราก็ไม่รู้ว่ามันหายไปไหนหรืออย่างไร รู้แต่ว่ามันหายไปแล้ว เราอาจเสียใจที่มันหายไปแต่ส่วนใหญ่เรารู้สึกเคว้งคว้างมากกว่า เหมือนลมในลูกโป่ง หมือนนกหวีดที่ไม่มีลูกกลมๆเล็กๆอยู่ข้างใน เหมือนตัวละครในหนังสือของพี่ชายนั้นแหละ แต่เล่มนี้มันเล่นเอาน้ำตาปริ่ม…

มันว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของครอบครัวหนึ่ง (ใช่! เราคิดว่ามันคือครอบครัว…ครอบครัวหนึ่ง) ประกอบด้วย 4 ชีวิตที่กระจัดกระจายไปคนละพื้นที่ พื้นที่ทั้งในรูปของตำแหน่งแห่งที่บนแผนที่และพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลภายในใจ ในห้วงเวลาเดียวกัน ห้วงเวลาอันร้อนแรงทางการเมืองที่สุดห้วงหนึ่งในรัฐไทยสมัยใหม่ การไล่รัฐบาลโง่ด้วยกิมมิคลายธงชาติเรื่อยยาวไปจนหลังการทำรัฐประหาร 22 พ.ค. 57 พ้องด้วยวิญญาณที่กำลังจะมลายหายไป, ความลับมืดของเซลล์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและกำแพงอันหน้าล้นของลูกพี่ลูกน้อง

ความสัมพันธ์ในเรื่องราวของพี่ชายยังคงน่าสนใจเสมอ มันเป็นความสัมพันธ์แบบที่เราไม่อาจคิดถึงได้แม้จะประสบกับมันอยู่ มันไม่ใช่แค่เพียงกำแพงหนา-บางที่กั้นเหล่าตัวละครไว้ให้มืดบอด แต่มันลึกซึ้งกว่านั้น มันมีทั้งความรักและความชังที่ไม่เคยเข้ากันได้ การเอื้อมคว้าสิ่งใกล้ตาแต่ไม่อาจเอื้อมถึง โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ในตัวเองของเหล่าตัวละครที่มักสับสนและไร้แรงพลังในการต่อกรกับสิ่งรอบกาย และเมื่อความสัมพันธ์แบบนี้ถูกนำมาวางไว้ในแวดล้อมทางการเมืองแห่งความขัดแย้งรุนแรง เราจึงได้เห็นการกำเนิดของเครื่องมืออันทรงพลานุภาพ การเมืองที่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลประโยชน์ของประเทศใดๆเลย…

การแสดงออกทางการเมืองกลับคือเครื่องมือในการนำพาตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการเหล่านั้น เราอาจเพียงต้องการเป็นส่วนหนึ่งของผู้คน ของคนที่เราแอบรัก ของความโกรธแค้นผิดรูป ทั้งหมดทั้งมวลคือการทำให้เราคิดว่าเรายังคงอยู่ มีตัวตนและยังสำคัญในสังคม กาลกลับกลายเป็นว่าการเปิดเปลือยความจริงคือสิ่งแปลกปลอม ความจริงไม่มีตัวตนในที่สาธารณะ ความจริงที่มาในรูปของประวัติศาสตร์สามารถทรานฟอร์มเปลี่ยนรูปได้ตลอดเวลา ลบแล้วเขียนใหม่ซ้ำๆเวียนไปไม่รู้จบ ประวัติศาสตร์ของสังคมบนกระดาษขุยบางจากการลบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขียนขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความจริงมีมากกว่าหนึ่งเดียว ประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลก็เชกเช่นกันที่แปรรูปไปในการรับรู้ของผุ้คนอื่น ถูกเขียนใหม่โดยบุคคลอื่น จนบางทีเราก็หลงลืมไปแล้วว่าประวัติศาสตร์ส่วนตนของเราเองจริงๆนั้นเป็นเช่นไร มันส่งผลต่อเราในทุกทาง ทุกช่วงวัยแม้จะไร้ลมหายใจไปแล้วก็ตาม

ท้ายที่สุดมันจึงคือการสลายลงไปอย่างมืดมิดเงียบงัน ในเวลาเดียวกับที่ในหน้าวอลล์ของเรายังคงค้างสเตตัสล่าสุดว่า “อีกวันแสนสุขในปี 2557”

หาก รัตติกาลของพรุ่งนี้ คือความฝันอันแสนเศร้า อีกวันแสนสุขในปี 2527 จึงคือความจริงที่เจ็บปวดยิ่งกว่า

ปล. อ้อมกอดของวิญญาณสุรีย์ในตอนท้ายทำให้เราร้องไห้

Advertisements

My best on feature film of 2014

– ปีที่แล้วดูหนังไป 183 เรื่อง น้อยลงกว่าเดิมแต่ได้ดูหนังสั้นมากขึ้น (และอาจจะทำท๊อปลิสต์ด้วย)

 

– ปีที่แล้วพบว่าดูหนังสะเปะสะปะมากกว่าเดิมและดูน้อยมากๆในไตรมาสสุดท้ายเพราะมัวไปทำภารกิจอื่น กอปรกับการเดินทางที่มากขึ้นด้วยหน้าที่การงาน

– เลิกจัด Guilty Pleasure ล่ะ

– ลิสต์หนังทั้งหมดที่ได้ดู :

Part I:  https://www.facebook.com/koetsak.sirisomphotvanich/media_set?set=a.10202727575408972.1073741832.1186959115&type=3

Part II: https://www.facebook.com/koetsak.sirisomphotvanich/media_set?set=a.10204319485125720.1073741838.1186959115&type=3

และนี่ก็คือที่สุดของภาพยนตร์ของเราในปี 2014

A. Best 10 of 2014 (Included 2012-2013):

10. Nebraska (Alexander Payne/ US/ 2013)

9. Blue is the Warmest Color (Abdellatif Kechiche/ France, Belgium, Spain/ 2013)

8. The Missing Picture (Rithy Panh/ Cambodia, France/ 2013)

7. Frances Ha (Noah Baumbach/ US/ 2012)

6. Whiplash (Damien Chazelle/ US/ 2014)

5. Before Midnight (Richard Linklater/ US/ 2013)

4. Black & White & Sex (John Winter/ Australia/ 2012)

3. Goodbye to Language (Jean-Luc Godard/ France/ 2014)

2. Her (Spike Jonze/ US/ 2013)

1. Norte, the End of History (Lav Diaz/ Philippines/ 2013)
new

 

Honorable Mentions:

1. August: Osage County (John Wells/ US/ 2013)

2. The Lego Movie (Phil Lord, Christopher Miller/ Australia, USA, Denmark/ 2014)

3. Journey To The West (Tsai Ming-liang/ Taiwan, France/ 2014)

4. Why Don’t You Play In Hell? (Sion Sono/ Japan/ 2013)

5. Godzilla (Gareth Edwards/ US/ Japan/ 2014)

6. The To Do List (Maggie Carey/ US/ 2013)

7. Iron Sky (Timo Vuorensola/ Finland, Germany, Australia/ 2012

8. Journey to the West: Conquering the Demons (Stephen Chow, Chi-kin Kwok/ China/ 2013)

9. Boyhood (Richard Linklater/ US/ 2014)

10. Magic Magic (Sebastián Silva/ Chile, USA/ 2013)
MERYL STREEP and JULIA ROBERTS star in AUGUST: OSAGE COUNTY

 

B. Best 10 in my 2014 experience:

10. The King of Pigs (Sang-ho Yeon/ South Korea/ 2011)

9. One Night in Mongkok (Tung-Shing Yee/ HK/ 2004)

8. Fallen Angels (Wong Kar-Wei/ HK/ 1995)

7. Import Export (Ulrich Seidl/ Austria, France, Germany/ 2007)

6. Jules and Jim (François Truffaut/ France/ 1962)

5. Tokyo X Erotica (Takahisa Zeze/ Japan/ 2001)

4. In The Mood For Love (Wong Kar Wai/ HK, France/ 2000)

3. Mauvais Sang (Leos Carax/ France/ 1986)

2. Pierrot Le Fou (Jean Luc Godard/  France, Italy/ 1965)

1. Gandu (Qaushiq Mukherjee/ India/ 2010)
old

 

Honorable Mentions:

1. The Lodger (Alfred Hitchcock/ UK/ 1926)

2. Monsters (Gareth Edwards/ UK/ 2010)

3. Mee Pok Man (Eric Khoo/ Singapore/ 1995)

4. Mexican Bus Ride (Luis Buñuel/ Maxico/ 1952)

5. Cure (Kiyoshi Kurosawa/ Japan/ 1997)

6. Naked under the Moon (Lav Diaz/ Philippines/ 1999)

7. La Chinoise (Jean-Luc Godard/ France/ 1967)

8. 4:30 (Royston Tan/ Singapore/ 2005)

9. Four Eyed Monsters (Susan Buice, Arin Crumley/ US/ 2005)

10. 2046 (Wong Kar Wai/ HK, China, France, Italy, Germany/ 2004)
HM2

 

C. Best 10 of Thai in 2014:

10. ตัดเหลี่ยมเพชร (ฉลอง ภักดีวิจิตร/ ไทย/ 2518)

9. Marry is Happy, Marry is Happy (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2013)

8. ไฟเย็น (ป. พิมล/ ไทย/ 2508)

7. สามวัน สองคืน รัก-เลิก-เลย (ฐิติพงศ์ ใช้สติ, สรเทพ เวศวงศ์ษาทิพย์, สำคัญ โชติกสวัสดิ์/ ไทย/ 2012)

6. The Song Of Rice: เพลงของข้าว (อุรุพงศ์ รักษาสัตย์/ ไทย/ 2557)

5. รักโง่ๆ (พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์/ ไทย/ 2555)

4. เพื่อน-แพง (เชิด ทรงศรี/ ไทย/ 2526)

3. ชีวิตบัดซบ (เพิ่มพล เชยอรุณ/ ไทย/ 2520)

2. W (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต/ ไทย/ 2014)

1. ที่รัก (ศิวโรจณ์ คงสกุล/ ไทย/ 2554)
th

 

Honorable Mentions:

1. ตุ๊กแกรักแป้งมาก (ยุทธเลิศ สิปปภาค/ ไทย/ 2557)

2. ภวังค์รัก Concrete Clouds (ลี ชาตะเมธีกุล/ ไทย/ 2557)

