Month: January 2014

My 5 best books of 2013

ปีนี้ได้อ่านหนังสือเยอะกว่าปีก่อนที่ 20 เล่ม (นี่เยอะแล้วหรือ????) เลยขอจัดอันดับเสียหน่อย ได้ผล ดังนี้

Best 5

5. Sostiene Pereira คำยืนยันของเปเรย์รา (Antonio Tabucchi เขียน/ นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ แปล/ 208 หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2555)

4. คดีดาบลาวยาวแดง (ภาณุ ภาณุ ตรัยเวช/ 296หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2555)

3. ออกไปข้างใน (นฆ ปักษนาวิน/ 184 หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2555)

2. ศรีนวลจัดหนัก (หลายคน เขียน/ หลายคน แปล/ 285 หน้า/ สำนักพิมพ์บุุ๊คไวรัส/2556)

1. ยูโทเปียชำรุด (วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา/ 237หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556)

1888_10200763768875036_1539246486_n

Honorable Mentions:

1. Never Let Me Go: แผลลึก หัวใจสลาย (Kazuo Ishiguro เขียน/ นารีรัตน์ ชุนหชา แปล/ 304 หน้า/ สำนักพิมพ์ เอิร์นเนส พับลิชชิ่ง/ 2554)

2. “นายใน” สมัยรัชกาลที่ ๖ (ชานันท์ ยอดหงษ์/ 328 หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2556)

3. Tokyo Mysterious Story Collection ลึกลับ โตเกียว เรื่องสั้น (Haruki Murakami เขียน/ สร้อยสุดา ณ ระนอง, พีรวัธน์ เสาวคนธ์, มุทิตา พานิช, ช่อลดา เจียมจิจักษณ์, กนกวรรณ เกตุชัยมาศ แปล/ 183 หน้า/ สำนักพิมพ์กำมะหยี่/ 2556)

4. กล่องกระดาษบรรจุความเขลา (มหาสมุทร เลิศฯ/ 81 หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556)

5. ใบหน้าอื่น (นิวัต พุทธประสาท/ 190หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556)

ลิสต์หนังสือทั้งหมดและรายละเอียดดูได้ที่นี่ครับ https://www.facebook.com/koetsak.sirisomphotvanich/media_set?set=a.10200460209606244.2201337.1186959115&type=3

Advertisements

Tokyo X Erotica: ปรัชญาชีวิตในหนังโป๊!

Tokyo X Erotica (Takahisa Zeze/ Japan/ 2001)

50999

“ช่วงเวลาไหนยาวนานกว่ากันระหว่างช่วงเวลาก่อนที่จะเกิด กับ เวลาหลังจากตายไปแล้ว?”

แล้วเราก็ได้พบกับหนังโป๊ปรัชญา ที่ใช้วีธีการเล่าแบบหนังเจ้ยอภิชาติพงศ์ กับการถ่ายภาพแบบหนังหว่องกาไว!!!

หนังเริ่มต้นด้วยคำถามตามย่อหน้าแรกที่ส่งผ่านไปยังนักแสดงทั้งหมดของหนัง มันไม่มีคำตอบที่แน่นอนตายตัว แต่มันคือจุดเริ่มต้นของชุดเรื่องเล่าต่อไปที่เราจะได้ดู ชุดเรื่องเล่าของเคนจิและฮารุกะที่เริ่มต้นด้วยความตายก่อนย้อนหลังกลับไปถึงช่วงเวลาของก่อนหน้า ไปพบความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง หรืออาจพาไปพบกับคู่ชู้รักในห้องปิดหรืองานปาร์ตี้เล็กๆของกลุ่มคนที่เพิ่งกลับมาจากงานศพเพื่อนคนหนึ่ง สองเรื่องราวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเคนจิและฮารุกะโดยตรงแต่เป็นการสะท้อนภาพเดียวกันดั่งกระจกเงา ก่อนที่ชุดเรื่องเล่าชุดใหม่จะถูกเล่าขึ้นบนฐานใหม่ของความเข้าใจในการดำรงอยู่ของชีวิตที่มนุษย์ทุกคนพึงมี

ในความโดดเด่นของการเล่าเรื่องแบบย้อนหลังแล้ววกกลับไปข้างหน้า, การใช้ชุดเรื่องเล่าหลายแบบทั้งแบบหนังเล่าเรื่องฟิกชั้นและการสัมภาษณ์แบบสารคดีหรือแม้แต่ความเซอร์เรียลต่างๆมากมายทั้งปืนฉีดน้ำอสุจิ ยมบาลเกย์เฒ่าหรือซูเปอร์แมนที่โผล่มาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เบื้องลึกของทั้งมวลคือการนำพาผู้ชมไปค้นหา “ชีวิต” ของตนเอง เป็นการสะท้อนวิธีการระลึกถึงชีวิตของตัวเอง รวมไปถึงเป็นภาพแทนของความหมายต่างๆที่แวดล้อมชีวิตของเราอยู่ การเกิดขึ้นและดับสูญ การเผชิญหน้ากับความตายหรืแม้แต่ความต้องการผู้ปลดปล่อย

ยิ่งไปกว่านั้นพอมันเป็นหนังโป๊ ความโป๊ของมันกลับเป็นส่วนเสริมชั้นดีกับสารหลักของเรื่องที่ว่าถึงชีวิตที่ดำรงอยู่ เพราะมันกล่าวถึงสัญชาติญาณธรรมชาตอันว่าด้วยความต้องการทางเพศ การปลดปล่อย การเกิด แถมหนังยังมีการพูดเหตุการณ์สังหารผู้คนใหญ่ๆ 2 เหตุการณ์คือการสลายนักศึกษาในเทียนอันเหมินในจีน กับ เหตุการณ์ปล่อยแก๊สพิษในรถไฟใต้ดินในญี่ปุ่น เพื่อให้เห็นด้านกลับของเหรียญด้วยความเชื่อและความตาย

ในช่วงเวลาเดียวกัน แสงจากดวงดาวที่เราเห็น(การดำรงอยู่) ดาวดวงนั้นอาจดับ(ตาย)ไปแล้วก็ได้ ฉะนั้นแล้วคำตอบของคำถามในย่อหน้าแรกอาจคือคำตอบง่ายๆที่หนังมอบให้ก็ได้ว่า

“ไม่รู้สิ ใครจะสนล่ะ”

4.5/5

My Best on films of 2013

– ปีที่แล้วดูหนังไป 187 เรื่อง น้อยกว่าปีก่อนหน้าอยู่เยอะ แต่สิ่งที่ได้ทดแทนกลับมาคือหนังสือที่ได้อ่านเยอะขึ้น

– ปีที่แล้วดูหนังไทยน้อยเกินไปและดูหนังเก่าน้อยเกินไป หวังว่าปีนี้จะแก้ตัวได้

– ลิสต์หนังทั้งหมดที่ได้ดู :

Part I:  https://www.facebook.com/koetsak.sirisomphotvanich/media_set?set=a.10200207517129090.2198902.1186959115&type=3

Part II: https://www.facebook.com/koetsak.sirisomphotvanich/media_set?set=a.10201814130693425.1073741828.1186959115&type=3

และนี่ก็คือที่สุดของภาพยนตร์ของเราในปี 2013  

 

A. Best 10 of 2013 (Included 2011-2012):  

10. House of Tolerance (Bertrand Bonello/ France/ 2011)

9. The Concubine (Dae-seung Kim/ South Korea/ 2012)

8. Stray Dogs (Tsai Ming-Liang/France, Taiwan/ 2013)

7. The Act Of Killing (Joshua Oppenheimer, Christine Cynn/ Denmark, Norway, UK, Finland/ 2012)

6. Young & Beautiful (François Ozon/ François Ozon/ France/ 2013)

5. Amour (Michael Haneke/ France, Germany, Austria/ 2012)

4. Django Unchained (Quentin Tarantino/ US/ 2012)

3. Innocents (WONG Chen-Hsi/ Singapore/ 2012)

2. The Grandmaster (Wong Kar Wai/ HK, China, France/ 2013)

1. The Perks Of Being A Wallflower (Stephen Chbosky/ US/ 2012)

 

Honorable Mentions:

1. The Dirty Picture (Milan Luthria/ India/ 2011)

2. Silver Linings Playbook ( David O. Russell/ US/ 2012)

3. Spring Breakers (Harmony Korine/ US/ 2012)

4. The Hunger Game: Catching fire (Francis Lawrence/ US/ 2013)

5. GF*BF (Gillies Ya-che Yang/  Taiwan/ 2012)

6. Pina (Wim Wenders/ Germany, France, UK/ 2011)

7. Cold War (Lok Man Leung, Kim-ching Luk/ HK/ 2012)

8. Moonrise Kingdom (Wes Anderson/ US/ 2012)

9. Killer Joe (William Friedkin/ US/ 2011)

10. Neighboring Sound (Kleber Mendonça Filho/ Brazil/ 2012)

 

B. Best 10 in my 2013 experience:

10. The Warlords (Peter Chan, Wai Man Yip/ HK, China/ 2007)

9. Purple Butterfly (Lou Ye/ China, France/ 2003)

8. I Stand Alone (Gaspar Noé/ France/ 1998)

7. Day of Being Wild (Wong Kar Wai/ HK/ 1990)

6. The Seventh Continent (Michael Haneke/ Austria / 1989)

5. Color Blossoms (Yonfan/ HK/ 2004)

4. Songs from the Second Floor (Roy Andersson/ Sweden, Norway, Denmark/ 2000)

3. Weekend (Jean Luc Godard/ France/ 1967)

2. Eureka (Shinji Aoyama/ Japan/ 2000)

1. A City of Sadness (Hsiao-hsien Hou/ Taiwan, HK/ 1989)

 

Honorable Mentions:

1. Tony Takitani (Jun Ichikawa/ Japan/ 2004)

2. The Red Chapel (Mads Brügger/ Denmark/ 2009)

3. As Tears Go By (Wong Kar Wai/ HK/ 1988)

4. Flowers (Norihiro Koizumi/ Japan/ 2010)

5. Big Man Japan (Hitoshi Matsumoto/ Japan/ 2007)

6. The Bride with White Hair (Ronny Yu/ HK/ 1993)

7. Hisss (Jennifer Chambers Lynch/ India, US/ 2010)

8. S21: The Khmer Rouge Killing Machine (Rithy Panh/ Cambodia, France/ 2003)

9. Goodbye CP! (Kasuo Hara/ Japan/ 1972)

10. One Day (Chi-Jan Hou/ Taiwan/ 2010)

 

C. Best 10 of Thai in 2013:

10. ทองสุก 13 (ทวีวัฒน์ วันทา/ ไทย/ 2556)

9. Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย (กิตติธัช ตั้งศิริกิจ, สิทธิศิริ มงคลศิริ, ษรัณยู จิราลักษม์/ ไทย/ 2556)

