ครึ่งปีหลัง’ 13 กับหนังสือที่ได้อ่าน

Tokyo Mysterious Story Collection ลึกลับ โตเกียว เรื่องสั้น (Haruki Murakami เขียน/ สร้อยสุดา ณ ระนอง, พีรวัธน์ เสาวคนธ์, มุทิตา พานิช, ช่อลดา เจียมจิจักษณ์, กนกวรรณ เกตุชัยมาศ แปล/ 183 หน้า/ สำนักพิมพ์กำมะหยี่/ 2556) – 5+++/5

     ดีใจที่มีคนนำเรื่องสั้นของมูราคามิมาแปลเพิ่มอีกเป็นซีรี่ย์ที่สองเพราะส่วนตัวเราชอบเรื่องสั้นของเขามากกว่าเรื่องยาว (คือมันเหมาะกับการอ่านก่อนเข้านอนในแต่ละวันน่ะ เพื่อหวังว่าจะได้ฝันประหลาดเหมือนเรื่องที่ได้อ่าน) ซึ่งก็ต้องก้มกราบให้เขาอยู่ร่ำไป เขาคือมนุษย์ที่จับโมเม้นต์เล็กๆ ความรู้เล็กๆ ความเป็นไปเล็กๆมาไว้ในแวดล้อมประหลาดๆได้อย่างสมบูรณ์เหลือเชื่อ ถ้าเปรียบกับหนังสือเล่มนี้กับหนัง มันก็คงเป็นหนังดรามาดีๆ ภาพสวยงามมากๆ มีเพลงบรรเลงอ้อยอิ่งอบอวลเบาๆพร้อมกับเสียงแอมเบี้ยนของสายลมและความเงียบที่มาใจจังหวะราบเรียบสามัญแต่ชัดเจนในจังหวะ เราจะไม่ได้รู้สึกถึงการเติบเต็มหรือสูญเสียใดๆเพราะมันคือบางสิ่งที่เราไม่รู้แน่ชัด แต่แน่ใจว่ามันมีอยู่

ในเล่มนี้เราชอบ “The Kindney-Shaped Stone That Moves Every Day ก้อนหินรูปไตที่ขยับย้านไปในแต่ละวัน” มากที่สุด มันสวยงามและเขย่าตัวเราได้รุนแรงเหลือเกิน

รู้ทันราชวงศ์จักรี ความจริงย่อมลอยขึ้นเหนือน้ำเหนือฟ้าเสมอ (รักษ์ธรรม รักษ์ไทย/ 79หน้า/ 2525) – 3/5

เห็นน้าแอนดรูแชร์ไว้ก็เลยโหลดมาอ่าน ยอมรับว่ารู้สึก โว้ว! ว้าว! ตลอดเวลา แต่เมื่ออ่านจบแล้วก็พบว่ามันมีความสุดโต่งเกินไปมาก มีข้อมูลอ้างอิงจริงแต่ก็เลือกที่จะนำเสนอแนวความคิดของตัวเองซึ่งก็คือด้านตรงข้ามกับความรับรู้กระแสหลักแบบด้านเดียว โดยส่วนที่เรารู้สึกว่ามันผิดพลาดมากๆคือความย้อนแย้งกันเอง กล่าวคือมันเอามาตราฐานหนึ่งมาใช้ใส่ความ แต่ก็ยังคงใช้มาตราฐานเดียวกันนั้นมาอ้างอิงถึงความชอบธรรม (ประมาณว่าไปด่าเค้าว่าเชื่ออะไรไร้สาระ แต่ก็กลับนำเอาความเชื่อแบบนั้นมาใช้เป็นตัววัดคุณค่าซะงั้น)

อย่างไรก็ตาม การได้อ่านมุมความคิดอีกด้านหนึ่งอันเป็นด้านตรงข้ามที่ไม่ได้รับการเผยแพร่เลยแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน เปิดกบาลตัวเองและจะได้หัดเบตกับความคิดตัวเองบ้าง

ศรีนวลจัดหนัก (หลายคน เขียน/ หลายคน แปล/ สำนักพิมพ์บุุ๊คไวรัส/ 285 หน้า/ 2556) – 5++++/5