3. ผู้ก่อการร้าย (ธัญสก พันสิทธิวรกุล/ ไทย/ 2011)

4. ลาบเลือด (พร ไพโรจน์/ ไทย/ 2522)

5. By the River : สายน้ำติดเชื้อ (นนทวัฒน์ นำเบญจพล/ ไทย/ 2557)

6. The Master (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2014)
hmth

 

D. Memorable moment of 2014:

1. ค้นพบบิดาองค์ใหม่ Ulrich Seidl กับไตรภาคแห่งสรวงสวรรค์:

– Paradise: Love (Ulrich Seidl/ Austria, Germany, France/ 2012)

– Paradise: Faith (Ulrich Seidl/ Austria, Germany, France/ 2012)

– Paradise: Hope (Ulrich Seidl/ Austria, Germany, France/ 2013)
memo1

 

2. ค้นหาหนังเกรด III ในความทรงจำ(แต่หาไม่เจอ) ด้วยหนังชุด นางฟ้าข่มขืน:

– Raped By An Angel (Lau Wai-Keung/ HK/ 1993)

– Raped By an Angel 2:The Uniform Fan (Aman Chang/ HK/ 1998)

– Raped By an Angel 3: Sexual Fantasy of the Chief Executive (Aman Chang/ HK/ 1998)

– Raped by an Angel 4: The Raper’s Union (Wong Jing/ HK/ 1999)

– Raped by an Angel 5: The Final Judgement (Hin Sing ‘Billy’ Tang/ HK/ 2000)
memo2

My Year 2014

Movies (183)

January (25)

01/01/14 – World War Z (Marc Forster/ US, Malta/ 2013) – 2/5

01/01/14 – Paradise: Love (Ulrich Seidl/ Austria, Germany, France/ 2012) – 4/5

02/01/14 – Paradise: Faith (Ulrich Seidl/ Austria, Germany, France/ 2012) – 5/5

03/01/14 – Paradise: Hope (Ulrich Seidl/ Austria, Germany, France/ 2013) – 4.5/5

03/01/14 – The To Do List (Maggie Carey/ US/ 2013) – 3.5/5

05/01/14 – Tokyo X Erotica (Takahisa Zeze/ Japan/ 2001) – 4.5/5

06/01/14 – The Intouchables (Olivier Nakache, Eric Toledano/ France/ 2011) – 3.5/5

07/01/14 – Iron Sky (Timo Vuorensola/ Finland, Germany, Australia/ 2012) – 3.5/5

08/01/14 – Fallen Angels (Wong Kar-Wei/ HK/ 1995) – 5/5

11/01/14 – White House Down (Roland Emmerich/ US/ 2013) – 3/5

14/01/14 – La Chinoise (Jean-Luc Godard/ France/ 1967) – 3.5/5

15/01/14 – Rigodon (Erik Matti/  Philippines/ 2012) – 3/5

16/01/14 – Happy Together (Wong Kar Wai/ HK, Japan, South Korea/ 1997) – 3.5/5

17/01/14 – Blue is the Warmest Color (Abdellatif Kechiche/ France, Belgium, Spain/ 2013) – 5/5

21/01/14 – Gandu (Qaushiq Mukherjee/ India/ 2010) – 4.5/5

22/01/14 – Gravity (Alfonso Cuarón/ US, UK/ 2013) – 3.5/5

23/01/14 – Captain Phillips (Paul Greengrass/ US/ 2013) – 3.5/5

24/01/14 – 12 Years A Slave (Steve McQueen/ US, UK/ 2013) – 3/5

26/01/14 – รักโง่ๆ (พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์/ ไทย/ 2555) – 5/5

27/01/14 – Dirty Wars (Rick Rowley/ US, Afghanistan, Iraq, Kenya, Somalia, Yemen/ 2013) – 4/5

28/01/14 – Blue Jasmine (Woody Allen/ US/ 2013) – 4.5/5

29/01/14 – One Night in Mongkok (Tung-Shing Yee/ HK/ 2004) – 4/5

30/01/14 – The Wolf of Wall Street (Martin Scorsese/ US/ 2013) – 3.5/5

30/01/14 – The Broken Circle Breakdown (Felix Van Groeningen/ Belgium, Netherlands/ 2012) – 4.5/5

31/01/14 – We’re the Millers (Rawson Marshall Thurber/ US/ 2013) – 1.5/5

Febuary (18)

01/02/14 – Planes (Klay Hall/ US/ 2013) – 1.5/5

01/02/14 – Dallas Buyers Club (Jean-Marc Vallée/ US/ 2013) – 2.5/5

03/02/14 – Cutie And The Boxer (Zachary Heinzerling/ US/ 2013) – 4.5/5

04/02/14 –Firestorm (Alan Yuen/ HK/ 2013) – 3.5/5

06/02/14 – Her (Spike Jonze/ US/ 2013) – 4.5/5

10/02/14 – Thor: The Dark World (Alan Taylor/ US/ 2013) – 2/5

14/02/14 – Prisoners (Denis Villeneuve/ US/ 2013) – 4.5/5

16/02/14 – Young Detective Dee: Rise of the Sea Dragon (Hark Tsui/ China/ 2013) – 2/5

17/02/14 – Nebraska (Alexander Payne/ US/ 2013) – 5/5

18/02/14 – Philomena (Stephen Frears/ UK, US, France/ 2013) – 4/5

19/02/14 – Journey to the West: Conquering the Demons (Stephen Chow, Chi-kin Kwok/ China/ 2013) – 4/5

19/02/14 – August: Osage County (John Wells/ US/ 2013) – 4.5/5

22/02/14 – ต้มยำกุ้ง 2 (ปรัชญา ปิ่นแก้ว} พันนา ฤทธิไกร/ ไทย/ 2556) – 0.5/5

22/02/14 – Ancient Chinese Whorhouse (Ivan Lai Gai-Ming/ HK/ 1994) – 2/5

23/02/14 – About Time (Richard Curtis/ UK/ 2013) – 3/5

26/02/14 – Robocop (José Padilha/ US/ 2014) – 4/5

27/02/14 – The Great Beuty (Paolo Sorrentino/ Italy,France/ 2013) – 2/5

27/02/14 – Frances Ha (Noah Baumbach/ US/ 2012) – 4/5

March (27)

02/03/14 – Machete Kills (Robert Rodriguez/ US, Russia/ 2013) – 1.5/5

05/03/14 – 20 Feet From Stardom (Morgan Neville/US/ 2013) – 3/5

06/03/14 – Zombie Hunter (K. King/ US/ 2013) – 0.5/5

08/03/14 – Gatchaman (Toya Sato/ Japan/ 2013) – 3.5/5

08/03/14 – The Square (Jehane Noujaim/ Egypt, USA/ 2013) – 5/5

10/03/14 – DPRK: The Land of Whispers (Chrystian Cohen/ Vietnam/ 2013) – 3.5/5

11/03/14 – Jailbait (Jared Cohn/ US/ 2013) – 1/5

13/03/14 – Queen of Underworld (Sherman Wong/HK/ 1991) – 3/5

14/03/14 – โคลิค เด็กเห็นผี (พัชนนท์ ธรรมจิรา/ ไทย/ 2549) – 3/5

14/03/14 – The Hunt (Thomas Vinterberg/ Denmark, Sweden/ 2013) – 2/5

15/03/14 – Overhead 2 (Felix Chong, Alan Mak/ HK, China/ 2011) – 3.5/5

15/03/14 – Monsters (Gareth Edwards/ UK/ 2010) – 4.5/5

15/03/14 – Lan Kwai Fong 3 (Wilson Chin/ HK/ 2014) – 1/5

17/03/14 – In The Mood For Love (Wong Kar Wai/ HK, France/ 2000) – 5/5

18/03/14 – Kick Ass Girls (Goo-Bi GC/ HK/ 2013) – 1.5/5

20/03/14 – สะบายดี วันวิวาห์ (ศักดิ์ชาย ดีนาน/ ลาว, ไทย/ 2554) – 1/5

21/03/14 – Naked Soldier (Marco Mak/ HK/ 2012) – 2/5

22/03/14 – Isabella (Ho-Cheung Pang/ HK/ 2006) – 3.5/5

23/03/14 – Ernest & Celestine (Stéphane Aubier, Vincent Patar, Benjamin Renner/ France, Belgium, Luxembourg/ 2013) – 3.5/5

23/03/14 – Red Wedding (Lida Chan, Guilaume Suon/ Cambodia, France/ 2013) – 3/5

23/03/14 – Jazz in Love (Baby Ruth Villarama/ Philippines, Germany, France/ 2013) – 3/5

23/03/14 – To Singapore, With Love (Tan Pin Pin/ Singapore/ 2013) – 4.5/5

29/03/14 – +1 (Dennis Iliadis/ US/ 2013) – 4/5

30/03/14 – The Missing Picture (Rithy Panh/ Cambodia, France/ 2013) – 4/5

30/03/14 – The Song Of Rice: เพลงของข้าว (อุรุพงศ์ รักษาสัตย์/ ไทย/ 2557) – 5/5

30/03/14 – Mee Pok Man (Eric Khoo/ Singapore/ 1995) – 5/5

30/03/14 – 12 Storeys (Eric Khoo/ Singapore/ 1997) – 4/5

April (17)

05/04/13 – The Great Madcap (Luis Buñuel/ Maxico/ 1949) – 4/5

05/04/13 – Mexican Bus Ride (Luis Buñuel/ Maxico/ 1952) – 4.5/5

09/04/14 – Make Your Move (Duane Adler/ US, South Korea/ 2013) – 0.5/5

11/04/14 – Million Dollar Crocodile (Lin Lisheng/ China/ 2012) – 2/5

12/04/14 – รวมพลคนลูกทุ่งเงินล้าน (กัลป์ หงษ์รัตนาภรณ์/ ไทย/ 2556) – 3/5

12/04/14 – Nymphomaniac (Lars von Trier/ Denmark, Germany, France, Belgium, UK/ 2013) – 5/5

13/04/14 – Kick-Ass 2 (Jeff Wadlow/ US/ 2013) – 3.5/5

14/04/14 – Hereafter (Clint Eastwood/ US/ 2010) – 2/5

14/04/14 – แม่นาคพระโขนง (รังสี ทัศนพยัคฆ์/ ไทย/ 2502) – 2/5

15/04/14 – Drinking Buddies (Joe Swanberg/ US/ 2013) – 3/5

15/04/14 – Mauvais Sang (Leos Carax/ France/ 1986) – 5/5

15/04/14 – 4:30 (Royston Tan/ Singapore/ 2005) – 4.5/5

16/04/14 – Captain America: The Winter Soldier (Anthony Russo, Joe Russo/ US/ 2014) – 4/5