8. Soi Cowboy (Thomas Clay/UK, Thailand/ 2008)

7. พจมาน สว่างวงศ์ (รุจน์ รณภพ/ ไทย/ 2523)

6. โลงจำนำ (ภาม รังสี/ ไทย/ 2556)

5. W (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต/ ไทย/ 2556)

4. บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน (ธัญสก พันสิทธิวรกุล/ ไทย/ 2551)

3. เกรียนฟิคชั่น (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย/ 2556)

2. I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน (มณฑล อารยางกูล/ ไทย/ 2012)

1. ตั้งวง (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2556)

 

Honorable Mentions:

1. ประชาธิป’ไทย (เป็นเอก รัตนเรือง, ภาสกร ประมูลวงศ์/ ไทย/ 2556)

2. สารวัตรหมาบ้า (ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล/ ไทย/ 2556)

3. คู่กรรม (กิติกร เลียวศิริกุล/ ไทย/ 2556)

4. Damaged Utopia: The Video (หลายคนกำกับ/ ไทย/ 2556)

 

D. Guilty Pleasure of 2013:

1. Trilogy of Lust (Julie Lee, Tun Fei Mou/ HK/ 1995)

2. Tai Chi Zero (Stephen Fung/ China/ 2012)

3. Now You See Me (Louis Leterrier/ US/ 2013)

4. Last Tycoon (Wong Jing/ China/ 2012)

5. The Thieves (Choi Dong Hoon/ South Korea/ 2012)

6. Alice in Wonderland: An X-Rated Musical Fantasy (Bud Townsend/ US/ 1976)

 

E. Memorable moment of 2013:

1. สารคดีศึกษาอันว่าด้วยวงการหนังโป๊อเมริกา:

– Sex: The Annabel Chong Story (Gough Lewis/ US/ 1999)

– 9 To 5 Days in Porn (Jens Hoffmann/ Germany/ 2008)

– After Porn Ends (Bryce Wagoner/ US/ 2010)

– Naked Ambition: An R Rated Look at an X Rated Industry (Michael Grecco/ US/ 2009)

– Not a Love Story: A Film About Pornography (Bonnie Sherr Klein/ Canada/ 1981)

 

2. สารคดีศึกษาในทุกเรื่องราวของศิลปินจีนหัวขบถ Ai Wei Wei:

– Ai Weiwei: Without Fear or Favor (Matthew Springford/ UK/ 2010)

– So Sorry (Ai Weiwei/ China/ 2012)

– Ordos 100 (Ai Weiwei/ China/ 2012)

– Disturbing the Peace (Ai Weiwei/ China/ 2009)

– Ai Weiwei: Never Sorry (Alison Klayman/ US/ 2012)

ธันวา’ 13 กับหนังที่ได้ดู

05/12/13 – The Quiet (Jamie Babbit/ US/ 2005) – 4/5

ความเงียบ…ไม่อาจปิดกั้นแรงขับภายในอันอึกทึก

ประหลาดใจกับหนังเรื่องนี้มากๆ มันเล่นกับเรื่องของความเงียบได้ฉลาดดี คนนึงใช้ความเงียบภายนอกเพื่อไปเปิดความรู้สึกภายใน ส่วนอีกกลับคนทำลายความเงียบที่อยู่ภายนอกเพื่อไปรักษาความลับอันเงียบงันภายในแทน ด้วยการเล่าเรื่องที่แปลกประหลาดแลดูกระท่อนกระแท่น (หมายรวมไปถึงความกล้าของตัวบทด้วยที่ไม่ค่อยได้เห็นมากนักในหนังอเมริกัน) รวมถึงการตัดต่ออันแสนประหลาดที่มักชอบสอดแทรกภาพบรรยากาศหรือการ dissolve ภาพแบบน่าฉงน แต่มันกลับช่วยส่งให้ความเงียบกับความลับที่เป็นหัวใจของหนังมันรุนแรงขึ้นได้

แต่น่าเสียดายที่หนังกลับมาทำตัวใจดีด้วยการบอกว่า ความเงียบถาวรนั้นไม่มีอยู่จริง ด้วยการคลี่คลายที่เวิ้นเว้อน่ารำคาญ

14/12/13 – The Hunger Game: Catching fire (Francis Lawrence/ US/ 2013) – 5++/5

“การเมืองคือเรื่องของเบื้องหลัง ไอ้เบื้องหน้าคือสิ่งที่เค้าคุยกันไปหมดแล้ว”

มึงเล่นมาอย่างนี้ก็ฟินแดกกันสิครับ!!!

ด้วยความที่ไม่เคยอ่านหนังสือที่เป็นต้นฉบับมาก่อน การที่หนังมันเดินไปแบบนี้เลยเป็นสิ่งที่เซอร์ไพร์สมากๆจนอยากหาหนังสือภาคต่อไปมาอ่านเสียเดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เพราะอีกส่วนหนึ่งที่อยากรู้คือความดีงามมากๆของหนังมันประกอบด้วยส่วนผสมของตัวหนังสือและวิสัยทัศน์ของผู้กำกับอย่างละเท่าไหร่? มากน้อยแค่ไหน?

หากภาคแรกคือเรื่องของการเอาตัวรอด ภาคนี้ก็คือเรื่องของการแข็งขืน ส่วนภาคต่อไปที่ตั้งตารอคอยมากๆจะเป็นอย่างไรนั้นไม่อาจเดา แต่เชื่อว่าแม่งต้องพีคสัดแน่ๆ อย่างที่บอก ด้วยเพราะความไม่เคยรู้เรื่องราวใดๆมาก่อนเลย มันเลยทำให้ไอ้ความเศร้าฉิบหายเมื่อดูภาคแรกจบได้ก่อร่างกลายเป็นแรงผลักแรงๆให้หนังภาคนี้มันทรงพลังฉิบหาย มันไม่มองเรื่องการเอาตัวรอดอีกแล้วแต่มันมองไปไกลกว่านั้น มันมองเหนือเกมไปแล้ว โอ้ยยยย พีคๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปล. แม้จะรัก เจน ลอร์ แบบสุดๆ (เคยบอกไปแล้วและก็จะบอกต่อๆไป) แต่ก็ไม่อาจไม่ปันใจไปให้จีน่า มาโลน บ้าง

15/12/13 – Frozen (Chris Buck, Jennifer Lee/ US/ 2013) – 3.5/5

ก็ดีนะ เพลินดี สนุกดีและภาพสวยมากๆ มันทำให้เราคิดถึงหนังการ์ตูนเพลงแบบดิสนีย์ที่เราโตมาตอนเด็กๆ แม้ส่วนตัวจะเบื่อกับเรื่องเจ้าชายเจ้าหญิงปรับปรากับความดีและความรักอะไรพวกนั้นแบบสุดๆแล้วก็ตาม

และที่ชอบมากๆอีกส่วนก็คือการปรับตัวเพลงให้ดูทันสมัย เข้ายุคมากขึ้นที่อย่างน้อยๆมันก็ทำให้หนังดูสดใหม่ขึ้นมาอีกนิด

อนึ่ง ข้าพเจ้าดูแบบพากษ์ไทย ยอมรับว่าพากษ์ดี ร้องดี มากๆๆๆๆ ชอบมากทีเดียว

19/12/13 –  Ai Weiwei: Never Sorry (Alison Klayman/ US/ 2012) – 5/5

ปีนี้เป็นปีที่เราได้รู้จักศิลปิน, นักกิจกรรมหัวขบถชาวจีนที่โด่งดังระดับโลกคนนี้มากเป็นพิเศษเพราะได้ดูทั้งหนังสารคดีที่เขาทำเองและสารคดีที่คนอื่นถ่ายทอดออกมา ซึ่งการที่ได้ดูหนังเรื่องก่อนๆของเขาแล้วมาจบที่เรื่องนี้มันเป็นอะไรที่ลงล็อคพอดิบพอดีจริง เพราะเรารู้วีรกรรมของเขามาก่อนแล้ว ก่อนที่จะมาจบด้วยเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่เด็กจนโตที่ผ่านเหตุการณ์และผลกระทบรอบตัวมากมายจนทำให้เขากลายเป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตยในประเทศที่มีแนวคิดในด้านตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงอย่างประเทศจีน ผ่านงานศิลปะ อาทิภาพนิ่งการทำลายเหยือกโบราณ, การระบายสีหรือแม้แต่เขียนคำ Coca-Cola บนเหยือกโบราณรวมไปถึงการออกแบบสนามรังนกเพื่อใช้ในโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2008 ที่ต้องการสื่อถึงอิสระภาพ และการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฐ ทั้งการแบนไม่ไปงานโอลิมปิกเพราะเห็นว่ารัฐจัดกีฬาเพื่อสร้างภาพของประเทศมากกว่าความสำคัญของคนจีนเองหรือแม้แต่การสืบหาความจริงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเสฉวน จนกลายมาเป็น อ้าย เว่ยเว้ย คนที่ทั่วทั้งโลกรู้จักอยู่ทุกวันนี้ (แต่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทางการจีนตลอดเวลา)

ในหนังเรื่องก่อนๆเรามักจะได้เห็นการใช้กล้องของเว่ยที่ทรงพลังมากๆ พอมาเรื่องนี้เราก็ได้พบเพิ่มว่าเว่ยเป็นคนที่เก่งฉกาจในการใช้สื่อเพื่อเป็นกระบอกเสียง เพื่อเผยแพร่สิ่งที่ต้องการสื่อได้เก่งมากอีกด้วย ทั้งบล็อคส่วนตัวเอยหรือแม้แต่ทวิสเตอร์ เขาถ่ายทุกอย่างที่ขวางหน้าจนกลายเป็นลักษณะเฉพาะตัวและแชร์มันเพื่อป้าวประกาศความจริง (เขาว่า “ประเทศจีนมอบธุรกิจให้ มอบเงินทองให้ แต่ไม่เคยมอบความจริงให้”)

เป็นสารคดีที่ครบรสจริงๆ มันเป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างสูง บ้างในบางเวลาก็ทำเอาน้ำตาซึม แต่ในนาทีถัดมาก็ทำให้อะดรีนาลีนพุ่งปรี๊ดหรือแม้แต่ความกวนขำก๊ากแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ก็อย่างที่เพื่อนของเว่ยบอกไว้ตอนท้ายเรื่อง “เว่ยก็แค่ทำงานศิลปะอยู่ แต่รัฐบาลไม่เข้าใจเท่านั้นเอง”

ปล. ฉากจบที่แกออกมาเต้นและร้องเพลงที่ในมือถือไอแพตนี่คือความกวนตีนงั้นสุด

22/12/13 –  Percy Jackson: Sea of Monsters (Thor Freudenthal/ US/ 2013) – 1/5

ทำหนังเกี่ยวกับเทพหรือลูกเทพมันไม่จำเป็นต้องทำให้มันโบราณอย่างนี้ก็ได้นี่นา หนังสือต้นฉบับเป็นอย่างไรไม่รู้แต่ฉบับหนังนี่ดูแล้วอยากกลายเป็นซุสเขวี้ยงสายฟ้าใส่ตัวละครให้ตายห่ากันไปให้หมด โทษฐานเอาความโง่เง่ามาสร้างสถานการณ์จนลากยาวกลายเป็นหนังมาเรื่องนึง

น้องชาลีของพี่ไม่น่ามารับเล่นเลยจิงจิ๊งงงง เสียดายเครดิต

ปล. เห็นว่าจะมีต่ออีกตั้งสามภาคแหนะ

23/12/13 –  The Red Chapel (Mads Brügger/ Denmark/ 2009) – 4/5

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีคนคิดอุตริแสร้งเป็นกลุ่มนักแสดงละครตลกเพื่อไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาวเกาหลีเหนือ! ณ เมืองเปียงยาง!!!