ในที่สุดก็อ่านจบแล้ว คืนละเรื่อง เว้นบ้าง หยุดบ้าง ตามสภาพร่างกายในแต่ละวัน แต่ทุกครั้งที่อ่านจบแต่ละเรื่องนี้แทบอยากจะกราบทั้งคนเขียนคนแปลที่ช่วยเปิดโลกวรรณกรรมแปลกรสแบบนี้ หลายเรื่องเรียกได้ว่าชอบแบบสุดลิ่มทิ่มประตู หลายเรื่องแม้จะไม่เก๊ตตามบริบทของผู้เขียน แต่การเขียนการแปลก็มักให้รสชาติอันแสนเวอจิ้นแปลกใหม่ ดั่งเปิดซิงคนอ่านหนังสือมาน้อยอย่างเรา บ้างสุขใจ บ้างกระชากใจ บ้างตกกะใจ บ้างเศร้าใจ บ้างพิมพ์ใจ บ้างพิศวงในใจ บ้าง….ใจ (เอาเป็นว่ามันมีครบทุกรสที่กระแทกใจแล้วกัน)

และการจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้แบบโดยรวมก็ดูจะเป็นการดูถูก เหมารวม และไม่เห็นคุณค่าเกินไปหน่อยกระมั๊ง เพราะแต่ละเรื่องมันมีความพิเศษเฉพาะตัวของมันเอง การกล่าวถึงโดยรวมอาจทำให้เราพลาดเอกเทศและแง่งามของแต่ละเรื่องสั้นที่รังสรรค์โดยสตรีล้วน ผ่านมือผู้แปลเฉพาะตัวในแต่ละบท ดังนั้นจึงขอกล่าวเรียงเรื่องโลด…

1. ฌิมะซากิ (Hiromi Kawakami/ มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์): อานุภาพความรักไร้กาลเวลาผ่านคู๋รักคนเฒ่า มันคือการเล่าเรื่องรักในแบบที่ต่างออกไปอย่างมีชั้นเชิงที่น่ารักและแอบเศร้าไปในที

2. นักว่ายน้ำ (Miranda july/ ไกรวฺุฒิ จุลพงศธร): จูลายมาเล่าเรื่องประหลาดให้เราฟัง เราไม่เข้าใจการกระทำของตัวละครหรอก แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น เพราะเอาเข้าจริงมันคือจินตนาการอันแสนเศร้าตะหาก (เศร้าฉิบหายเลยด้วย)

3. หน้าต่าง (Mieko Kanai/ นราวัลลภ์ ปฐมวัฒน): เรื่องลำดับที่ 2 ของความชอบของเรา ชอบการนิยามการถ่ายถาพ, ภาพนิ่งและภาพเคลื่ิอนไหวกับภาพจริงที่ผ่านสายตา อ่านจบเหมือนดวงใจสูญหายไปบอกไม่ถูก เหมือนโมเม้นต์ที่จับไม่ได้ หายไปชั่วนิรันดร์  เหมาะมากกับคนชอบถ่ายภาพ

4. กาลครั้งหนึ่งมีแม่และราดิอัน (Avianti Armand/ วรันทร ฉะพงศ์ภพ): กรีดร้องอย่างรุนแรงเมื่ออ่านจบ เมื่อความอัดอั้นประทุถึงขึดสุดบนร่องรอยอันเดียงสา

5. อิสตรี (Rosaria Champagne/ สนธยา ทรัพย์เย็น): มันพูดถึงเพศและอำนาจได้อย่างสนุกล้ำและเซอร์เรียล อำนาจมันอยู่ในทุกผู้ไม่ว่าจะชายหรือหญิง

6. บาซูก้าของจูเลีย (Anna Kavan/ ธิติยา ชีรานนท์): หนึ่งในเรื่องที่ทำเอานิ่งงันเมื่ออ่านจบกับชะตากรรมของจูเลีย มันคือความเงียบเหงาแสนเศร้าที่แฝงอยู่ในเสียงหัวเราะดังๆแก่โลกอันโหดรัาย

7. ตามหาไอยรา (Jo Kyung Ran/ ดิษพล ศิวะรัตนธำรงค์): เรื่องเล่าชีวิตสาวผู้เห็นช้างในห้องนอนกับช่วงชีวิตผลัดใบจากช่วงแห่งความสุขสมบูรณ์ลงสู่แกนกลางของความว่างเปล่า บางทีชีวิตก็มักเล่นตลก