17/04/14 – Cure (Kiyoshi Kurosawa/ Japan/ 1997) –4.5/5

22/04/14 – ความลับห้องหมายเลข 7 (กิรติ นาคอินทนนท์, ศิรวัชร นาคอินทนนท์/ ไทย/ 2548) – 0.5/5

23/04/14 – Free to Play (Valve film/ US/ 2014) – 4/5

25/04/14 – เพื่อน-แพง (เชิด ทรงศรี/ ไทย/ 2526) – 5/5

May (19)

03/05/14 – The Grand Budapest Hotel (Wes Anderson/ US, Germany/ 2014) – 4/5

10/05/14 – Bad Milo (Jacob Vaughan/ US/ 2013) – 3/5

10/05/14 – Four Eyed Monsters (Susan Buice, Arin Crumley/ US/ 2005) – 4.5/5

11/05/14 – Naked Killer (Clarence Fok Yiu-leung/ HK/ 1992) – 3/5

12/05/14 – Before Midnight (Richard Linklater/ US/ 2013) – 5/5

16/05/14 – Raped By An Angel (Lau Wai-Keung/ HK/ 1993) – 3/5

18/05/14 – Import Export (Ulrich Seidl/ Austria, France, Germany/ 2007) – 5/5

18/05/14 – The Monkey King (Pou-Soi Cheang/ China, HK/ 2014) – 1/5

22/05/14 – The World’s End (Edgar Wright/ UK, US/ 2013) – 3.5/5

22/05/14 – Enemy (Denis Villeneuve/ Canada, Spain/ 2013) – 4.5/5

24/05/14 – Timeline จดหมาย ความทรงจำ (นนทรีย์ นิมิบุตร/ ไทย/ 2557) – 2/5

24/05/14 – Raped By an Angel 2:The Uniform Fan (Aman Chang/ HK/ 1998) – 1.5/5

24/05/14 – The Kirishima Thing (Daihachi Yoshida/ Japan/ 2012) – 4.5/5

25/05/14 – Godzilla (Gareth Edwards/ US/ Japan/ 2014) – 4/5

26/05/14 – หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสูญ (Danny Pang/ ไทย/ 2002) – 4.5/5

26/05/14 – The Guillotines (Andrew Lau/ China, Haiti, HK/ 2012) – 2.5/5

29/05/14 – 71 Fragments of a Chronology of Chance (Michael Haneke/ Belgium/ 2005) – 5/5

31/05/14 – X-Men: Days of Future Past (Bryan Singer/ US, UK/ 2014) – 4/5

31/05/14 – My Magic (Eric Khoo/ Singapore/ 2008) – 3/5

June (5)

05/06/14 – Marry is Happy, Marry is Happy (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2013) – 5/5

06/06/14 – Naked under the Moon (Lav Diaz/ Philippines/ 1999) – 4.5/5

15/06/14 – SPL (Wilson Yip/  Hong Kong, Macao/ 2005) – 4/5

23/06/14 – Chinese Puzzle (Cédric Klapisch/  France, USA, Belgium/ 2013) – 4/5

24/06/14 – Transformers: Age of Extinction (Michael Bay/ US/ 2014) – 2/5

July (14)

02/07/14 – Nineteen Eighty-Four (Michael Radford/ UK/ 1984) – 3.5/5

04/07/14 – The Wind Rises (Hayao Miyazaki/ Japan/ 2013) – 3/5

05/07/14 – Raped By an Angel 3: Sexual Fantasy of the Chief Executive (Aman Chang/ HK/ 1998) – 3.5/5

06/07/14 – Magic Magic (Sebastián Silva/ Chile, USA/ 2013) – 4.5/5

09/07/14 – Begin Again (John Carney/ US/ 2013) – 4/5

10/07/14 – Tromeo & Juliet (Lloyd Kaufman/ US/1996) – 3.5/5

16/07/14 – Dawn of the Planet of the Apes (Matt Reeves/ US/ 2014) – 3.5/5

18/07/14 –  The Fault In Our Star (Josh Boone/ US/ 2014) – 2/5

20/07/14- All Is Lost (J.C. Chandor/ US/ 2013) – 3/5

21/07/14 – The King of Pigs (Sang-ho Yeon/ South Korea/ 2011) – 5/5

24/07/14 – Raped by an Angel 4: The Raper’s Union (Wong Jing/ HK/ 1999) – 1.5/5

26/07/14 – The Rover (David Michôd/ Australia, USA/ 2014) – 2.5/5

27/07/14 – Raped by an Angel 5: The Final Judgement (Hin Sing ‘Billy’ Tang/ HK/ 2000) – 1/5

28/07/14 – ไฟเย็น (ป. พิมล/ ไทย/ 2508) – 5/5

August (20)

02/08/14 – Guardians of the Galaxy (James Gunn/ US/ 2014) – 4/5

02/08/14 – Prometheus (Ridley Scott/ US, UK/ 2012) – 3.5/5

04/08/14 – The Lego Movie (Phil Lord, Christopher Miller/ Australia, USA, Denmark/ 2014) – 4.5/5

05/08/14 – แรงดึงดูด (เป็นเอก รัตนเรือง/ ไทย/ 2014) – 2/5

07/08/14 – Return of the Moonwalker (Mike Maria/ Germany/ 2012) – 3.5/5

07/08/14 – Blackfish (Gabriela Cowperthwaite/ US/ 2013) – 4.5/5

10/08/14 – Eden (Megan Griffiths/ US/ 2012) – 2.5/5

11/08/14 – Alpha House (Jacob Cooney/ US/ 2014) – 1/5

12/08/14 – แผลเก่า (ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล/ ไทย/ 2014) – 2/5

13/08/14 – The Lodger (Alfred Hitchcock/ UK/ 1926) – 4/5

14/08/14 – 2046 (Wong Kar Wai/ HK, China, France, Italy, Germany/ 2004) – 4/5

16/08/14 – Aka x Pinku (Koichi Sakamoto/ Japan/ 2014) – 2.5/5

18/08/14 – Tasher Desh (Qaushiq Mukherjee/ India/ 2012) – 3.5/5

19/08/14 – ผีสองนาง (ฤทธิ์รงค์/ ไทย/ 2532) – 3/5

23/08/14 – K-20: Legend of the Mask (Shimako Sato/ Japan/ 2008) – 3/5

23/08/14 – Love and Bruises (Lou Ye/ China, France/ 2011) – 4/5

24/08/14 – Election (Johnnie To/ HK/ 2005) – 4/5

18/08/14 – Black & White & Sex (John Winter/ Australia/ 2012) – 4.5/5

29/08/14 – The Raid 2: Berandal (Gareth Evans/ Indonesia, USA/ 2014) – 3/5

30/08/14 – Boyhood (Richard Linklater/ US/ 2014) – 4/5

September (6)

01/09/14 – Norte, the End of History (Lav Diaz/ Philippines/ 2013) – 5/5

06/09/14 – By Coincidence (Maung Myo Min/ Myanmar/ 2014) – 1/5

15/089/17 – ตุ๊กแกรักแป้งมาก (ยุทธเลิศ สิปปภาค/ ไทย/ 2557) – 4/5

19/09/14 – Jules and Jim (François Truffaut/ France/ 1962) – 5/5

20/09/14 – ภวังค์รัก Concrete Clouds (ลี ชาตะเมธีกุล/ ไทย/ 2557) – 3.5/5

22/09/14 – ที่รัก (ศิวโรจณ์ คงสกุล/ ไทย/ 2554) – 4.5/5

October (14)

05/10/14 – คิดถึงวิทยา (นิธิวัฒน์ ธราธร/ ไทย/ 2557) – 1/5

12/10/14 – Upstream Color (Shane Carruth/ US/ 2013) – 3/5

16/10/14 – ผู้ก่อการร้าย (ธัญสก พันสิทธิวรกุล/ ไทย/ 2011) – 4/5

18/10/14 – The Golden Era (Ann Hui/ HK, China/ 2014) – 3.5/5

20/10/14 – The Snow White Murder Case (Yoshihiro Nakamura/ Japan/ 2014) – 3/5

21/10/14 – Ice Poison (Midi Z/ Myanmar, Taiwan/ 2014) – 3.5/5

22/10/14 – Goodbye to Language (Jean-Luc Godard/ France/ 2014) – 5/5

25/10/14 – Attila Marcel (Sylvain Chomet/ France/ 2013) – 3.5/5

25/10/14 – Between Yesterday And Tomorrow (Nilendra Deshapriya, Natasha Dream/ Sri Lanka/ 2014) – 2/5

25/10/14 – Metropolis (Fritz Lang/ Germany/ 1927) – 4.5/5

26/10/14 – Journey To The West (Tsai Ming-liang/ Taiwan, France/ 2014) – 5/5

26/10/14 – Pierrot Le Fou (Jean Luc Godard/  France, Italy/ 1965) – 5/5

26/10/14 – The Tale of The Princess Kaguya (Isao Takahata/ Japan/ 2013) – 3/5

26/10/14 – Klip (Maja Milos/ Serbia/ 2012) – 1.5/5

November (10)

01/11/14 – สามวัน สองคืน รัก-เลิก-เลย (ฐิติพงศ์ ใช้สติ, สรเทพ เวศวงศ์ษาทิพย์, สำคัญ โชติกสวัสดิ์/ ไทย/ 2012) – 4/5

02/11/14 – The Eyes Diary คนเห็นผี (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย/ 2014) – 2.5/5

04/11/14 – Gone Girl (David Fincher/ US/ 2014) – 4.5/5

04/11/14 – Whiplash (Damien Chazelle/ US/ 2014) – 5/5

11/11/14 – ชีวิตบัดซบ (เพิ่มพล เชยอรุณ/ ไทย/ 2520) – 5/5

12/11/14 – Why Don’t You Play In Hell? (Sion Sono/ Japan/ 2013) – 4.5/5

15/11/14 – The Couple รัก ลวง หลอน (Talent 1 Team/ ไทย/ 2014) – 1.5/5

17/11/14  – Be With Me (Eric Khoo/ Singapore/ 2005) – 3/5

17/11/14 – ตัดเหลี่ยมเพชร (ฉลอง ภักดีวิจิตร/ ไทย/ 2518) – 4/5

29/11/14 – By the River : สายน้ำติดเชื้อ (นนทวัฒน์ นำเบญจพล/ ไทย/ 2557) – 3.5/5

December (8)