นี่คือสารคดีที่ถูกเซ็ตอับขึ้นมาเพื่อการนำภาพของเกาหลีเหนืออกมาสู่ชาวโลก เข้าไปเพื่อค้นพบ, เรียนรู้ ไปหาคำตอบที่ส่งสัยเกี่ยวกับประเทศที่ปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์แบบพึ่งตนเอง ผ่านฑูตวัฒนธรรมจำแลงที่ได้รับการต้อนรับเพราะเหตุผลของการโฆษณาชวนเชื่อ อาทิเช่น การที่เกาหลีเหนือรับวัฒนธรรมต่างถิ่นนะ, การเปิดรับคนเกาหลีด้วยกันแม้จะเป็นลูกครึ่งเดนนิช-เกาหลีใต้ กอปรกับที่พวกเขาก็รักผู้นำตระกูลคิมเหมือนคนเกาหลีเหนือ รวมไปถึงการเป็นประเทศที่มีศีลธรรมในการต้อนรับคนพิการ (ที่ซึ่งจริงๆคนพิการมักจะถูกฆ่าตายตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่และไม่มีสิทธิ์ออกสื่อ) แต่แน่นอน ขึ้นชื่อว่าประเทศคอมมิวนิสต์เต็มรูปแบบ แผนการและการแสดงของพวกเขาจึงมิวายถูกแก้ไข, ปรับเปลี่ยน, เพิ่มเติม, ลดทอนให้เข้ากับบริบทของระบบที่ครอบคนเกาหลีเหนือทั้งกระบวนการ ที่ไม่ใช่แค่การแสดงมันยังหมายรวมไปถึงคำที่ต้องพูดหรือชุดที่ถูกต้องสวมใส่ด้วย

อย่างไรก็ตามการที่หนึ่งในนักแสดงนั้นเป็นผู้พิการ (ที่เราจะไม่สามารถพบเห็นได้เลยในเกาหลีเหนือดั่งเหตุผลที่ว่าไป) ความไม่สมบูรณ์ของเขากลับนำพาให้เราได้พบกับแง่งามบางอย่างของความเป็นมนุษย์ที่แม้จะอยู่ในโลกที่ทุกอย่างถูกปิดกั้น แต่สัญชาตญาณแห่งความงดงามของมนุษย์ยังคงอยู่ ซึ่งความย้อนแย้งอย่างขำไม่ออกคือแง่งามต่างๆนั้นเราจะสามารถมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อประสานตากับความไม่สมบูรณ์เท่านั้น อันอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ประเทศนี้ปิดกั้นความไม่สมบูรณ์ทุกอย่างออกไป

หนังมีฉากหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าโลกมันก็มีความบ้าบออยู่ก็คือฉากการเดินรอบโต๊ะที่หมายรวมถึงการเดินก้าวข้ามประเทศระหว่างเหนือ-ใต้ อันเป็นอะไรที่ absurd สิ้นดี

ปล. ทำไมเรารู้สึกว่าสาวเกาหลีเหนือทั้งเด็กและวัยรุ่นหน้าตาดีกว่าสาวเกาหลีใต้? หรือว่าคนในหนังเป็นคนที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วให้สามารถออกสื่อได้? อันนี้อยากรู้จริงๆ

28/12/13 – American Hustle (David O. Russell/ US/ 2013) – 3/5

– ในฐานะคนที่ดูหนังของรัซเซลยุคหลัง พอดูหนังเรื่องล่าสุดนี้จบก็ตั้งธงไปเองเลยว่าคนที่ชอบ The Fighter น่าจะชอบเรื่องนี้ แต่คนที่ชอบ Silver Linings Playbook น่าจะไม่ ซึ่งเราเป็นแบบหลัง อาจเพราะเราชอบความฟุ้งเฟ้อในหนังรัซเซลมากกว่าความจริงจังที่เราว่ามันไม่มีอะไรใหม่ให้น่าตื่นเต้นเท่าใดนัก

– เชื่อว่าถ้ามีภาพหรือความรู้สังคมการเมืองอเมริกายุค’ 70 อยู่ในหัวบ้างน่าจะสนุกกับหนังขึ้นอีกเยอะเลย

– แต่เราตื่นเต้นนะเมื่อมองหนังด้วยแว่นการเมืองที่ว่าเบื้องหน้าที่เห็นกับเบื้องหลังที่เป็นมันคือคนละเรื่อง ทั้งตัวบุคคลและตัวเกมที่มันปนมั่วซั่วจนความถูกต้องและการผิดเห็นๆผสมปนเป็นเนื้อเดียว

– เอมีกับเจนลอว์ คือตัวตอกย้ำที่ทำให้เรายิ่งเข้าใจตัวละครของเบล เพราะเป็นเราๆก็อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคนเหมือนกัน (อันนี้ครอบคลุมในชีวิตจิงของเราเองด้วย)

– เพลงเลิศตามสไตร์หนังรัซเซล

– ตอนจบในหนังของรัซเซลมีปัญหากับเราเสมอ

28/12/13 – สารวัตรหมาบ้า (ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล/ ไทย/ 2556) – 4/5

ชอบพอมากที่เดียวโดยเฉพาะการทรีตหนังให้มีหน้าตาเป็นฟิล์มนัวยุคก่อนที่โดดเด่นและถึงพร้อมในทุกองค์ประกอบ ทั้งภาพ เสียง อาร์ต การแสดง เพลงประกอบ รวมไปถึงตัวเรื่องเองที่มุ่งสู่ความดำมืดแฝงปริศนาและความไม่น่าไว้ใจมากมายในบรรยากาศของหนัง อันนี้คงต้องขอชมเชยอย่างสุดใจจริงๆ อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความผิดยุคในหนังมันคือความตั้งใจหรือเปล่า? แต่เรากลับไม่ได้ติดใจใดๆ

แต่น่าเสียดายที่พอหนังมันเดินทางไปจนถึงจุดที่ควรจะทำให้คนดูมีส่วนร่วมในจุดสูงสุดของตัวละคร หนังกลับไปเสียเวลาอธิบายเรื่องราวความเป็นมาต่างๆ ไปอธิบายแก้ปมของเหตุต่างๆมากมายจนไปฉุดกราฟอารมณ์ของคนดูให้ดิ่งลง จริงๆถ้าหนังปล่อยปริศนาให้ทิ้งไว้บ้างเราว่ามันจะเวิร์คมากๆ การให้ตัวละครของเต๋าสมชายมีมุมมืดอยู่บ้างน่าจะเวิร์คกว่าการมอบคุณธรรมความดีแบบอี๊ๆแบบนี้ (โดยเฉพาะถ้าไปเล่นกับประเด็นปมจู๋เล็กให้มากขึ้นกว่านี้)

แม้จะเสียดายกับการที่หนังจบแบบนี้ แต่ความโดดเด่นอื่นๆก็มากพอที่เราอยากเห็นงานต่อไปของผู้กำกับคนนี้ที่อาจทำให้เรานึกถึงยุคสมัยหนึ่งของการทำหนังของผู้พ่อ

29/12/13 – The Warlords (Peter Chan, Wai Man Yip/ HK, China/ 2007) – 5/5

โอ้วววววว นี่มันคืออภิมหา Dilemma ชัดๆ วิ่งชนกันว่อนวนไปมาในสมองส่วนกลางเต็มไปหมด แถมยังสนุกมาก ฟินมากอีกด้วย

จริงๆเอามาดูตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะดีกับคำถามที่หนังโยนมาให้เลือกระหว่าง พี่น้อง, ศีลธรรม หรือ ชาติ ที่แม้ว่าจะเลือกแล้วว่าอยู่ด้านไหน มันก็ไม่วายที่จะโดนฮุคจากอีกด้านอยู่ดี อึดอัดมากกกกกกก

ยังคงชอบพอกับหนังของ ปีเตอร์ ชาน เสมอ แม้ว่าเขาจะไปทำหนังในจีนแล้วในตอนนี้ รอดู American Dreams in China ด้วยใจจดจ่อ

29/12/13 – The Act Of Killing (Joshua Oppenheimer, Christine Cynn/ Denmark, Norway, UK, Finland/ 2012) – 5+++/5

ไม่แปลกใจจริงๆที่สารคดีเรื่องนี้จะติดอันดับหนังเยี่ยมของปีที่แล้วสำหรับใครหลายๆคน เพราะสิ่งที่มันประเคนมาให้เราคือความจุกเสียด หายใจขัด อื้ออึง ที่รุนแรงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีที่ผ่านมา

นี่คือสารคดีที่เล่าเรื่องราวการสังหารหมู่คอมมิวนิสต์ในสุมาตรา อินโดนีเซียเมื่อปี 65-66 ด้วยการที่ให้ ผู้ฆ่าตัวจริงเสียงจริง มาเป็นผู้เล่าเสียเองในทุกๆขั้นตอน ผ่านการทำหนังสีสันลูกกวาดสดใส! ด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุดที่จะได้เล่าเรื่องราวที่พวกเขาเคยก่อไว้ ในแบบที่ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆเจือปนอยู่เลย!!!

มันคือหนังที่พาเราไปพบกับ act ต่างๆมากมายที่นำพาเราไปพบกับการ Killing ทั้งทางร่างกายในอดีตและกับจิตใจของผู้คนในปัจจุบัน act ทั้งหมดในหนังไม่ว่าจะเกิดจากฝั่งผู้กระทำ, ผู้ถูกกระทำ จะด้วยในหนังที่พวกเขากำลังถ่ายทำ หรือกับตัวหนังสารคดีเรื่องนี้เอง มันก็คือ act ที่จะเข้าไปเขย่าตัวเราแรงๆ รบกวนจิตใจของผู้ชมจนยากที่จะลืม จนเราก็แอบหวังเล็กๆว่ามันน่าจะมีคนที่เข้าใจในความผิดพลาดนี้บ้างเสียที

มันก็เหมือนกับโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ ในความสดใสของมันๆกลับมีความรุนแรงซ่อนอยู่ แล้วพอซูมลึกเข้าไป ความรุนแรงที่ว่ามันก็มาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิ จนอดคิดไม่ได้ว่าอะไรกันที่ทำให้มนุษย์กระทำกันได้ถึงเพียงนี้

อนึ่ง เพื่อนบ้านเราเขาสามารถทำหนังที่นำพาผู้คนไปเผชิญหน้ากับรอยด่างของประวัติศาสตร์กันแล้ว (แม้ว่าจะไม่ได้สร้างโดยคนในประเทศ) แล้วบ้านเราล่ะ?