8. ภรรยาของอันตอนีโอ (Elsa Morante/ นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ):  มันคือหนัง Amour ที่อาจไม่รุนแรงเท่า แต่ละมุนและรวดร้าวไม่ต่างกัน

9. ลอกชีวิตกุหลาบ (Clarice Lispector/ ดิษพล ศิวะรัตนธำรงค์): ผู้เขียนต้องเป็นคนที่โครตละเอียดลออกับชีวิตแน่ๆที่สามารถถอดความคิดความรู้สึกภายในออกมาเป็นเรื่องที่น่าติดตามสุดๆ อาการของตัวละครมันไม่ต่างจากสิ่งที่เราเป็นอยู่ แต่น่าเศร้ากว่าที่เราจับต้องมันไม่ได้เหมือนตัวละครในเรื่อง

10. ม้าน้ำ (Hiromi Kawakami/ มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์): ชอบเป็นลำดับที่สามของทั้งหมด ชอบความเซอร์เรียลที่มารองรับภาวะการหลงลืมของการถูกกระทำในโลกของเพศชาย

11. ภูเขาหินอุกกาบาต (Can Xue/ ปพิชญา รัตนมณี):  เราไม่รู้จัก ฉาน เสว่ นักเขียนหญิงชาวจีนคนนี้มาก่อน แต่พอได้อ่านเรื่องนี้(และอีกเรื่องในเล่มนี้) ก็บอกได้เลยว่าเธอมีของๆ มันประหลาดแต่สั่นสะเทือนอยู่ภายในลึกๆที่อธิบายไม่ถูก

12. มนุษย์กับหมาป่า (Angela Carter/ แดนอรัญ แสงทอง): สนุกมาก น่าติดตามด้วยความระทึก มันดิบโหดและแพรวพราวในการเล่าเรื่องอย่างที่สุด กราบสำนวนการแปลขั้นเทพของแดนอรัญไว้ ณ ที่นี่กับเรื่องราวที่ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์

13. เด็กชายผู้เลี้ยงงูพิษ (Can Xue/ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา):  มันระทึกขวัญ มันแปลกประหลาดและแอบสะอึก การพยายามเข้าใจที่สุดท้ายจบด้วยการหลงลืม

14. เชือก (Katherine Anna Porter/ สุชาติ สวัสดิ์ศรี): เรื่องราวเล็กๆแสนเรียบง่ายแต่น่ารักจังเลยยยยย มันเหมาะมากกับใครก็ตามที่มี(หรือเคยมี)ความสัมพันธ์กับคนรักในช่วงเวลาหนึ่ง

15. เกมที่ค้างคา (Goli Taraghi/ ชลเทพ ณ บางช้าง): เรื่องนี้คือเรื่องที่ชอบมากที่สุดในเล่ม นอกจากบริบททางการเมืองและสังคมของอิหร่านที่สะท้อนภาพผ่านผู้คนในเที่ยวบินสู่กรุงเตหะรานแล้ว สิ่งที่เราโดนกับมันมากๆคือการหวนถวิลถึงอดีตที่แรกเริ่มดูสวยสดงดงามแต่ความจริงแท้คือการนำมาใช้เป็นเหตุของการเอาชนะในท้ายที่สุด ผู้เคยชนะตกสู่ความพ่ายแพ้หมดรูป ส่วนผู้เคยแพ้ก็ได้รับชัยชนะอย่างจอมปลอม อ่านจบอึ้งแดกแบกใบ้เลยทีเดียว (โน๊ตไว้กับตัวเองเลยว่าต้องหางานเขียนของนักเขียนอิหร่านมาอ่านอีก ประเทศนี้ไม่ใช่แค่หนังอย่างเดียวแล้วล่ะที่สุดยอด)

16. สวนพฤกษศาสตร์ (Virginia Woolf/ ภัควดี วีระภาสพงษ์): เพิ่งเคยอ่านของวูล์ฟแล้วก็โดนดีเข้าให้ ความโดดเด่นอย่างที่สุดคือความลื่นไหลของตัวอักษร ดั่งเราคือสายลมที่พลิ้วไหวไหลเอื่อย สำรวจสรรพสิ่งในสวนดอกไม้อันงดงามที่แวดล้อมกับมนุษย์อันหลากหลายซับซ้อน เป็นเรื่องที่สำนวนการแปลสุดยอดมาก