03/12/14 – ประโยคสัญญารัก (พลัฏฐ์พล  มิ่งพรพิชิต/ ไทย/ 2556) – 1.5/5

05/12/14 – ลาบเลือด (พร ไพโรจน์/ ไทย/ 2522) – 5/5

06/12/14 – Saint Laurent (Bertrand Bonello/ France, Belgium/ 2014) – 3/5

07/12/14 – The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 (Francis Lawrence/ US/ 2014) – 4/5

14/12/14 – สาวแรงสูง (วินิจ ภักดีวิจิตร/ ไทย/ 2518) – 2/5

23/12/14 – Mystery (Lou Ye/ China, France/ 2012) – 3/5

24/12/14 – W (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต/ ไทย/ 2014) – 5/5

24/12/14 – The Master (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

Short Films (256)

January (24)

07/01/14 – ก(ล)างเมือง: โรตีแมน (นภสร ลิ้มไชยาวัฒน์, กิตติพัฒน์ กนกนาค/ ไทย/ 2556) – 4/5

07/01/14 – ก(ล)างเมือง: คืนสู่แผ่นดิน ( Akarin Ruengnaowaroj/ ไทย/ 2556) – 2.5/5

07/01/14 – Tanimura (บารมีรัฐ จันทราศรีวงศ์/ ไทย/ 2556) – 1/5

07/01/14 – The Man Who Defused Bombs (Karim Aïnouz/ Brazil/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4.5/5

08/01/14 – ก(ล)างเมือง: แถวนี้แม่งเขื่อน (พัชร เอี่ยมตระกูล, ศิริพร คงมา, ไพรัช คุ้มวัน/ ไทย/ 2555) – 4/5

09/01/14 – ฉันนั่งรถไฟไปเยี่ยมแม่ที่กำลังจะตาย แต่ไปไม่ทัน แม่ฉันตายก่อน ฉันรักการรถไฟจังเลย (ฟินวิ่ว สตูดิโอ/ ไทย/ 2555) – 4/5

13/01/14 – คำสาปแช่งของเหล่าผีพราย (วิริญาพร บุญประเสริฐ/ ไทย/ 2013) – 4.5/5

13/01/14 – เป้าหมายการศึกษา (วิริญาพร บุญประเสริฐ/ ไทย/ 2013) – 3/5

14/01/14 – ก(ล)างเมือง: มอ’ไซค์ไรเดอร์ (พัชร เอี่ยมตระกูล, ศิริพร คงมา/ ไทย/ 2555) – 2/5

14/01/14 – ก(ล)างเมือง: เธอไม่ขอ ฉันก็จะให้ (เมธัส ศิรินาวิน , วชร กัณหา/ ไทย/ 2556) – 4/5

14/01/14 – ก(ล)างเมือง: ถนนกีบหมู (วชร กัณหา, จุฬญาณนนท์ ศิริผล/ ไทย/ 2556) – 3.5/5

16/01/14 – Beauty: I classici dell’arte si animano con la magia del digitale (Rino Stefano Tagliafierro/ Italy/ 2014) – 5/5

17/01/14 – ก(ล)างเมือง: บ้านของคนสร้างบ้าน (วชร กัณหา/ ไทย/ 2555) – 3/5

17/01/14 – MV: (m+a) My Super8 (Rino Stefano Tagliafierro/ Italy/ 2011) – 3.5/5

17/01/14 – A Movie (Bruce Conner/ US/ 1958) – 5/5

17/01/14 – Three Degrees of Proximity to the Disaster (John Akomfrah/ UK/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

21/01/14 – ก(ล)างเมือง: เพราะค่าไฟเราไม่เท่ากัน (ไท ประดิษฐเกษร, ธีรัช หวังวิศาล, สาริน ทักษิณาวิสุทธิ์, พงศธร บันเทิงสุข/ ไทย/ 2555) – 2.5/5

21/01/14 – Untitled (Hala Alabdalla/ Syria/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

21/01/14 – Red Shoes (Bernardo Bertolucci/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

21/01/14 – Untitled (Catherine Breillat/ France/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

24/01/14 – หาชื่อเรื่องที่สมเกียรติไม่ได้ (สัตยา จันทร์ชนะ/ ไทย/ 2014) – 3/5

28/01/14 – ห้องเรียนฝรั่งเศสกับปริศนาฟองซัว:Francois’s answer (วชร กัณหา/ ไทย/ 2553) – 5/5

29/01/14 – A Second Before Waking Up (Rino Stefano Tagliafierro/ Italy/ 2007) – 5/5

29/01/14 – Les maîtres fous (Jean Rouch/ France/ 1955) – 5/5

Febuary (19)

03/02/14 – The Way I Want วันที่ฝันเป็นจริง (สุภาณี ลิ้มโรจน์นุกูล/ ไทย/ 2556) – 1/5

13/02/14 – Untitled (Júlio Bressane/ Brazil/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

13/02/14 – Untitled (Rama Burshtein/ US/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

13/02/14 – Untitled (Antonio Capuano/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

24/02/14 – The Future was in Their Eyes (Peter Chan/ HK/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

24/02/14 – Voice and Direction (Isabel Coixet/ Spain/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

24/02/14 – Amazing Grace (Amiel Courtin-Wilson/ Australia/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

24/02/14 – I Was A Child (Jan Cvitkovič/ Slovenia/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

24/02/14 – The Firefly (Lav Diaz/ Philipine/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3.5/5

24/02/14 – Untitled (Claire Denis/ French/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

24/02/14 – Butterfly (Atom Egoyan/ Canada/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

24/02/14 – Atavism (Aleksei Fedorchenko/ Russia/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

24/02/14 – Lighthouse (Davide Ferrario/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

24/02/14 – The Future of Cinema (James Franco/ US/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

24/02/14 – Untitled (Lluís Galter/ Catalan/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

25/02/14 – Unititled (Amos Gitai/ Israel/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

25/02/14 – Unititled (Monte Hellman/ US/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

25/02/14 – 50:50 (Hong Sang-soo / South Korea/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

25/02/14 – Unititled (Benoît Jacquot/ France/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

March (59)

04/03/14 – อหิงสา (ณพรรธน์ ตรีพลาวิเศษกุล/ ไทย/ 2557) – 3/5

04/03/14 – ประวัติศาสตร์ขนาดย่อของความทรงจำ ( จุฬญาณนนท์ ศิริผล/ ไทย/ 2553) – 4/5

05/03/14 – Mr. Hublot (Laurent Witz, Alexandre Espigares/ Luxembourg, France/ 2013) – 2/5

06/03/14 – Unititled (Jia Zhang-ke/ China/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

06/03/14 – Devran (Semih Kaplanoğlu/ Turkey/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

06/03/14 – Unititled (Shekhar Kapur/ India/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

06/03/14 – In Perpetuum Infinituum (Marlen Khutsiev/ Georgia/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

13/03/14 – เงาประวัติศาสตร์ (ภาณุ อารี, ก้อง ฤทธิ์ดี, กวีนิพนธ์ เกตุประสิทธิ์/ ไทย/ 2556) – 5/5

14/03/14 – The House Is Black (Forugh Farrokhzad/ Iran/ 1963) – 5/5

14/03/14 – The Cortege (ธีรพัฒน์ งาทอง/ ไทย/ 2556) – 4/5

14/03/14 – Untitled (Abbas Kiarostami/ Iran/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

14/03/14 – My Mother (Kim Ki Duk/ South Korea/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4.5/5

14/03/14 – Necktie (Yorgos Lanthimos/ Greek/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

14/03/14 – Untitled (Pablo Larraín/ Chili/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

14/03/14 – The Hit (Tobias Lindholm/ Denmark/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

14/03/14 – Senza Fine (Guido Lombardi / Peru/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3.5/5

14/03/14 – Untitled (Jazmín López/ Argentina/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

14/03/14 – Untitled (Milcho Manchevski/ Macedonia/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

14/03/14 – Untitled (Samuel Maoz/ Israel/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

14/03/14 – Untitled (Pietro Marcello/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

14/03/14 – L’Ultimo Leone (Franco Maresco/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

14/03/14 – Ang Kamera (Brillante Mendoza/ Philippines/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

14/03/14 – Almost Home (Todd Wilderman/ US/ 2014) – 3/5

18/03/14 – Transhumance (Salvatore Mereu / Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

18/03/14 – Untitled (Celina Murga/ Argentina/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3.5/5

18/03/14 – Don’t Give Up (Amir Naderi/ Iran/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3.5/5

18/03/14 – Untitled (Shirin Neshat/ Iran/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3.5/5

18/03/14 – La Moviola (Ermanno Olmi/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

18/03/14 – Untitled (Nicolás Pereda/ Maxico/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

18/03/14 – Untitled (Franco Piavoli/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

18/03/14 – Untitled (Giuseppe Piccioni/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

18/03/14 – Yorick’s Speech (Michele Placido/ Italy/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2/5

18/03/14 – Went to the Movie (Edgar Reitz/ Germany/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

18/03/14 – Allegory of Prudence (João Pedro Rodrigues/ Protugal/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 2.5/5

18/03/14 – Untitled (Walter Salles/ Brazil/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

18/03/14 – Untitled (Paul Schrader/ US/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4.5/5

19/03/14 – Hakuna Matata (Ulrich Seidl/ Austria/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

19/03/14 – Untitled (Todd Solondz/ US/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

19/03/14 – 70′ (Sono Sion/ Japan/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

19/03/14 – The Death (Jean Marie Straub/ France/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 1/5

19/03/14 – Sound.. and Image (Tusi Tamasese/ Samoa/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 1/5

19/03/14 – Untitled (Tariq Teguia/ Algeria/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 1/5

19/03/14 – Cinema is All Around (Pablo Trapero/ Argentina/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

19/03/14 – 24 Frames Per Century (Athina Rachel Tsangari/ Greek/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

19/03/14 – Abandoned Monnster (Shinya Tsukamoto/ Japan/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 5/5

20/03/14 – Amapola (Teresa Villaverde/ Portuguese/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

20/03/14 – Untitled (Wang Bing/ China/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