30/12/13 – Turbo (David Soren/ US/ 2013) – 1.5/5

น่าเบื่อจัง แถมยังรู้สึกขัดใจตลอดเวลากับการพยายามทำให้ตัวละครมันพยายามเป็นมนุษย์เสียเหลือเกิน คือมันเลยความสามารถที่จะเชื่อและเอาใจช่วยไปแบบไกลโขแล้วน่ะ

แต่เอ๊ะ! ทำไมกูรู้สึกถึงการเมืองไทยว่ะ ทั้งแดง-เหลือง, ปชต-ทางลัดผิดที่ผิดทาง ที่สรุปจบแบบเอียงไปทางขวาตกขอบ

ตอนจบนี่หลุดโลกไปแล้ว เหี้ยอะไรของมึง!!!!

30/12/13 – S21: The Khmer Rouge Killing Machine (Rithy Panh/ Cambodia, France/ 2003) – 5++/5

ตายๆๆๆๆ หนักพอๆกับ The Act Of Killing เบยยยยย เพียงแต่เปลี่ยนรูปลักษณ์นิดหน่อย จากอินโดนีเซียล่าคอมมิวนิสต์ไปเป็นเขมรในยุคเขมรแดงครองเมือง เปลี่ยนจากจากสุมาตรามาเป็นคุกโตนสเลงอันเลื่องลือชาถึงความโหดร้าย เปลี่ยนวิธีจากการทำหนังมาเป็นการเผชิญหน้ากันแบบจังๆระหว่างผู้คุมกับเหยื่อ เอาคนฆ่ามาปะหน้ากับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายพร้อมๆกับการไปดูบทบันทึกและข้อมูลต่างๆของนักโทษ ไปพบความบ้าบอของการจับกุม ความเป็นมนุษย์ของนักโทษ ล่วงไปถึงการสาธิตวิธีการควบคุมตัว การทารุณกรรม ที่แม้จะปฏิบัติต่ออากาศธาตุ แต่เชื่อเถอะ เราเห็นมากกว่านั้น!!!!

อีกครั้งที่ดูแล้วจุกอกอย่างรุนแรง

31/12/13 – Police Story 2013 (Ding Sheng/ HK, China/ 2013) – 1/5

ถ้าจะทำหนังออกมาแบบนี้ น่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องไปเลยดีกว่านะ มันคนละเรื่องกับวิ่งสู้ฟัดที่เรารู้จักเลยอะ เสียใจๆ

แอ็คชั้นก็ไม่ได้ บทจะทำเป็นดราม่าก็เป็นดราม่าที่กิ๊กก๊อกมากๆอีกอะ เสียใจๆ

แถบจะให้มันเป็นหนังแบบเฉินหลงที่เรารักก็ไม่ใช่ จะเป็นชินจูกุฯที่เราชอบมากก็ไม่ใช่อีก เสียใจๆ

ที่โกรธสุดคือทำไมนางเอก Jing Tian ไม่ได้บู๊เลยอะ! ใน Special ID เธอบู๊ได้สวยงามมาก แต่ทำไมเรื่องนี้เธอมาแค่สวยๆอะ โกรธมากกกกกก เสียใจๆ

ถ้าจะทำหนังเอาใจจีน อย่าหลอกกันแบบนี้ซิพี่เฉิน น้องเสียใจๆ

My Year 2013

Movies (186)

January (25)

01/01/13 – Virgin I Am รักแรกกระแทกจิ้น (อนุชิต มวลพรม/ ไทย/ 2555) – 2/5

01/01/13  – The Amazing Spider-Man (Marc Webb/ US/ 2012) – 1.5/5

01/01/13 – American Pie Reunion (Jon Hurwitz, Hayden Schlossberg/ US/ 2012) – 3/5

01/01/13  – You Are The Apple Of My Eye (Giddens Ko/ Taiwan/ 2011) – 3/5

02/01/13 – Stool Pigeon (Dante Lam/ HK/ 2010) – 4.5/5

04/01/13 – Purple Butterfly (Lou Ye/ China, France/ 2003) – 5/5

06/01/13 – Prince (Kookie V Gulati/ India/ 2010) – 3.5/5

07/01/13 – หนุมานพบ 5 ไอ้มดแดง (สมโพธิ แสงเดือนฉาย/ ไทย/ 2518) – 1/5

08/01/13 – Men In Black 3 (Barry Sonnenfeld/ US/ 2012) – 2.5/5

14/01/13 – Amour (Michael Haneke/ France, Germany, Austria/ 2012) – 5++/5

15/01/13 – Silver Linings Playbook ( David O. Russell/ US/ 2012) – 5/5

15/01/13 – คนกินเมีย (ดอกดิน กัญญามาลย์/ ไทย/ 2517) – 3/5

16/01/13 – Beasts of The Southern Wind (Benh Zeitlin/ US/ 2012) – 5/5

17/01/13 – Argo (Ben Affleck/ US/ 2012) – 3.5/5

19/01/13 – ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ (สมโพธิ แสงเดือนฉาย/ ไทย/ 2517) – 2/5

19/01/13 – Due West: Our Sex Journey (Mark Wu/ HK/ 2012) – 3.5/5

20/01/13 – Django Unchained (Quentin Tarantino/ US/ 2012) – 5+++/5

29/01/13 – Ai Weiwei: Without Fear or Favor (Matthew Springford/ UK/ 2010) – 5/5

21/01/13 – Killer Joe (William Friedkin/ US/ 2011) – 5/5

22/01/13 – The Last Tycoon (Wong Jing/ China/ 2012) – 5+++/5

23/01/13 – Weekend (Jean Luc Godard/ France/ 1967) – 5+++++/5

24/01/13 – Fighting Fish ดุดวลดิบ (จุฬาลักษณ์ อิสมาโลน/ ไทย/ 2555) – 2/5

26/01/13 – Les Misérables (Tom Hooper/ US/ 2012) – 3/5

29/01/13 – King Corn (Aaron Woolf/ US/ 2007) – 3/5

30/01/13 – Lincoln (Steven Spielberg/ US/ 2012) – 2/5

February (12)

02/02/13 –  Snow White and the Huntsman (Rupert Sanders/ US/ 2012) – 2/5

03/02/13 – Life of PI (Ang Lee/ US/ US, Taiwan/ 2012) – 5/5

06/02/13 – Zero Dark Thirty (Kathryn Bigelow/ US/ 2012) – 3/5

06/02/13 – ดวงตาพาสยิว (Nicky Pimp/ ไทย/ 2555) – 2/5

08/02/13 – Tony Takitani (Jun Ichikawa/ Japan/ 2004) – 5++/5

10/02/13 – Seeking a Friend for the End of the World (Lorene Scafaria/ US, Singapore, Malaysia, Indonesia/ 2012) – 1.5/5

18/02/13 – Pina (Wim Wenders/ Germany, France, UK/ 2011) – 5/5

21/02/13 – Adventureland (Greg Mottola/ US/ 2009) – 4.5/5

23/02/13 – Bait (Kimble Rendall/ Australia/ 2012) – 0.5/5

24/02/13 – Tai Chi Zero (Stephen Fung/ China/ 2012) – 5/5

25/02/13 – Tai Chi Hero (Stephen Fung/ China/ 2012) – 3/5

27/02/13 – ม้ง สงครามวีรบุรุษ (เสรี พงศ์นิธิ, เจมมี่ ว่างลี/ ไทย/ 2555) – 0.25/5

March (9)

01/03/13 – Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์ (สาธิต แก้วรุ่ง, เอกสิทธิ์ สมเพ็ชร, อนิวรรต กรกำแหง/ไทย /2555) – 2.5/5

02/03/13 – วุ่นรัก พักนิ้ว (สมศักดิ์ สอนแพง/ ไทย/ 2556) – 3/5

03/03/13 – Damaged Utopia: The Video (หลายคนกำกับ/ ไทย/ 2556) – 5+++++/5

15/03/13 – Fish Tank (Andrea Arnold/  UK, Netherlands/ 2009) – 5/5

17/03/13 – A City of Sadness (Hsiao-hsien Hou/ Taiwan, HK/ 1989) – 5+++++/5

20/03/13 – Hisss (Jennifer Chambers Lynch/ India, US/ 2010) – 5/5

20/03/13 – The Grandmaster (Wong Kar Wai/ HK, China, France/ 2013) – 5+++/5

24/03/13 – Chinese Zodiac (Jackie Chan/ China, HK/ 2012) – 3/5

25/03/13 – So Sorry (Ai Weiwei/ China/ 2012) – 5/5

April (16)

01/04/13 – เสียวกดไลค์ อยากได้กดเลิฟ (หัวหิน/ ไทย/ 2556) – 1.5/5

03/04/13 – สาระแน โอเซกไก (เกียรติศักดิ์ อุดมนาค/ ไทย/ 2555) – 1.5/5

08/04/13 – La Lingerie (Chan Hing-Kai, Janet Chun Siu-Jan/ HK/ 2008) – 0.5/5

11/04/13 – พี่มาก พระโขนง (บรรจง ปิสัญธนะกูล/ ไทย/ 2556) – 4/5

12/04/13 – Motorway (Cheang Pou Soi/ HK/ 2012) – 4/5

14/04/13 – The Thieves (Choi Dong Hoon/ South Korea/ 2012) – 4/5

15/04/13 – Limitless (Neil Burger/US/ 2011) – 3.5/5

15/04/13 – Ping Pong (Fumihiko Sori/ Japan/ 2002) – 2/5

16/04/13 – Goodbye CP! (Kasuo Hara/ Japan/ 1972) – 5+++/5

16/04/13 – เค้าเรียกผมว่าความรัก (วศิน ปกป้อง/ ไทย/ 2555) – 0/5

17/04/13 – I Saw The Devil (Kim Jee Woon/ South Korea/ 2010) – 4.5/5

17/04/13 – คู่กรรม (กิติกร เลียวศิริกุล/ ไทย/ 2556) – 4/5

18/04/13 – Apartment 143 (Carles Torrens/ Spain/ 2011) – 0.5/5

21/04/13 – The Dinosaur Project (Sid Bennett/ UK/ 2012) – 0.5/5

25/04/13 – เอคโค่ จิ๋วก้องโลก (คมภิญญ์ เข็มกำเนิด/ ไทย/ 2555) – 1/5

29/04/13 – Flight (Robert Zemeckis, US, 2012) – 3/5

May (19)