สุดท้าย หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางขายที่ไหน แต่หากสนใจ สามารถไปสั่งซื้อได้ที่สำนักพิมพ์โดยตรง ที่นี่: http://twilightvirus.blogspot.com/2013/08/bookvirus-10-16.html

ล่องกระดาษบรรจุความเขลา (มหาสมุทร เลิศฯ/ 81 หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556) – 5++/5

ฉัน เธอ ยืนนิ่งงันบนชานชลาใต้หยาดฝนพร่ำ
เสียงหวูดดัง ต่อกรกับหยดน้ำตกปะทะโลหะ
การต่อสู้รุนแรงแสนเขลาไร้เหตุผล
ก่อเกิดน้ำตาท่วมร่างไม่รู้ตัว

เธอเหม่อมองไปทางตะวัน
เพราะสายลมบอกฉันแบบนั้น
กระซิบแผ่วเบาด้วยความหนาวเหน็บ
เกาะกุมน้ำตาภายในให้แข็งตัว ไร้ความรู้สึก

ฉัน เธอ ยืนย่ำบนหาดทรายหยาบ
ปล่อยให้ดอกคลื่นสีขาวทักทายและลาจาก
ฉันปล่อยน้ำแข็งก้อนนั้นลงเชื่องช้า
ละลายหายไปในมหาสมุทรดั่งไร้ความหมาย

มหาสมุทรเดียวกันไหวเอื่อยสู่หาดทรายขาว
เธอยืนอยู่ที่นั่น ตรงนั้น ณ โมงยามที่ต่างกับฉัน
ฉันเห็นเธอยิ้มน้อยๆบนหลังเปลือกตาไร้แสง
เมื่อเกลียวคลื่อนโอบล้อมปลายเท้าเปลือย เธออาจรู้สึกบางอย่าง

– ไม่มีชื่อ –

และนั้นคือสิ่งที่เรารู้สึกกับหนังสือเล่มนี้

ใบหน้าอื่น (นิวัต พุทธประสาท/ 190หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556) – 4/5

ในบรรดาคนแปลกแยกในโลกวรรณกรรมที่เคยผ่านตา(ด้วยการอ่าน)ของเราทั้งโฮลเด้นใน Catcher in the Rye, ชาลีใน The Perk of Being Flower และโกมลในเล่มนี่ น่าขันที่คนหลังสุดนี้กลับเป็นคนที่เรา “รู้สึก” ร่วมมากที่สุด

อาจเพราะบริบทต่างๆมันใกล้เคียงกับชีวิตตัวเองจนบางช่วงบางตอนนึกว่าอ่านชีวิตตัวเองอยู่ ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เรียนในมหาลัยเปิด รักแรกที่ผิดพลาด ชีวิตที่ก้าวพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือแม้แต่การพบหน้ากับความตาย และสิ่งที่เราทำก็คือการปลอมปละโลมชีวิตของตัวเองด้วยตัวเราเอง แต่น่าขันที่มันกลับไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวเราเลย ด้วยภาวะของการเป็นคนอื่น ด้วยการสวมใบหน้าใหม่ทั้งจะด้วยความตั้งใจ จะด้วยความหวังแล้งๆ ความรักหลอกๆ หรือจะอย่างไรก็ตามแต่ เพราะเราเชื่อไปเองว่า คนอื่น ใบหน้าอื่น มันจะสามารถบรรเทาคลี่คลายรอยยับย่นของมาตรฐานชีวิตของเราได้ ซึ่งถ้าโชคดี ในวันหนึ่งเราอาจเข้าใจและลบใบหน้าเหล่านั้นออกไปได้ แต่ถ้าไม่ เราก็จะยังคงไม่รู้ตัวเราเอง เราอาจสวมทับใบหน้าไปมากมาย หลายชั้น จนเราลืมตัวเราเองไปแล้วจริงๆ อันส่งผลให้ตอนจบของเรื่องสะเทือนใจมาก

เดี๋ยวต่อด้วย ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

 

Advertisements

2 comments

  1. คิดเหมือนกันกับเรื่อง รู้ทันราชวงศ์จักรี ครับ
    ปล. ผมมาสิงที่ WordPress เหมือนเดิมแล้วครับ อาจจะเจอกันบ่อย ฮ่าๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s