20/03/14 – Untitled (Apitchapong Weerasethakul/ Thailand/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 3/5

20/03/14 – Untitled (Yonfan/ Taiwan/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

20/03/14 – Untitled (Krzysztof Zanussi/ Poland/ 2013/ Venezia 70 Future Reloaded) – 4/5

20/03/14 – Overseas โพ้นทะเล (วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์, อโนชา สุวิชากรพงษ์/ ไทย/ 2557) – 4.5/5

21/03/14 – นิ้วเพชร (รัตน์ เปสตันยี/ ไทย/ 2501) –5/5

23/03/14 – เรื่องเล่าสาวพริตตี้ (วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์/ ไทย/ 2556) – 2/5

23/03/14 – Behide The Screen (Aung Nwai Htway/ Myanmar/ 2013) – 3/5

23/03/14 – หนังบ้าน Homemade (ศิวโรจณ์ คงสกุล/ ไทย/ 2556) – 4/5

23/03/14 – Mrs. Bua’s Carpet (Duong Mong Thu/ Vietnam/ 2011) – 3/5

28/03/14 – ไม้กระดก (สุระวี วรพจน์/ ไทย/ 2557) – 3/5

31/03/14 – Lights Out (David Sandberg, Lotta Losten/ US/ 2013) – 4/5

31/03/14 – 42 One Dream Rush (Various Directors/ Various Countries/ 2009) – 2.5/5

April (11)

07/04/14 – สมเสร็จ (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, ไทย, 2551) – 2/5

07/04/14 – ยีราฟ (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, ไทย, 2551) – 3/5

07/04/14 – ไฮยีน่า (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, ไทย, 2551) – 5/5

09/04/14 – Un Chien andalou (Luis Buñuel/ Spain/ 1928) – 5/5

09/04/14 – โขงแล้งน้ำ (Cactus River) (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล/ ไทย/ 2555) – 5/5

09/04/14 – Diblar (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล/ ไทย/ 2557) – 5/5

09/04/14 – ทำให้ลิงดูเท่านั้น (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล/ ไทย/ 2557) – 5/5

11/04/14 – Monsoon (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล/ ไทย/ 2557) – 4/5

11/04/14 – Monster (Jennifer Kent/ Australia/ 2005) – 3/5

21/04/14 – ! อัศเจรีย์ (สุรพงษ์ พินิจค้า/ ไทย/ 2519) – 5/5

22/04/14 – Lost Memories (Fracois Ferracci/ France/ 2012) – 4/5

May (5)

16/05/14 – Pacer (บรรจง โกศัลวัฒน์/ ไทย/ 1976) – 3/5

19/05/14 – A Free Ride (A Wise Guy/ US/ 1915) – 5/5

29/05/14 – Papillon d’amour (Nicolas Provost/ Belgium/ 2005) – 5/5

31/05/14 – ลากันที โลกนี้ He ครอง (ธนเสฏฐ์ ศิริวัฒนาดิเรก / ไทย/ 2014) – 5/5

31/05/14 – No Day Off (Eric Khoo/ Singapore/ 2006) – 3/5

June (54)

01/06/14 – Thai Aurora at the Horizon:

1. เพลี้ย (บุญฤทธิ์ เวียงนนท์/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

2. Mosquito in the Ant Land (ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ/ ไทย/ 2014) – 4/5

3. คนไทยสมัยรัชกาลที่ ๙ (ณัฐวัฒน์ อรรถสวัสดิ์/ ไทย/ 2014) – 4/5

4. น้องปิงปิงต่อแถวรอกินไก่ทอด (ไท ประดิษฐเกษร/ ไทย/ 2014) – 2/5

5. ม.6 ของข้าพเจ้า (เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

6. After Babylon (ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล/ ไทย/ 2014) – 5/5

7. The Taxi Meter (ณัฐปคัลภ์ เข็มขาว/ ไทย/ 2014) – 2/5

8. Education Suicide (กานต์ชนิต โพธิ์สวัสดิ์/ ไทย/ 2014) – 4/5

9. Sleepwalker (มนศักดิ์ คล่องชัยนันต์/ ไทย/ 2014) – 4/5

10. My Hand is Still Looking (หรินทร์ แพทรงไทย/ ไทย/ 2014) – 2/5

11. Tear of Child (วีรชัย จิตสุนทรทิพย์/ ไทย/ 2014) – 3/5

12. Shut Sound: Lao Duang Duen (วาคิม เนียมทับทิม/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

13. วัยเด็ก (อุกฤษณ์ สงวนให้ & ชญจี กฤตยาพงศกร/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

14. ประชาธิปัตย์มาแล้ว (จุฬญาณนนท์ ศิริผล/ ไทย/ 2014) – 4/5

…………………………………………………………………………………………………………………

06/06/14 – 20 Scenes of June (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2013) – 3/5

…………………………………………………………………………………………………………………

07/06/14 – Filmvirus Wildtype 2013: Rough Cinema;

1. คำสาปแช่งของเหล่าผีพราย (วิริญาพร บุญประเสิรฐ) – 5/5

2. กฤษฎาภินิหารอันบดบังไม่ได้ของเนวัดดาว (ยิ่งศิวัช ยมลยง) – 5/5

3. ในวันที่นิ้วก้อยเท้าบังเอิญไปเตะขาโต๊ะเข้าอย่างจัง (ธนพฤทธิ ประยูรพรหม) – 4.5/5

4. ปฏิรัก (จุฑา เสาวภา) – 5/5

5. Betagen Forest (ฐาปณี หลูสุวรรณ) – 5/5

6. ทองกวาว (ธนพฤทธิ ประยูรพรหม) – 4/5

7. Cradle (ธิดาทิพย์ แสนชาติ) – 5/5

8. อีกรลี่หีพลาสติกใส (กร กนกีขรินทร์) – 5/5

9. Ma Vie Incomplete et Inacheveee 1&2 (รัชฎภูมิ บุญบัญชาโชค) – 5/5

…………………………………………………………………………………………………………………

07/06/14 – Filmvirus Wildtype 2013: Experimental Cinema;

1. เมื่อแสงดับ (นาวีน นพคุณ) – 5/5

2. Song For Every Ghost (ชมพูนุท เมษฐา) – 3/5

3. Proverbs (ชมพูนุท เมษฐา) – 3/5

4. หนึ่ง (ธีรพัฒน์ งาทอง) – 5/5

5. 16×9 Capsule (วุฒินนท์ ชาญสตบุตร) – 5/5

6. Night (ธีรนิต์ เสียงเสนาะ) – 3/5

7. สุสานเวลา (กษิติ สังข์กุล) – 5/5

8. สลัว (น้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์) – 5/5

9. โรคเมือง (ธีรนิต์ เสียงเสนาะ) – 3/5

10. เต่านายสมปองร้องเพลงได้ (เจษฎา เนตรแขม) – 3/5

11. Past, Present, Future (อรรถวุฒิ บุญยวง) – 5/5

…………………………………………………………………………………………………………………

08/06/14 – Filmvirus Wildtype 2013: Fiction;

1. เจ็บปวด (อัคร ปัจจักขะภัติ) – 4.5/5

2. ดวงใจ (เอกลักษณ์ อนันตสมบูรณ์) – 5/5

3. วันทยหัตถ์ (บุศริน ศรีงาม) – 4.5/5

4. Status (ฉันทนา ทิพย์ประชาติ) – 4/5

5. Life On Mars (ณัฐชนน วะนา) – 5/5

6. ฟ้า (พงศกร จึงทวีศิลป์) – 3.5/5

7. คนที่เข้าใจ (มีศักดิ์ จีนพงษ์) – 3.5/5

8. Dancing Queen (ทรรศน์มน กันยาศัย) – 4/5

9. Le Roman De Michelle et Francisco (ณัฐชนน วะนา) – 5/5

…………………………………………………………………………………………………………………

08/06/14 – Filmvirus Wildtype 2013: Doc Moc;

1. ช่องว่าง (มีศักดิ์ จีนพงษ์) – 4.5/5

2. หลาน ยาย และเรื่องเล่าผีโพง (วิทยา กัณทาพันธุ์) – 4/5

3. This Film Has Been Invalid (วัชรพล สายสงเคราะห์) – 5/5

4. วัฎจักร (พสุ อินทรมานวงศ์) – 5/5

5. May the year ahead brings you good luck (อรนลิน เตชะภูวภัทร) – 5/5

6. วณิพกพเนจร (ภูพาน สรวิษมงคล) – 4/5

7. ภาษาที่เธอไม่เข้าใจ (วชร กัณหา) – 5/5

8. รำลึกเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2549 (พงศกร ฤดีกุลรังสี) – 4.5/5

…………………………………………………………………………………………………………………

12/06/14 – เพลิน (ปวีณา จันทร์สวัสดิ์/ ไทย/ 2014) – 3/5

18/06/14 – คำบางคำ (ภาสุ อุไรมัมฤทธิ์/ ไทย/ 2014) – 3/5

July (21)

03/07/14 – Fishing Without Nets (Cutter Hodierne/ US/ 2012) – 3.5/5

03/07/14 – I Don’t Want to Go Back Alone (Daniel Ribeiro/ Brazil/ 2010) – 4/5

07/07/14 – Spread of Simian Flu (Year 1) aka. Quarantine (Isaiah Seret/ US/ 2014/ Before the Dawn of the Apes) – 3/5

07/07/14 –Struggling to Survive (year 5) aka. All Fall Down (Daniel Thron/ US/ 2014/ Before the Dawn of the Apes) – 2/5

07/07/14 – Story of the Gun (Year 10) aka. The Gun (Thirtytwo/ US/ 2014/ Before the Dawn of the Apes) – 3/5

15/07/14 – คนดี (ที่เธอไม่รัก) (ไพรัช คุ้มวัน/ ไทย/ 2014) – 5/5

15/07/14 – ลูกคุณครู – ของเขมร  (พิศมัย ดวงน้อย/ ไทย/ 2014) – 5/5

17/07/14 – เขี้ยวหมาเหลือง (ธีรภาส ว่องไพศาลกิจ, ธนกฤต ขันติอุดม, วุฒิชัย ตั้งหลักศิลาทอง/ ไทย/ 2014) – 5/5

18/07/14 – คน น่า ผี (โรงเรียนเขาย้อยวิทยา/ ไทย/ 2014) – 4/5

21/07/14 – Cargo (Ben Howling, Yolanda Ramke/ Australia/ 2013) – 3/5

22/07/14 – Groundhog Day Battle Rope A Dope – Edge of Tomorrow meets Martial Arts (Eric Jacobus/ US/ 2013) – 2/5