01/05/13 – The Raid Redemption (Gareth Evans/ Indonesia, USA/ 2011) – 3.5/5

01/05/13 – เกรียนฟิคชั่น (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย/ 2556) – 5+++/5

04/05/13 – One Day (Chi-Jan Hou/ Taiwan/ 2010) – 4/5

06/05/13 – คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ (วรเดช วรเวช ดานุวงศ์/ไทย/ 2555) – 2/5

07/05/13 – คุณนายโฮ (ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์/ ไทย/ 2555) – 1.5/5

12/05/13 – Star Trek Into Darkness ( J.J. Abrams/ US/ 2013) – 4/5

13/05/13 – Lost in Thailand (Zheng Xu/ China/ 2012) – 1/5

15/05/13 – Eureka (Shinji Aoyama/ Japan/ 2000) – 5++/5

16/05/13 – 4 รุม 1 (นิกกี้ พิ๊ม/ ไทย/ 2556) – 0.5/5

17/05/13 – พระอภัยมณี (ทาเคชิ/ ไทย/ 2553) – 2.5/5

18/05/13 – The Dirty Picture (Milan Luthria/ India/ 2011) – 4/5

22/05/13 – หมาอภินิหารและขวดใส่มหาสมุทร (อมร ทะริณนิติสุข/ ไทย/ 2555 ) – 0.15/5

24/05/13 – John Carter (Andrew Stanton/ US/ 2012) – 2/5

24/05/13 – Seul Contre Tous AKA. I Stand Alone (Gaspar Noé/ France/ 1998) – 5++/5

24/05/13 – The Evil Dead (Sam Raimi/ US/ 1981) – 4/5

25/05/13 – Wish Us Luck ขอให้เราโชคดี (วรรณแวว&แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์/ ไทย/ 2556) – 4/5

26/05/13 – Premium Rush (David Koepp/ US/2012) – 1.5/5

27/05/13 – The Hangover III (Todd Phillips/ US/ 2013) – 0.5/5

29/05/13 – จันดารา ปัจฉิมบท (มล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล/ ไทย/ 2556) – 1/5

June (15)

01/06/13 – Censor Must Die เซ็นเซอร์ต้องตาย (สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์/ ไทย/ 2555) – 3/5

01/06/13 – Now You See Me (Louis Leterrier/ US/ 2013) – 5/5

02/06/13 – Cutie Honey (Hideaki Anno/ Japan/ 2004) – 3/5

02/06/13 – Fast & Furious 6 (Justin Lin/ US/ 2013) – 2/5

05/06/13 – Cold War (Lok Man Leung, Kim-ching Luk/ HK/ 2012) – 5+++/5

06/06/13 – The Perks Of Being A Wallflower (Stephen Chbosky/ US/ 2012) – 5+++++/5

07/06/13 – The Imp (Ivan Lai Kai-Ming/ HK/ 1996) – 3/5

12/06/13 – Sex: The Annabel Chong Story (Gough Lewis/ US/ 1999) – 4/5

16/06/13 – Songs from the Second Floor (Roy Andersson/ Sweden, Norway, Denmark/ 2000) – 5/5

18/06/13 – 9 To 5 Days in Porn (Jens Hoffmann/ Germany/ 2008) – 4/5

20/06/13 – I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน (มณฑล อารยางกูล/ ไทย/ 2012) – 5+++/5

22/06/13 – Man Of Steel (Zack Snyder/ US/ 2013) – 0.5/5

23/06/13 – After Porn Ends (Bryce Wagoner/ US/ 2010) – 2/5

28/06/13 – Spring Breakers (Harmony Korine/ US/ 2012) – 5/5

28/06/13 – Naked Ambition: An R Rated Look at an X Rated Industry (Michael Grecco/ US/ 2009) – 4/5

July (9)

02/07/13 – ประชาธิป’ไทย (เป็นเอก รัตนเรือง, ภาสกร ประมูลวงศ์/ ไทย/ 2556) – 4/5

03/07/13 – Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย (กิตติธัช ตั้งศิริกิจ, สิทธิศิริ มงคลศิริ, ษรัณยู จิราลักษม์/ ไทย/ 2556) – 3.5/5

09/07/13 – ติวเตอร์หนุ่มระเริงรัก (นิกกี้ พิ้มพ์/ ไทย/ 2556) – 0.5/5

21/07/13 – Pacific Rim (Guillermo del Toro/ US/ 2013) – 2/5

24/07/13 – Only God Forgives (Nicolas Winding Refn/ France, Thailand, USA, Sweden/ 2013) – 1/5

11/07/13 – The ABCs of Death (26 Directors/ US/ 2012) – 3/5

25/07/13 – ตี 3 (พัชนนท์ ธรรมจิรา, กิรติ นาคอินทนนท์, อิสรา นาดี/ ไทย/ 2555) – 2.5/5

28/07/13 – The Wolverine (James Mangold/ US/ 2013) – 2.5/5

29/07/13 – Ordos 100 (Ai Weiwei/ China/ 2012) – 4/5

August (19)

02/08/13 – โลงจำนำ (ภาม รังสี/ ไทย/ 2556) – 5++++/5

03/08/13 – GF*BF (Gillies Ya-che Yang/  Taiwan/ 2012) – 4/5

11/08/13 – G.I. Joe: Retaliation (Jon M. Chu/ US/ 2013) – 1/5

12/08/13 – ทองสุก 13 (ทวีวัฒน์ วันทา/ ไทย/ 2556) – 4.5/5

13/08/13 – Alice in Wonderland: An X-Rated Musical Fantasy (Bud Townsend/ US/ 1976) – 5++/5

15/08/13 – The Purge (James DeMonaco/ US, France/ 2013) – 3/5

16/08/13 – Moonrise Kingdom (Wes Anderson/ US/ 2012) – 5/5

17/08/13 – Despicable Me (Pierre Louis Padang Coffin, Chris Renaud/ US/ 2010) – 2/5

19/08/13 – Disturbing the Peace (Ai Weiwei/ China/ 2009) – 5/5

22/08/13 – House of Tolerance (Bertrand Bonello/ France/ 2011) – 5/5

23/08/13 – Kamasutra Nights (Eric Manning/ India/ 2008) – 1/5

24/08/13 – The Last Stand (Kim Jee-Woon/ US/ 2013) – 3/5

25/08/13 – The Four (Gordon Chan, Janet Chun/ China, HK/ 2012) – 2/5

25/08/13 – The Bride with White Hair (Ronny Yu/ HK/ 1993) – 4.5/5

28/08/13 – This Means War (McG/ US/ 2012) – 3/5

28/08/13 – The Bride With White Hair 2 (David Wu/ HK/ 1994) – 3/5

30/08/13 – The Conjuring (James Wan/ US/ 2013) – 3/5

30/08/13 – Big Man Japan (Hitoshi Matsumoto/ Japan/ 2007) – 4/5

31/08/13 – Iron Man 3 (Shane Black/ US, China/ 2013) – 3.5/5

September (17)

01/09/13 – ตั้งวง (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/ ไทย/ 2556) – 5++++/5

02/09/13 – The Viral Factor (Dante Lam/ HK, China/ 2012) – 3/5

02/09/13 – The Tower (Ji-hoon Kim/ South Korea/ 2012) – 1.5/5

03/09/13 – Switch (Jay Sun/ China/ 2013) – 0.5/5

04/09/13 – The Concubine (Dae-seung Kim/ South Korea/ 2012) – 5/5

06/09/13 – บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน (ธัญสก พันสิทธิวรกุล/ ไทย/ 2551) – 5++++/5

08/09/13 – Neon Flesh (Paco Cabezas/ Spain, France, Sweden, Argentina/ 2010) – 2.5/5

10/09/13 – Hard Ticket To Hawaii (Andy Sidaris/ US/ 1987) – 3.5/5

12/09/13 – Soi Cowboy (Thomas Clay/UK, Thailand/ 2008) – 4/5

13/09/13 – การิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ (เมษ ยิ้มสมบูรณ์/ ไทย/ 2555) – 3.5/5

14/09/13 – Wu Xia (Peter Chan/ HK, China/ 2011) – 4/5

14/09/13 – Flowers (Norihiro Koizumi/ Japan/ 2010) – 3.5/5

21/09/13 – Not a Love Story: A Film About Pornography (Bonnie Sherr Klein/ Canada/ 1981) – 2.5/5

22/09/13 – The Croods (Kirk De Micco, Chris Sanders/ US/ 2013) – 3.5/5

24/09/13 – ตัวกู-ของกู (สันติ แต้พานิช/ ไทย/ 2551) –  3/5

25/09/13 – Robotrix (Jamie Luk Kin-ming/ HK/ 1991) – 3/5

30/09/13 – 30+ โสด on sale (พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร/ ไทย/ 2554) – 1/5

October (11)

02/10/13 – Lan Kwai Fong 2 (Wilson Chin Kwok-Wai/ HK/ 2012) – 1/5

03/10/13 – Color Blossoms (Yonfan/ HK/ 2004) – 5+++/5

05/10/13 – W (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต/ ไทย/ 2556) – 5/5

11/10/13 – Trilogy of Lust (Julie Lee, Tun Fei Mou/ HK/ 1995) – 3/5

19/10/13 – Special ID (Clarence Fok Yiu-leung/ China, HK/ 2013) – 2.5/5

22/10/13 – As Tears Go By (Wong Kar Wai/ HK/ 1988) – 5/5

25/10/13 – Choice คู่ซี้ดีแต่ฝัน (ปริญญา อินทชัย, ปรีติ บารมีอนันต์/ ไทย/ 2556) – 1.5/5

25/10/13 – Day of Being Wild (Wong Kar Wai/ HK/ 1990) – 5++++/5

25/10/13 – The Seventh Continent (Michael Haneke/ Austria / 1989) – 5+++++/5

28/10/13 – Girl (Kenneth Bi/ HK/ 2010) – 0.5

30/10/13 – Inside Story: Heaven’s Gate (Rachel Coughlan/ US/ 1997) – 3/5

November (21)

01/11/13 – Jack the Giant Slayer (Bryan Singer/ US/ 2013) – 3/5

02/11/13 – Marfa Girl (Larry Clark/ US/ 2012) – 2/5

03/11/13 – The Internship (Shawn Levy/ US/ 2013) – 4/5

04/11/13 – Jonestown: The Life And Death of People Temple (Stanley Nelson/ US/ 2006) – 5/5

08/11/13 – Friends With Benefits (Will Gluck/  US/ 2011) – 2/5

10/11-13 – Despicable Me 2 (Pierre Coffin, Chris Renaud/ US/ 2013) – 1.5/5

13/11/13 – Dark Shadows (Tim Burton/ US, Australia/ 2012) – 2/5

15/11/13 – The Rocket (Kim Mordaunt/ Australia/ 2013) – 3/5

16/11/13 – Neighboring Sound (Kleber Mendonça Filho/ Brazil/ 2012) – 5++++/5

16/11/13 – Perculiar Vacation And Other Illnesses (Yosep Anggi Noen/ Indonesia/ 2012) – 2/5