22/07/14 – Next Floor (Denis Villeneuve/ France/ 2008) – 5/5

22/07/14 – การศึกษาช่วยได้ (โรงเรียนเขาย้อยวิทยา/ ไทย/ 2012) – 3/5

23/07/14 – ขอให้น้ำแข็งละลาย (ภาวิณี ศตวรรษสกุล/ ไทย/ 2014) – 5/5

25/07/14 – ผิดเป็นครู (มัฐฌญากร มีทรัพย์ปรุง/ ไทย/ 2014) – 3/5

25/07/14 – นางเปลือย (พิมพ์พลอย สุดหล้า/ ไทย/ 2014) – 3/5

28/07/14 – หักเหลี่ยมรัก (ดรุณา 2.9/ ไทย/ 2012) – 5/5

29/07/14 – เจ้าชายหิ่งห้อย (ปฏิภาณ บุณฑริก/ ไทย/ 2014) – 4/5

29/07/14 – โพล้เพล้ (ชานนท์ ตรีเนตร/ ไทย/ 2014) – 5/5

29/07/14 – Good Night ไม่ได้แปลว่าราตรีสวัสดิ์ (ฉันทนา ทิพย์ประชาติ/ ไทย/ 2014) – 3.5/5

31/07/14 – ซารางฮัมนีดา อยากบอกว่า ” ฉันรักคุณ “ (จีรวรรณ พันธุ์อินทร์/ ไทย/ 2014) – 4/5

August (28)

02/07/14 – แหวนวิเศษ (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว/ ไทย/ 2472) – 5/5

03/08/14 – นกกระจอกไร้เสียง (สุระวี วรพจน์/ ไทย/ 2014) – 3/5

03/08/14 – นาฬิกา (ณัฐชา ขจรเกียรติสกุล/ ไทย/ 2014) – 2/5

03/08/14 – น้ำตาปลาฉลาม (อุทาน สุคคนนคร/ ไทย/ 2014) – 1/5

03/08/14 – เป่าเรือยาง (รุจิษยา ทิณรัตน์/ ไทย/ 2014) –  4/5

03/08/14 – ไปดาวอังคารไปหาอะไร (Teeravee Srasrong/ ไทย/ 2014) – 4/5

03/08/14 – แพร (จิราพรรณ วาสนาบุญส่งเสริม/ ไทย/ 2014) – 2/5

03/08/14 – พี่ชาย (วชิระ พรแหยมฐ, นพกรณ์ อินสกุล/ ไทย/ 2014) – 1/5

03/08/14 – ไม่กี่วันของฉันและเธอ (พีรพล ภาคอินทรีย์/ ไทย/ 2014) – 1.5/5

03/08/14 – ยานศรนารายณ์: ระหว่างวงโคจรดาวอังคารและดาวพฤหัสฯ (Paranoid Team/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

03/08/14 – ยิ่งซ่อนเธอ ยิ่งเจอรัก (นิติวัฒน์ จรูณศักดิ์/ ไทย/ 2014) – 0.5/5

03/08/14 – วันนั้นของเดือน (จิรัศยา วงษ์สุทิน/ ไทย/ 2014) – 5/5

03/08/14 – วิถีชีวิต (ต้า ควา/ ไทย/ 2014) – 4/5

04/08/14 – สารคดีสั้นสั้นของอาจารย์เกรียงศักดิ์กับการเดินทางธุดงค์เพื่อค้นหาความหมายของความศรัทธาที่แฝงอยู่ในงานศิลปะ (ทีมตลาดน้ำรถไฟต้องลงป้ายไหน/ ไทย/ 2014) – 3/5

06/08/14 – The Snowman (Kelly Wilson, Neil Wrischnik/ US/ 2012) – 2/5

06/08/14 – A Truncated Story of Infinity (Paul Trillo/ US/ 2012) – 5/5

14/08/14 – โขน/คน/บีบอย (กุลชาติ จิตขจรวานิช/ไทย/ 2013) – 0/5

15/08/14 – Liquide (อัลวา ริตศิลา, AMIKA CHEMNASIRI/ ไทย/ 2014) – 1/5

16/08/14 – Golden Teardrop (Arin Rungjang/ ไทย/ 2013) – 3/5

30/08/14 – Autofocus (Boris Poljak/ Croatia, Germany/ 2013) – 5/5

30/08/14 –Anais (Julie Benegmos/ France/ 2013) – 3/5

30/08/14 –All My Dead (Astra Zoldnere/ Latvia/ 2014) – 3/5

30/08/14 –Mystery (Chema Garcia Ibarra/ Spain/ 2012) – 5/5

30/08/14 – Detour (Michael Kam/ Singapore/ 2013) – 2.5/5

30/08/14 – Dusts (Daniel Metge/ France/ 2013) – 3/5

30/08/14 – แหม่มแอนนา หัวนม มาคารอง โพนยางคำ และการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค/ ไทย/ 2014) – 5/5

30/08/14 – ตรงขอบฟ้าที่ไร้กาล (ทีฑะเดช วัชรธานินท์/ ไทย/ 2014) – 1/5

30/08/14 – ตาลปัตร (ชนนิกานต์ ศรีคำรุณ/ ไทย/ 2014) – 4/5

September (22)

02/08/14 – This Film Has Been Invalid Too (ธีรพัฒน์ งาทอง/ ไทย/ 2014) – 3/5

12/09/17 – รองเท้าคู่เก่า (เวธกา จรัมพรสกุล/ สิรยา เลิศสมิทวงศ์/ ไทย/ 2014) – 3/5

24/09/14 – The Dead Vetiver (ธีรพัฒน์ งาทอง/ ไทย/ 2012) – 3/5

29/09/14 – WILDTYPE MASTERCLASS 01: FUCK ALLIGATOR (จุฬญาณนนท์ ศิริผล):

หัวลำโพง (2004, 12mins) – 5/5

Golden Sand House (2005, 19mins) – 5/5

Sleeping Beauty (2006, 40mins) – 5/5

Ghost Orb (2007, 2mins) – 5/5

Transparent Object (2013, 3mins) – 3/5

The Well (2013, 3mins) – 4/5

Hello Stranger (2013, 5mins) 5/5

Experiment 005 (2013, 1 mins) 5/5

Chulayarnnon (2008, 3mins) – 3/5

Planking (2012, 3mins) – 5/5

Monk and Motorcycle Taxi Rider (2013, 15mins) – 5/5

ภัยใกล้ตัว ฉบับผู้กำกับ (2008, 14mins) – 5/5

1013 (2008, 10.13mins) – 5/5

A Brief History of Memory (2010, 14mins) – 5/5

Vanishing Horizon of the Sea (2014, 24mins) – 5/5

ชมเจ้าพระยา (2012, 3.46mins) – 5/5

ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง (2013 , 27mins) – 5/5

Myth of Modernity (2013, 16min) – 5/5

Behind The Painting (2014, 25mins) – 3/5

October (2)

03/10/14 – เกี๊ยวซ่า (ณ ตะวัน ต่อเจริญวศิน/ ไทย/ 2014) – 2/5

30/10/14 – มดตะ (สิทธิศิริ มงคลศิริ/ ไทย/ 2557) – 3/5

November (3)

01/11/14 – Superman: สวย สด งด APP (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทยน/ 2014) – 3/5

01/11/14 – พรายตะเคียน (สดศรี ภักดีจิตต์/ ไทย/ 1940) – 5/5

12/11/14 – Crash! (Harley Cokliss/ UK/ 1971) – 5/5

December (8)

14/12/14 – คนดี (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์/ ไทย/ 2557) – 3.5/5

14/12/14 – ความตายของชายแก่ (อุรุพงศ์ รักษาสัตย์/ ไทย/ 2557) – 3/5

14/12/14 – ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาว่างสักวันละ 2-3 ชั่วโมงหรือเปล่าคะ? (ไทย/ ชาคร ไชยปรีชา/ 2557) – 2.5/5

18/12/14 – My Passing Days (ศรัทธา แสงทอน/ ไทย/ 2013) – 2.5/5

22/12/14 – Silenced I Memories (Patporn Phoothong, Saowanee Sangkara/ ไทย/ 2013) – 4.5/5

14/12/14 – คำสารภาพ (มานุสส วรสิงห์/ ไทย/ 2557) – 4/5

30/12/14 – Swimming Pool (พวงสร้อย อักษรสว่าง/ ไทย/ 2554) – 4/5

14/12/14 – ปลาทู (ศิวโรจณ์ คงสกุล/  ไทย/ 2557) – 3/5

Book (8)

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ : ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475-2500 (ณัฐพล ใจจริง/ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน/ 2556) – 5/5

สนุกนึก: วรรณกรรมแตกกิ่ง (หลายคนช่วยแตกกิ่ง/ บุ๊คไวรัส 12/ 194 หน้า/ 2556) – 4/5

1984 (George Orwell เขียน/ รัศมี เผ่าเหลืองทอง, อำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงศ์ แปล/ สำนักพิมพ์สมมติ/ 2555) – 5/5

นิมิตวิกาล: ๕ อัญมณี (หลายคน เขียน/ หลายคน แปล/ สำนักพิมพ์บุ๊คไวรัส/ 2557) – 5/5

ผู้ทำให้เทพธิดารอคอย (หลายคน เขียน / วิมล กุณราชา แปล/ 360 หน้า/ สำนักพิมพ์นาคร/ 2552) – 4/5

The Destination From Nowhere (อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร/ Happening/ 2554) – 3.5/5

รัตติกาลของพรุ่งนี้ (นิวัต พุทธประสาท/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2557) – 4.5/5

อีกวันแสนสขในปี 2527 (วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2557) – 5/5

ETC. (4)

29/04/14 – Explosions In The Sky live in BKK (Explosions in the sky/ Moonstar Studio) – 4/5
05/05/14 – Annie Leibovitz: A Photographer’s Life 1990-2005 (ArtScience Museum, Singapore) – 5/5

11/05/14 – TaTa & TunTun Story (ณัฐพล คุ้มเมธา, ณัษฐภัทร์ คุ้มเมธา/ B-floor Theatre สถาบันปรีดีพนมยงค์ ทองหล่อ) – 5/5

18/10/14 – Bruce Lee:Kung Fu‧Art‧Life (Hong Kong Heritage Museum) – 5/5

ธันวา’14 กับหนังที่ได้ดู

03/12/14 – ประโยคสัญญารัก (พลัฏฐ์พล  มิ่งพรพิชิต/ ไทย/ 2556) – 1.5/5

เออ คือหนังมันต้องการจะมอบอะไรให้กับคนดูหรือ? ดูแล้วงงแกมไม่เข้าใจ คือจะเล่นเรื่องรักต่างวัยมันก็ไม่ใช่เพราะหนังมันไม่ได้นำทางไปให้สุดในด้านนั้นแต่กลับให้มุมมองความรักแบบทั่วๆไปแทน ซึ่งอันนี้ดีนะ มันเป็นมุมที่โลกปัจจุบันควรจะมองเป็นเรื่องปกติแบบนี้แหละ แต่หนังกลับเดินไปในทางของหนังรักงุ้งงิ้งง่อยๆไปอย่างน่าเสียดาย แทนที่จะโฟกัสคู่รักต่างวัยนี้ในมุมต่างๆที่มีให้เล่นตั้งเยอะ หนังกลับไปทุ่มเทกับเบี้ยใบ้รายทางที่ไม่ได้ส่งผลใดๆกับหนัง มันเลยกลายเป็นว่าหนังทำเอาให้คนดูอย่างเรางงแตกพร้อมอุทานว่า อะไรของมึงว่ะ!