16/11/13 – Tom At The Farm (Xavier Dolan/ France, Canada/ 2013) – 4/5

16/11/13 – Clandestine Childhood (Benjamín Ávila/ Argentina, Spain, Brazil/ 2011) – 3/5

20/11/13 – สาวคาราโอเกะ (วศิรา วิจิตรวาทการ/ ไทย/ 2556) – 2/5

20/11/13 – Jonathas’ Forest (Sergio Andrade/ Brazil/ 2012) – 5/5

20/11/13 – Young & Beautiful (François Ozon/ François Ozon/ France/ 2013) – 5+++++/5

20/11/13 – Tabu (Miguel Gomes/ Portugal, Germany, Brazil, France/ 2012) – 3.5/5

22/11/13 – The Moving Creatures (Caetano Gotardo/ Brazil/ 2013) – 4/5

22/11/13 – Innocents (WONG Chen-Hsi/ Singapore/ 2012) – 5++++/5

22/11/13 – พจมาน สว่างวงศ์ (รุจน์ รณภพ/ ไทย/ 2523) – 5+++/5

22/11/13 – Stray Dogs (Tsai Ming-Liang/France, Taiwan/ 2013) – 5/5

23/11/13 – So Young (Zhao Wei/ China/ 2013) – 1/5

December (13)

05/12/13 – The Quiet (Jamie Babbit/ US/ 2005) – 3.5/5

14/12/13 – The Hunger Game: Catching fire (Francis Lawrence/ US/ 2013) – 5++/5

15/12/13 – Frozen (Chris Buck, Jennifer Lee/ US/ 2013) – 3.5/5

19/12/13 –  Ai Weiwei: Never Sorry (Alison Klayman/ US/ 2012) – 5/5

22/12/13 –  Percy Jackson: Sea of Monsters (Thor Freudenthal/ US/ 2013) – 1/5

23/12/13 –  The Red Chapel (Mads Brügger/ Denmark/ 2009) – 4/5

28/12/13 – American Hustle (David O. Russell/ US/ 2013) – 3/5

28/12/13 – สารวัตรหมาบ้า (ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล/ ไทย/ 2556) – 4/5

29/12/13 – The Warlords (Peter Chan, Wai Man Yip/ HK, China/ 2007) – 5/5

29/12/13 – The Act Of Killing (Joshua Oppenheimer, Christine Cynn/ Denmark, Norway, UK, Finland/ 2012) – 5+++/5

30/12/13 – Turbo (David Soren/ US/ 2013) – 1.5/5

30/12/13 – S21: The Khmer Rouge Killing Machine (Rithy Panh/ Cambodia, France/ 2003) – 5++/5

31/12/13 – Police Story 2013 (Ding Sheng/ HK, China/ 2013) – 1/5

 

Short Film (59)

12/01/13 – ความฝันของคนตาย (วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา/ไทย/ 2556) – 5+++++/5

15/01/13 – สิบหมื่น (เป็นเอก รัตนเรือง/ พัฒนะ จิรวงศ์/ ไทย/ 2555) – 5/5

15/01/13 – Military Soldier Student The Military (ธีรพัฒน์ งาทอง/ ไทย/ 2555) – 4/5
สารของมันทำให้ไอ้ความง้อยเปลี้ยทั้งหมดแข็งแรงขึ้นในทันที

22/01/13 – Lublae (Anocha Suwichakornpong/ Thai/ 2013) – 3/5

22/01/13 – Copia imperfecta (José Luis Torres Leiva/Chile/ 2012) – 5+++/5

22/01/13 – Ars colonia (Raya Martín/ Philippines/ 2011) – 5+/5

22/01/13 – El inflador (Lisandro Alonso/ Argentina/ 2010) – 5++/5

31/01/13 – Arunlf Rainer (Peter Kubelka/ Australia/ 1960) – 5/5

31/01/13 – Paperman (John Kahrs/ US/ 2012) – 1/5

………………

15/02/13 – Head Over Heels (Timothy Reckart/ US/ 2012) – 5/5

15/02/13 – Adam and Dog (Minkyu Lee/ US/ 2012) – 5+++/5

27/02/13 – เนรเทศ (วรวุฒิ หลักชัย/ ไทย/ 2555) – 5/5

……………..

15/03/13 – Curfew (Shawn Christensen/ US/ 2012) – 3/5

จบแบบง่อยไปนิด แต่โดยรวมน่ารักดี

22/03/13 – เชอรี่เป็นลูกครึ่งเกาหลี (นวพล ธํารงรัตนฤทธิ์/ ไทย/ 2553) – 4/5

29/03/13 – ฝนไม่ตกในปารีส (ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล/ ไทย/ 2555) – 3/5
29/03/13 – เมื่อฉีกโปรดให้ขาดออกจากกัน (ไท ประดิษฐเกษร/ ไทย/ 2555) – 4/5

29/03/13 – อารยา เอ ฮาร์เก็ต (อนุชิต มวลพรม/ ไทย/ 2555) – 3/5
29/03/13 – ชุดนั่งขี้หีปลาดุกสไตร์เวียดนาม (กร กนกคีขรินทร์/ ไทย/ 2554) – 4/5
29/03/13 – My Rohingya: โรฮิงญาที่ฉันรู้จัก (ธนานุช สงวนศักดิ์/ ไทย/ 2554) – 5/5

……………..

16/04/13 – The Royal Court of Thailand (Nick Read/ UK/ 1998) – 3/5

16/04/13 – Portrait of the Universe (ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล / ไทย/2555) – 5/5

19/04/13 – ฉันจะเป็นชาวนาอีฟ (วิริญาพร บุญประเสริฐ/ไทย/ 2555) – 5+++/5

ดูจบสตั้นไป 5 นาที รุนแรงเหลือเกิน

20/04/13 – Ghost of Centralworld (วิริญาพร บุญประเสริฐ/ไทย/ 2555) – 5+++/5

อาจจะยังมี  ผี ในเซ็นทรัลเวิร์ล….เจ็บมาก

22/04/13 – เสียงออกไม่ได้ในราชอาณาจักรทางภาษาของคุณ (รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค/ ไทย/ 2555) – 5++++/5

ล้ำมาก ดูจบสมองป่วนปั่นสุดๆ

29/04/13 – (Mis)Construction – (Aaron Richmond-Havel, US, 2011) – 4/5

ความทรงจำถึงอดีคของผู้คนและสถานที่

30/04/13 – Giant God Warrior Appears in Tokyo (Higuchi Shinji/ Japan/ 2013) – 4/5

30/04/13 – Ma Vie Inconplete et Inachvee (รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค/ ไทย/ 2550) – 5+++++/5

……………….

05/05/13 – Ao to Shiro de Mizuiro (Takahashi Naoharu/ Japan/ 2001) – 1/5

หนังสั่งสอนศีลธรรมเชยๆ อย่าแกล้งกันนะเธอว์มันไม่ดี

30/05/13 – A Fish With A Smile (Poliang Lin, C. Jay Shih, Alan I. Tuan/ Taiwan/2006) – 3/5

………………

โปรแกรมงานฉลองวันกำเนิดภาพยนตร์ในสยาม ตอน กำเนิดโรงหนัง ณ หอภาพยนตร์ฯ ทุกเรื่องฉายพร้อมการบรรเลงดนตรีสด (ไม่ขอใส่เกรดเพราะฟินทุกเรื่อง):

09/06/13 – Aladdin And Wonder Lamp (Segundo de Chomón/France/ 1906)
09/06/13 – Magic Bricks (Segundo de Chomón/France/ 1908)
09/06/13 – The Great Train Robbary (Edwin Porter/ US/ 1903)
09/06/13 – A Trip to the Moon (Georges Méliès/ France/ 1902)
09/06/13 – La Valise de Barnum (Gaston Velle/ France/ 1904)
09/06/13 – Princess Nicotine (J.S. Blacktone/ US/ 1909)
09/06/13 – Le Cheval Emballe (Ferdinand Zecca/ France/ 1907)
09/06/13 – Dream of a Rarebit Fiend (T. Edison/ US/ 1906)
09/06/13 – The Eclipse: Courtship of the Sun and The Moon (Georges Méliès/ France/ 1907)

…………………

02/07/13 – ประวัติศาสตร์ที่สร้างนานแล้ว (ศาสวัต บุญศรี/ ไทย/ 2012) – 3/5

09/07/13 – No Address (สายขาด โปรดักชั่น/ ไทย/ 2556) – 2.5/5

18/07/13 – คำพิพากษา (นิราวุฒิ สกุลแก้ว/ ไทย/ 2556) – 3/5
18/07/13 – My Passing Days (ศรัทธา แสงทอน/ ไทย/ 2556) – 2/5
18/07/13 – กองทัพปู (กฤตานนท์ ทศกูล/ ไทย/ 2556) – 1/5
20/07/13 – Fair Fair (ฉันทนา ทิพย์ประชาติ/ ไทย/ 2556) – 2.5/5

27/07/13 – ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง (จุฬญาณนนท์ ศิริผล/ ไทย/ 2556) – 5+++/5
กวนตีนและแสบมากกกกกกกกกกกกกก

28/07/13 – Deleted (นิทรรศ สันวัฒนกุล/ ไทย/ 2556) – 3.5/5

28/07/13 – Subscribe (Atijit Arratthainngam/ ไทย/ 2556) – 3/5

30/07/13 – Moscow To Mekong: Communist Aggression (U.S. Information Agency/ US, Thailand/ 1965) – 5++++/5

…………………………………………………………………..

16/08/13 – ไข่มุก (เครือข่าย PHA จังหวัดสุพรรณบุรี/ ไทย/ 2556) – 2/5

20/08/13 – Nyob Zoo-น๊อ โยง-สวัสดี (Nuttasak Veeranorapanich /ไทย/ 2556) – 5/5

……………………………………………………………….

18/09/13 – มะนีจันเปล่งเสียงไม่ได้ในทวิภูมิทางภาษาของคุณ (รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค/ ไทย/ 2556) – 5+++++/5

12/09/13 – ฆาตรกรรมสวาท ประหลาดน่านฟ้า ทำให้คนหายตัวไป (เฉลิมเกียรติ์ แซ่หย่อง/ ไทย/ 2552) – 5+++++/5

19/09/13 – The Library ห้องสมุดแห่งรัก (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ/ ไทย/ 2556) – 1.5/5

ก็อย่างที่ตัวละครตัวหนึ่งในหนังบอก “พวกมึงจะเล่นท่ายากกันทำไม?”