แล้วก็นะ กลายเป็นหนังพ่นคำคมสบัดไปเสียอย่างนั้น ดูจบอยากปลุกอีพ่อของพระเอกมาฆ่าซ้ำหลายๆรอบ คนเหี้ยไรเพ้อเจ้อ เอาจริงๆกูยังรู้สึกเลยว่าหมิว ลลิตา เอื่อมระอามากๆกับคำพูดที่ถูกยัดมาให้ต้องพูดอะนะ!

แถมไทอินสินค้าสนั่นลั่นทุ่งทุนนิยม!!!

05/12/14 – ลาบเลือด (พร ไพโรจน์/ ไทย/ 2522) – 5/5

เริ่มติดใจในหนังบู๊ไทยเก่าๆเข้าให้แล้ว พวกหนังยุคปลายทศวรรษที่ 2510 ถึงช่วงทศวรรษที่ 2520 แล้วยิ่งมาเจอเรื่องนี้เข้ายิ่งติดหนึบเข้าไปใหญ่ กรี๊ดกร๊าดสนั่นด้วยความสุดรีนมากๆของมัน แถมสนุกอย่างเหลือเชื่อ

เรื่องราวไม่มีอะไรมาก หนังมันว่าด้วยเรื่องของสุภาพบุรุษนักเลงที่ชอบกินลาบเลือดเป็นนิจ แต่ทุกครั้งที่อยากกินเป็นต้องหาเลือดมาทำลาบเองทุกทีไป พ่วงไปกับเส้นเรื่องหลักอันว่าด้วยการเข้าไปช่วยเหลือคู่น้องสาวของเพื่อนรักในไร่กัญชาของเสี่ยใหญ่ผู้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส พร้อมกับการปะทะกับเหล่าลูกสมุนมือดีมากมายของเสี่ยในการพาตัวแรงงานชั้นล่างเหล่านั้นออกจากขุมอเวจี

แค่ซีนเปิดเพื่อแนะนำตัวพระเอกก็ตบเข่าฉาดๆแล้ว มาเจอเพลงประกอบ ลาบเลือด พร้อมไตเติ้ลเปิดเรื่องนี่ทำเอาเข่าช้ำไปอีกรอบ ไหนจะซีนเริดๆอีกมากมาย อาทิ ซีนร้องเพลงเหล่โต้ตอบกันที่ขึ้นมาแบบเซอร์ไพร์สัดๆ, ซีนขอยาของเปียทิพย์ หรือแม้แต่ซีนขอเย็ดแบบสุภาพบุรุษที่ทำเอากูกรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก

จริงๆหนังดูเอาสนุกเอาบันเทิงอย่างเดียวก็ทำเอาสุขไปหลายร้อยขั้นแล้ว แต่อีกด้านมันก็เล่าเรื่องของลำดับชั้นการปกครองได้น่าคิดเหมือนกัน ในหนังเสี่ยเจ้าของไร่ปกครองเหล่ามือปืนเพื่อให้พวกมันปกครองแรงงานทาสอีกทอดหนึ่ง แต่สุดท้ายอำนาจก็ล้มครืนลงด้วยการลุกขึ้นสู้เพื่อความเป็นไท โดยมีเจ้าอำนาจกลุ่มใหม่ขึ้นมาคุมแทนอยู่ดี คนชั้นล่างกลายเป็นกลุ่มคนที่หนีเสือปะจระเข้ตลอดเวลา

น้าแอ๊ดสมบัติเท่ห์ฉิบหาย ฤทธิ์ ลือชา แม้จะดูโง่ไปหน่อยแต่มาดแดกขาดจริงๆ แต่ที่เด็ดสุดและเราหลงหัวปักหัวปำคือ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ผู้รับบทกระหรี่ใจเพชรน้ำใจงาม ฉากเอาตัวแลกขอยานี่ยกใหัเป็นซีนที่พีคที่สุดของหนังไทยปีนี้ไปเลย (ชอบเธอมากๆจาก ชีวิตบัดซบ ละ)

ปล. หนังมีใช้สกอร์ของสตาร์วอส์ด้วยนะมึง แถมเสียงปืนในซีนถล่มกันช่วงท้ายยังเป็นเอาเสียงปืนเลเซอร์ในสตาร์วอส์มาผสมโรงด้วย เอากับมันซิ!!!

ไปดูๆ https://www.youtube.com/watch?v=r0hKnWqntE4

06/12/14 – Saint Laurent (Bertrand Bonello/ France, Belgium/ 2014) – 3/5

เราเคยดูหนังของ ผกก คนนี้มาสองเรื่องคือ The Pornographer และ House of Tolerance ชอบมากทั้งคู่โดยเฉพาะเรื่องหลัง

มันแปลกดีเหมือนกันนะที่ตลอดการดูเราไมได้รู้สึกอะไรกับหนังเลย เหมือนตามดูชีวิตคนไปเรื่อยๆบนแนวคิดเรื่องความสร้างสรรค์บนความเจ็บปวด บลาๆๆ ซึ่งมันไม่มีจุดพีคหนักๆ ไม่มีจุดพิเศษ แต่แปลกที่เรากลับอยู่กับหนังได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่หลับ แม้ไม่เพลิดเพลินนักแต่รู้สึกว่าไหลลื่นไปกับหนังได้เสมอต้นเสมอปลาย ประหลาดดี มานั่งคิดๆดูก็พบว่าหนังมันมีสีสันต์บางอย่างที่แปลกดีและเราชอบแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง

แต่เราชอบช่วงท้ายของหนัง มันพีคมากๆ เราชอบในอารมณ์ที่มันทำให้เรารู้สึกถึงคนที่มันยึดติดกับความสำเร็จในอดีต ความงดงามในอดีตที่ปัจจุบันได้แต่หยิบมันขึ้นมาฝันถึง แถมเกิดขึ้นกับคนที่มันเจ็บมาทั้งชีวิตอีกด้วย ช่วงนี้เอาเราตายจริงๆ

กระเจี้ยว กัสปารด์ อูลิเยล์ หลอกหลอนมากๆ

07/12/14 – The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 (Francis Lawrence/ US/ 2014) – 4/5

โอเคล่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่ามันไม่จำเป็นต้องทำแยกออกมาสองพาร์ตแบบนี้ หลายช่วงเลยยืดๆจนรู้สึกเสียเวลาดูมาก ยิ่งเอาเรื่องรักมาแทรกไว้ในเวลายืดๆเหล่านั้นด้วยแล้วยิ่งเซ็ง แต่เอาเถอะ ติ่งอย่างกูก็ชอบมากอยู่ดีนั้นแหละ

หากตัดเรื่องรักๆแบบ อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ทิ้งไปเสียเราก็ได้หนังการเมืองเรื่องนึงที่คุ้นเคยกลับมา เราชอบเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ในภาคนี้ที่ไปไกลกว่าภาคอื่นๆตรงที่มันเป็นการสร้างตัวแทนด้วยโฆษณาชวนเชื่อ ต่อสู้ด้วยการสร้างความนิยมซึ่งแคนนิสก็เหมือนจะเป็นมวย น่าคิดดีเหมือนกันว่าฝ่ายต่อต้านก็ต้องใช้วิธีเดียวกับแคปปิตอล ด้วยแนวคิดเดียวกันเลย จนอดคาดคิดไปถึงการวนลูปของฮังเกอร์เกมไมได้ ฮังเกอร์เกมของอีกขั้วหนึ่ง (ประเด็นี้ต้องรอดูภาคหน้าอีกที)

หนังมันสะท้อนภาพความเป็นฮังเกอร์เกมได้หลายทอดดี กล่าวคือแคนนิสต่อสู้และรอดออกมาได้จากฮังเกอร์เกมในโลกเสมือนในภาคแรก แล้วก็หลุดออกไปยังโลกจริงของหนังในภาคสอง ส่วนภาคนี้เธอก็ได้พบกับฮังเกอร์เกมอีกครั้งแต่เกิดในโลกจริงของหนัง (ไม่ใช่โลกเสมือนที่ถูกสร้างให้เป็นเกมจริงๆอย่างในภาคแรก) แล้วก็หลุดการสื่อสารเหล่านั้นออกไปยังคนดูในโรงเพื่อสะท้อนโลกจริงๆของเหล่าผู้ชมอีกที

ซึ่งแน่นอนที่สุด กูอินฉิบหายกับภาพการต่อสู้กับการถูกข่มเหงของเหล่าผู้คนในดิสทริค, การชูสามนิ้ว และประโยค “if we burn you, burn with us” อีสัดเอ้ย! มีน้ำตาซึม

ปล. กูดีใจที่ภาคนี้เห็นอีหน้า จอร์จ ฮัทเชอร์สัน น้อยมากๆ

14/12/14 – สาวแรงสูง (วินิจ ภักดีวิจิตร/ ไทย/ 2518) – 2/5

 ความสนุก ความมันส์ กึ๋น เก๋าและความแพรวพราวนั้นแพ้พ่ายให้กับพี่ชายอย่างอาฉลองไปอย่างราบคาบ ไม่แม้แต่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ

มันว่าด้วยนักสืบเอกชนเจ้าสเน่ห์ (กรุง ศรีวิไล) กับการจ้างวานตามสืบหามารดาของสาวลูกครึ่งหัวสมัยใหม่ที่อาจมีความข้องเกี่ยวกับแก็งค์ลักพาตัวและฆาตกรรมเหล่าหญิงสาว ในพาร์ตการสืบสวนเรียกได้ว่าน่าเบื่อมากจริงๆ เรื่อยๆมาเรียงๆ ตัวละครสำคัญของเรื่องก็โผล่มาช้า แม้หนังมันจะกล้าฆ่าตัวละครสำคัญบางตัวทิ้งไปแต่ก็นั้นแหละ การมาเป็นแค่เครื่องปรุงแล้วถูกตัวออกไปมันไม่ได้ส่งผลใดๆกับคนดูเสียเลย

แต่ก็นั่นแหละ เรื่องการสืบสวนมันไม่ใช่ประเด็นหลักของหนังอยู่แล้ว ประเด็นจริงๆมันอยู่ตามชื่อเรื่อง หนังมีตัวละครหญิงที่น่าสนใจหลายตัว ความน่าสนใจในที่นี้คือแนวความคิดของการสร้างตัวละครหญิงในยุคนั้นที่ไปไกลกว่ายุคนี้มากๆ ทั้งกระหรี่ที่โอเคในความเป็นกระหรี่ของตัวเอง สาวหัวสมัยใหม่ที่มองเรื่องความสัมพันธ์ต่างไปจากความเชื่อสมัยนิยม แต่ก็นั้นแหละมันยังคงมีตัวละครหญิงหัวเก่าที่มากับตำแหน่งหลวงโดยทั้งหมดทั้งมวลมันก็อยู่ใต้ร่มเงาของผู้ชายอยู่ดี

23/12/14 – Mystery (Lou Ye/ China, France/ 2012) – 3/5

 จากการดูหนังของโหลวเหย่มาทุกเรื่อง เรื่องนี้น่าจะเป็นหนังของเขาที่เราชอบน้อยที่สุด โอเคล่ะเหย่ยังคงทำหนังที่พูดถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ได้ดีและดูสนุกแต่เสียดายที่เรื่องนี้มันออกไปในทางธรรมดาเอาเสียหน่อย เรื่องของการมีชู้และผลกระทบของมันอันนำพาความล่มสลายปริแตกไปเป็นวงกว้าง

สิ่งที่เราสนใจเสมอในหนังของเหย่คือตัวละครเพศหญิงที่มักเป็นเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยปริศนาหรือไม่ก็มักเป็นผู้ถูกกระทำซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมักอยู่ในรูปแบบของความรักความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และในเรื่องนี้มันเป็นแบบหลัง เพศหญิงในเรื่องคือผู้ถูกลงทัณฑ์จากความรัก ไม่ว่าจะคือตัวเมียหลวง, เมียน้อย, สาวรุ่นที่ตายและแม่ของเธอเอง ส่วนเพศชายก็เป็นได้แค่คนตาบอดที่ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆในการทำความเข้าใจเพศหญิง

อนึ่ง เราพบว่าซาวด์ต่างๆในหนังเรื่องนี้มันละเอียดดีจัง ไม่ว่าจะเสียงแอมเบียนต์ต่างๆ การใส่ดนตรีประกอบรวมไปถึงเพลงประกอบที่จะว่าป๊อปก็ใช่ แต่มันก็เหมาะกับเรื่องราวเกือบน้ำเน่าแบบนี้ดี

ปล. รอดู Blind Massage ด้วยใจจอจ่อ

24/12/14 – W (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต/ ไทย/ 2014) – 5/5

ชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าเวอร์ชั่นสามชั่วโมงมากกว่ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันพอดิบพอดีและลงตัวแบบเห็นได้ชัด ปัจจัยหนึ่งคือตอนดูเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงเราไปไม่ทันใน 20 นาทีแรกซึ่งเรารู้สึกว่ามันต้องมีความสำคัญกับเรื่องมากๆ แล้วก็จริงอย่างที่คิดพอมาดูเวอร์ชั่นนี้เพราะมันคือจุดเริ่มต้นทั้งหมดทั้งมวลของตัวละคร เราได้เห็นทาทีเบื้องต้นของตัวแม่ของตัวละคร ได้เห็นการขนของเข้าหอเพื่อบ่งบอกว่าชีวิตนักศึกษามันเริ่มขึ้นแล้วอย่างไร

ไม่รู้ว่าเพราะเคยดูหนังมาก่อนแล้วหรือเปล่าที่ทำให้เราซึบซับทุกสิ่งทุกอย่างในหนังได้อย่างเต็มความรู้สึกในตลอดช่วงเวลาของหนัง คือตั้งแต่พอมารู้จุดเริ่มของตัวละครแล้วก็อินเลย เห็นสายตาของหนึ่งก็น้ำตาปริ่มเลย ยิ่งซีนคัดติ้งสามตัวละครเคล้าเพลงโพสต์ร็อคนี่เราตายไปเลยจริงๆ (ตอนดูเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงเราไม่ได้ชอบมากเมื่อตอนดูแต่กลับชอบขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป)

ในเวอร์ชั่นนี้เราเห็นภาพของครอบครัวหนึ่งและพลอยชัดขึ้น เห็นผลกระทบของมันชัดขึ้นโดยเฉพาะหนึ่ง เห็นการแบกรับภาระของพลอยที่หนักอึ้งขึ้น

ยืนยันคำเดิมว่านี่คือหนังที่ถ่ายทอดห้วงชีวิตและอารมณ์ของวัยรุ่นไทยที่ต้องก้าวเดินผ่านห้วงเวลาอ้างว้างและสับสนได้ดีมากๆๆๆๆๆๆ เรื่องหนึ่ง จัดให้ติดท๊อปอีกปีแน่ๆ

ปล. มีเขียนถึงหนังเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงไว้: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10202031266321680&set=a.10201814130693425.1073741828.1186959115&type=3&src=https%3A%2F%2Ffbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net%2Fhphotos-ak-xpf1%2Fv%2Ft1.0-9%2F1375291_10202031266321680_1686202126_n.jpg%3Foh%3D52184dccc4ac1b61a9b79afd96782045%26oe%3D55361F6D%26__gda__%3D1429569200_3d76dd8a86e066849640a0e275b6a5c1&size=533%2C720

24/12/14 – The Master (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2014) – 4.5/5

 ส่วนตัวเราไม่ได้มีความข้องเกี่ยวใดๆในยุคแรกเริ่มของร้านพี่แว่นหรือวงการหนังนอกกระแสเลย โดยเฉพาะในยุค VHS นั้นเราไม่ทันเลยเนื่องด้วย หนึ่งคือไม่รู้ว่ามันมีอยู่ในบ้านเราและสองคือตอนนั้นยังไม่ได้สนใจและรู้จักหนังที่นอกเหนือจากฮอลลีวู๊ดมากนัก โดยจุดเริ่มต้นของการตามหาหนังแปลกๆมาดูของเราก็เริ่มต้นในยุค DVD แล้ว ยุคที่มีอินเตอร์เนตแล้วนั้นแหละเราจึงได้ไปเสาะแสวงหา แล้วเอาเข้าจริงก็ไปร้านพี่แว่นน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ไปโดนร้านอ้วนแว่นมากกว่า (ร้านพี่อ๊อตนั้นแหละ….ฮา) ความข้องเกี่ยวกับพี่แว่นกับเราเลยน้อยมาก มีเพียงแค่การไปซื้อหนังที่จตุจักรๆเล็กๆน้อยๆและซื้อผ่านเวบในยุคหลังแค่นั้น แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือการตามหาหนังแปลกในยุคที่มันยังหาดูยากมากในบ้านเรานั้นแหละ

อีกสิ่งที่อยากบันทึกไว้ส่วนตัวถึงเหตุที่ไม่ได้ไปร้านของพี่แว่นคือ หนึ่งเคยไปแล้วเห็นแกกำลังโดยตำรวจตรวจร้านอยู่จนเราอดซื้อและรู้สึกเสียเวลา และสองเราไม่เห็นว่ามันจะต่างกันตรงไหนเลยระหว่างแว่นจริงกับแว่นอ้วน เพราะหนังที่ได้มาก็มีเหมือนกันและซับไทยเหมือนกันด้วย (จะว่าเรากลายเป็นผลผลิตหนึ่งในยุคแรกก็ได้)

เอาล่ะมาพูดถึงตัวหนังเรื่องนี้ นวพลยังฉกาจเหมือนเดิมในการเล่าเรื่อง เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักร้านพี่แว่นหรือรู้จักยุคสมัยการตามหาหนังแปลกอันแสนยากนั้นก็สามารถสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ได้ด้วยการเล่าเรื่องด้วยชั้นเชิงและครอบคลุมตั้งแต่จุดกำเนิด จุดพีคและจุดจบ ส่วนตัวเราที่มีความเกี่ยวข้องเล็กๆอยู่บ้างเราพบว่าเราเพลิดเพลินกับหนังเอามากๆ นึกย้อนกลับไปเห็นตัวเองในอดีตทั้งการสงสัยว่าจะหาหนังเหล่านี้มาดูยังไงเมื่อได้เห็นตามหน้านิตยสาร การตามหาร้านพี่คนนั้นในพันทิพย์ดอตคอมหรือแม้แต่กับคำถามที่ถามกลับมากระตุ้นความคิดในเรื่องความผิดถูกของลิขสิทธิ์ของหนัง รวมไปถึงกับการร้องว้าวๆในข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย การทำซับ การเขียนปก ความใส่ใจในสินค้า ฯลฯ แล้วการที่ได้เห็นและเคยคุ้นเคยกับผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมมันก็ทำให้เราสนุกไปอีกแบบ เหมือนร่วมวงพูดคุยภาษาเดียวกันกับคนคุ้นหน้า

หากช่วงเวลาเฟื้องฟูของร้านพี่แว่นคือบทหนึ่งของวัฒนธรรมการดูหนังในบ้านเราในยุคสมัยหนึ่งอันสำคัญ หนังเรื่องนี้ก็เป็นบทบันทึกอันหนึ่งของห้วงเวลานั้นเพื่อคารวะผู้มีอุปการะคุณของวงการ