……………………………………………………………………

05/10/13 – I KILL MY FATHER (บุญชนินทร์ สุทธสม/ ไทย/ 2556) – 3/5

05/10/13 –  ความฟุ้งของจักรวาล (กฤษฏิ์ ทวินวิวิธ/ ไทย/ 2556) – 1/5

08/10/13 – Hello Stranger (จุฬญาณนนท์ ศิริผล/ ไทย/ 2556) – 5+++/5

28/10/13 – Thailand’s Role in the Vietnam War (Lloyd Tweedy/ UK/ 1967) – 3/5

……………………………………………………………………….

27/12/13 – หยอย (ทศพร เหรียญทอง/ ไทย/ 2556) – 4/5

………………………………………………………………………..

Book (20)

Never Let Me Go: แผลลึก หัวใจสลาย (Kazuo Ishiguro เขียน/ นารีรัตน์ ชุนหชา แปล/ 304 หน้า/ สำนักพิมพ์ เอิร์นเนส พับลิชชิ่ง/ 2554) – 5/5

คดีดาบลาวยาวแดง (ภาณุ ภาณุ ตรัยเวช/ 296หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2555) – 5+++/5

ห้าแคนโต้ (ฟ้า พูลวรลักษณ์ บรรณาธิการ/ นุ้ย สุนันทา, ทรงพล สุขเรือน, หินประการัง ฐิติรัตน์, กฤษณะ ชัยกิจวัฒนะ, ทรายเม็ด ปาณิษา เขียน/ 150 หน้า/ สำนักพิมพ์ใบไม้สีเขียว/ 2546) – 4/5

ยูโทเปียชำรุด (วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา/ 237หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556) – 5+++++/5

แมวผี (แดนอรัญ แสงทอง/ 36หน้า/ สำนักพิมพ์หนึ่ง/ 2553) -3/5

A Revolutionist in the Afternoon (Jiro Matsumoto/ 178 pages/ Ohta Publishing/ 2007) – 5/5

โยนีรูป (อนุสรณ์ ติปยานนท์/ 56หน้า/ สำนักพิมพ์เคหวัตถุ/ 2556) – 5/5

Sorry Sorry ขอโทษครับ ผมเป็นติ่ง (คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง/ 272 หน้า/ สำนักพิมพ์แซลมอน/ 2555) – 3/5

The Perks Of Being A Wallflower: จดหมายรักจากนายไม้ประดับ (Stephen Chbosky เขียน/ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง แปล/ 192 หน้า/ สำนักพิมพ์ Mar Space/ 2556) – 3/5

นายปรีดี พนมยงค์ กับแผนการปลงพระชนม์ของ พล.ต.อ. พระพินิจชนคดี (สุพจน์ ด่านตระกูล/ 151 หน้า/ สถาบันวิทยาศาสตร์สังคม (ประเทศไทย)/ 2543) – 5/5

Sostiene Pereira คำยืนยันของเปเรย์รา (Antonio Tabucchi เขียน/ นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ แปล/ 208 หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2555) – 5+++/5

Notes on Cinema สมุดภาพยนตร์ (ภู่มณี ศิริพรไพบูรณ์/ 64หน้า/ สำนักพิมพ์หนึ่ง/ 2552) – 3/5

“นายใน” สมัยรัชกาลที่ ๖ (ชานันท์ ยอดหงษ์/ 328 หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2556) – 5/5

Youth, It’s Painful เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด (Rando Kim เขียน/ วิทิยา จันทร์พันธ์ แปล/ 247 หน้า/ สำนักพิมพ์ Springbooks/ 2555) – 3/5

ออกไปข้างใน (นฆ ปักษนาวิน/ 184 หน้า/ สำนักพิมพ์มติชน/ 2555) – 5++++/5

Tokyo Mysterious Story Collection ลึกลับ โตเกียว เรื่องสั้น (Haruki Murakami เขียน/ สร้อยสุดา ณ ระนอง, พีรวัธน์ เสาวคนธ์, มุทิตา พานิช, ช่อลดา เจียมจิจักษณ์, กนกวรรณ เกตุชัยมาศ แปล/ 183 หน้า/ สำนักพิมพ์กำมะหยี่/ 2556) – 5+++/5

รู้ทันราชวงศ์จักรี ความจริงย่อมลอยขึ้นเหนือน้ำเหนือฟ้าเสมอ (รักษ์ธรรม รักษ์ไทย/ 79หน้า/ 2525) – 3/5

ศรีนวลจัดหนัก (หลายคน เขียน/ หลายคน แปล/ 285 หน้า/ สำนักพิมพ์บุุ๊คไวรัส/2556) – 5++++/5

กล่องกระดาษบรรจุความเขลา (มหาสมุทร เลิศฯ/ 81 หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556) – 5++/5

ใบหน้าอื่น (นิวัต พุทธประสาท/ 190หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556) – 4/5

Concert & Performance (5)

02/03/13 – Fat Live: Smallroom (ศิลปิน ค่ายสมอลรูม/ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี) – 3/5

06/04/13 – โบนเหนือเมฆ (T-Bone/ หอเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) – 4/5

เหมือนไปมีสติ้งกับรุ่นพี่ที่สนิทกัน เพลิดเพลินดี เสียอย่างเดียว เปิดไฟสว่างไปหน่อยเลยไม่ค่อยกล้าเต้น อายเด็กมัน 555

20/04/13 – TOE live in BKK (TOE/ Scala Theater) – 5+++++/5

06/07/13 – 14th Pantomime in Bangkok: ละครใบ้ในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 14 (หลายคณะ/ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต) – 5/5

01/12/13 – Greasy Cafe: Until Tomorrow (Greasy Cafe/ สนามกีฬาจรัญ บุรพรัตน์) – 5++++/5

ครึ่งปีหลัง’ 13 กับหนังสือที่ได้อ่าน

Tokyo Mysterious Story Collection ลึกลับ โตเกียว เรื่องสั้น (Haruki Murakami เขียน/ สร้อยสุดา ณ ระนอง, พีรวัธน์ เสาวคนธ์, มุทิตา พานิช, ช่อลดา เจียมจิจักษณ์, กนกวรรณ เกตุชัยมาศ แปล/ 183 หน้า/ สำนักพิมพ์กำมะหยี่/ 2556) – 5+++/5

     ดีใจที่มีคนนำเรื่องสั้นของมูราคามิมาแปลเพิ่มอีกเป็นซีรี่ย์ที่สองเพราะส่วนตัวเราชอบเรื่องสั้นของเขามากกว่าเรื่องยาว (คือมันเหมาะกับการอ่านก่อนเข้านอนในแต่ละวันน่ะ เพื่อหวังว่าจะได้ฝันประหลาดเหมือนเรื่องที่ได้อ่าน) ซึ่งก็ต้องก้มกราบให้เขาอยู่ร่ำไป เขาคือมนุษย์ที่จับโมเม้นต์เล็กๆ ความรู้เล็กๆ ความเป็นไปเล็กๆมาไว้ในแวดล้อมประหลาดๆได้อย่างสมบูรณ์เหลือเชื่อ ถ้าเปรียบกับหนังสือเล่มนี้กับหนัง มันก็คงเป็นหนังดรามาดีๆ ภาพสวยงามมากๆ มีเพลงบรรเลงอ้อยอิ่งอบอวลเบาๆพร้อมกับเสียงแอมเบี้ยนของสายลมและความเงียบที่มาใจจังหวะราบเรียบสามัญแต่ชัดเจนในจังหวะ เราจะไม่ได้รู้สึกถึงการเติบเต็มหรือสูญเสียใดๆเพราะมันคือบางสิ่งที่เราไม่รู้แน่ชัด แต่แน่ใจว่ามันมีอยู่

ในเล่มนี้เราชอบ “The Kindney-Shaped Stone That Moves Every Day ก้อนหินรูปไตที่ขยับย้านไปในแต่ละวัน” มากที่สุด มันสวยงามและเขย่าตัวเราได้รุนแรงเหลือเกิน

รู้ทันราชวงศ์จักรี ความจริงย่อมลอยขึ้นเหนือน้ำเหนือฟ้าเสมอ (รักษ์ธรรม รักษ์ไทย/ 79หน้า/ 2525) – 3/5

เห็นน้าแอนดรูแชร์ไว้ก็เลยโหลดมาอ่าน ยอมรับว่ารู้สึก โว้ว! ว้าว! ตลอดเวลา แต่เมื่ออ่านจบแล้วก็พบว่ามันมีความสุดโต่งเกินไปมาก มีข้อมูลอ้างอิงจริงแต่ก็เลือกที่จะนำเสนอแนวความคิดของตัวเองซึ่งก็คือด้านตรงข้ามกับความรับรู้กระแสหลักแบบด้านเดียว โดยส่วนที่เรารู้สึกว่ามันผิดพลาดมากๆคือความย้อนแย้งกันเอง กล่าวคือมันเอามาตราฐานหนึ่งมาใช้ใส่ความ แต่ก็ยังคงใช้มาตราฐานเดียวกันนั้นมาอ้างอิงถึงความชอบธรรม (ประมาณว่าไปด่าเค้าว่าเชื่ออะไรไร้สาระ แต่ก็กลับนำเอาความเชื่อแบบนั้นมาใช้เป็นตัววัดคุณค่าซะงั้น)

อย่างไรก็ตาม การได้อ่านมุมความคิดอีกด้านหนึ่งอันเป็นด้านตรงข้ามที่ไม่ได้รับการเผยแพร่เลยแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน เปิดกบาลตัวเองและจะได้หัดเบตกับความคิดตัวเองบ้าง

ศรีนวลจัดหนัก (หลายคน เขียน/ หลายคน แปล/ สำนักพิมพ์บุุ๊คไวรัส/ 285 หน้า/ 2556) – 5++++/5

ในที่สุดก็อ่านจบแล้ว คืนละเรื่อง เว้นบ้าง หยุดบ้าง ตามสภาพร่างกายในแต่ละวัน แต่ทุกครั้งที่อ่านจบแต่ละเรื่องนี้แทบอยากจะกราบทั้งคนเขียนคนแปลที่ช่วยเปิดโลกวรรณกรรมแปลกรสแบบนี้ หลายเรื่องเรียกได้ว่าชอบแบบสุดลิ่มทิ่มประตู หลายเรื่องแม้จะไม่เก๊ตตามบริบทของผู้เขียน แต่การเขียนการแปลก็มักให้รสชาติอันแสนเวอจิ้นแปลกใหม่ ดั่งเปิดซิงคนอ่านหนังสือมาน้อยอย่างเรา บ้างสุขใจ บ้างกระชากใจ บ้างตกกะใจ บ้างเศร้าใจ บ้างพิมพ์ใจ บ้างพิศวงในใจ บ้าง….ใจ (เอาเป็นว่ามันมีครบทุกรสที่กระแทกใจแล้วกัน)

และการจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้แบบโดยรวมก็ดูจะเป็นการดูถูก เหมารวม และไม่เห็นคุณค่าเกินไปหน่อยกระมั๊ง เพราะแต่ละเรื่องมันมีความพิเศษเฉพาะตัวของมันเอง การกล่าวถึงโดยรวมอาจทำให้เราพลาดเอกเทศและแง่งามของแต่ละเรื่องสั้นที่รังสรรค์โดยสตรีล้วน ผ่านมือผู้แปลเฉพาะตัวในแต่ละบท ดังนั้นจึงขอกล่าวเรียงเรื่องโลด…

1. ฌิมะซากิ (Hiromi Kawakami/ มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์): อานุภาพความรักไร้กาลเวลาผ่านคู๋รักคนเฒ่า มันคือการเล่าเรื่องรักในแบบที่ต่างออกไปอย่างมีชั้นเชิงที่น่ารักและแอบเศร้าไปในที

2. นักว่ายน้ำ (Miranda july/ ไกรวฺุฒิ จุลพงศธร): จูลายมาเล่าเรื่องประหลาดให้เราฟัง เราไม่เข้าใจการกระทำของตัวละครหรอก แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น เพราะเอาเข้าจริงมันคือจินตนาการอันแสนเศร้าตะหาก (เศร้าฉิบหายเลยด้วย)

3. หน้าต่าง (Mieko Kanai/ นราวัลลภ์ ปฐมวัฒน): เรื่องลำดับที่ 2 ของความชอบของเรา ชอบการนิยามการถ่ายถาพ, ภาพนิ่งและภาพเคลื่ิอนไหวกับภาพจริงที่ผ่านสายตา อ่านจบเหมือนดวงใจสูญหายไปบอกไม่ถูก เหมือนโมเม้นต์ที่จับไม่ได้ หายไปชั่วนิรันดร์  เหมาะมากกับคนชอบถ่ายภาพ

4. กาลครั้งหนึ่งมีแม่และราดิอัน (Avianti Armand/ วรันทร ฉะพงศ์ภพ): กรีดร้องอย่างรุนแรงเมื่ออ่านจบ เมื่อความอัดอั้นประทุถึงขึดสุดบนร่องรอยอันเดียงสา

5. อิสตรี (Rosaria Champagne/ สนธยา ทรัพย์เย็น): มันพูดถึงเพศและอำนาจได้อย่างสนุกล้ำและเซอร์เรียล อำนาจมันอยู่ในทุกผู้ไม่ว่าจะชายหรือหญิง

6. บาซูก้าของจูเลีย (Anna Kavan/ ธิติยา ชีรานนท์): หนึ่งในเรื่องที่ทำเอานิ่งงันเมื่ออ่านจบกับชะตากรรมของจูเลีย มันคือความเงียบเหงาแสนเศร้าที่แฝงอยู่ในเสียงหัวเราะดังๆแก่โลกอันโหดรัาย

7. ตามหาไอยรา (Jo Kyung Ran/ ดิษพล ศิวะรัตนธำรงค์): เรื่องเล่าชีวิตสาวผู้เห็นช้างในห้องนอนกับช่วงชีวิตผลัดใบจากช่วงแห่งความสุขสมบูรณ์ลงสู่แกนกลางของความว่างเปล่า บางทีชีวิตก็มักเล่นตลก

8. ภรรยาของอันตอนีโอ (Elsa Morante/ นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ):  มันคือหนัง Amour ที่อาจไม่รุนแรงเท่า แต่ละมุนและรวดร้าวไม่ต่างกัน

9. ลอกชีวิตกุหลาบ (Clarice Lispector/ ดิษพล ศิวะรัตนธำรงค์): ผู้เขียนต้องเป็นคนที่โครตละเอียดลออกับชีวิตแน่ๆที่สามารถถอดความคิดความรู้สึกภายในออกมาเป็นเรื่องที่น่าติดตามสุดๆ อาการของตัวละครมันไม่ต่างจากสิ่งที่เราเป็นอยู่ แต่น่าเศร้ากว่าที่เราจับต้องมันไม่ได้เหมือนตัวละครในเรื่อง

10. ม้าน้ำ (Hiromi Kawakami/ มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์): ชอบเป็นลำดับที่สามของทั้งหมด ชอบความเซอร์เรียลที่มารองรับภาวะการหลงลืมของการถูกกระทำในโลกของเพศชาย

11. ภูเขาหินอุกกาบาต (Can Xue/ ปพิชญา รัตนมณี):  เราไม่รู้จัก ฉาน เสว่ นักเขียนหญิงชาวจีนคนนี้มาก่อน แต่พอได้อ่านเรื่องนี้(และอีกเรื่องในเล่มนี้) ก็บอกได้เลยว่าเธอมีของๆ มันประหลาดแต่สั่นสะเทือนอยู่ภายในลึกๆที่อธิบายไม่ถูก

12. มนุษย์กับหมาป่า (Angela Carter/ แดนอรัญ แสงทอง): สนุกมาก น่าติดตามด้วยความระทึก มันดิบโหดและแพรวพราวในการเล่าเรื่องอย่างที่สุด กราบสำนวนการแปลขั้นเทพของแดนอรัญไว้ ณ ที่นี่กับเรื่องราวที่ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์

13. เด็กชายผู้เลี้ยงงูพิษ (Can Xue/ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา):  มันระทึกขวัญ มันแปลกประหลาดและแอบสะอึก การพยายามเข้าใจที่สุดท้ายจบด้วยการหลงลืม

14. เชือก (Katherine Anna Porter/ สุชาติ สวัสดิ์ศรี): เรื่องราวเล็กๆแสนเรียบง่ายแต่น่ารักจังเลยยยยย มันเหมาะมากกับใครก็ตามที่มี(หรือเคยมี)ความสัมพันธ์กับคนรักในช่วงเวลาหนึ่ง

15. เกมที่ค้างคา (Goli Taraghi/ ชลเทพ ณ บางช้าง): เรื่องนี้คือเรื่องที่ชอบมากที่สุดในเล่ม นอกจากบริบททางการเมืองและสังคมของอิหร่านที่สะท้อนภาพผ่านผู้คนในเที่ยวบินสู่กรุงเตหะรานแล้ว สิ่งที่เราโดนกับมันมากๆคือการหวนถวิลถึงอดีตที่แรกเริ่มดูสวยสดงดงามแต่ความจริงแท้คือการนำมาใช้เป็นเหตุของการเอาชนะในท้ายที่สุด ผู้เคยชนะตกสู่ความพ่ายแพ้หมดรูป ส่วนผู้เคยแพ้ก็ได้รับชัยชนะอย่างจอมปลอม อ่านจบอึ้งแดกแบกใบ้เลยทีเดียว (โน๊ตไว้กับตัวเองเลยว่าต้องหางานเขียนของนักเขียนอิหร่านมาอ่านอีก ประเทศนี้ไม่ใช่แค่หนังอย่างเดียวแล้วล่ะที่สุดยอด)

16. สวนพฤกษศาสตร์ (Virginia Woolf/ ภัควดี วีระภาสพงษ์): เพิ่งเคยอ่านของวูล์ฟแล้วก็โดนดีเข้าให้ ความโดดเด่นอย่างที่สุดคือความลื่นไหลของตัวอักษร ดั่งเราคือสายลมที่พลิ้วไหวไหลเอื่อย สำรวจสรรพสิ่งในสวนดอกไม้อันงดงามที่แวดล้อมกับมนุษย์อันหลากหลายซับซ้อน เป็นเรื่องที่สำนวนการแปลสุดยอดมาก

สุดท้าย หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางขายที่ไหน แต่หากสนใจ สามารถไปสั่งซื้อได้ที่สำนักพิมพ์โดยตรง ที่นี่: http://twilightvirus.blogspot.com/2013/08/bookvirus-10-16.html

ล่องกระดาษบรรจุความเขลา (มหาสมุทร เลิศฯ/ 81 หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556) – 5++/5

ฉัน เธอ ยืนนิ่งงันบนชานชลาใต้หยาดฝนพร่ำ
เสียงหวูดดัง ต่อกรกับหยดน้ำตกปะทะโลหะ
การต่อสู้รุนแรงแสนเขลาไร้เหตุผล
ก่อเกิดน้ำตาท่วมร่างไม่รู้ตัว

เธอเหม่อมองไปทางตะวัน
เพราะสายลมบอกฉันแบบนั้น
กระซิบแผ่วเบาด้วยความหนาวเหน็บ
เกาะกุมน้ำตาภายในให้แข็งตัว ไร้ความรู้สึก

ฉัน เธอ ยืนย่ำบนหาดทรายหยาบ
ปล่อยให้ดอกคลื่นสีขาวทักทายและลาจาก
ฉันปล่อยน้ำแข็งก้อนนั้นลงเชื่องช้า
ละลายหายไปในมหาสมุทรดั่งไร้ความหมาย

มหาสมุทรเดียวกันไหวเอื่อยสู่หาดทรายขาว
เธอยืนอยู่ที่นั่น ตรงนั้น ณ โมงยามที่ต่างกับฉัน
ฉันเห็นเธอยิ้มน้อยๆบนหลังเปลือกตาไร้แสง
เมื่อเกลียวคลื่อนโอบล้อมปลายเท้าเปลือย เธออาจรู้สึกบางอย่าง

– ไม่มีชื่อ –

และนั้นคือสิ่งที่เรารู้สึกกับหนังสือเล่มนี้

ใบหน้าอื่น (นิวัต พุทธประสาท/ 190หน้า/ สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม/ 2556) – 4/5

ในบรรดาคนแปลกแยกในโลกวรรณกรรมที่เคยผ่านตา(ด้วยการอ่าน)ของเราทั้งโฮลเด้นใน Catcher in the Rye, ชาลีใน The Perk of Being Flower และโกมลในเล่มนี่ น่าขันที่คนหลังสุดนี้กลับเป็นคนที่เรา “รู้สึก” ร่วมมากที่สุด

อาจเพราะบริบทต่างๆมันใกล้เคียงกับชีวิตตัวเองจนบางช่วงบางตอนนึกว่าอ่านชีวิตตัวเองอยู่ ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เรียนในมหาลัยเปิด รักแรกที่ผิดพลาด ชีวิตที่ก้าวพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือแม้แต่การพบหน้ากับความตาย และสิ่งที่เราทำก็คือการปลอมปละโลมชีวิตของตัวเองด้วยตัวเราเอง แต่น่าขันที่มันกลับไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวเราเลย ด้วยภาวะของการเป็นคนอื่น ด้วยการสวมใบหน้าใหม่ทั้งจะด้วยความตั้งใจ จะด้วยความหวังแล้งๆ ความรักหลอกๆ หรือจะอย่างไรก็ตามแต่ เพราะเราเชื่อไปเองว่า คนอื่น ใบหน้าอื่น มันจะสามารถบรรเทาคลี่คลายรอยยับย่นของมาตรฐานชีวิตของเราได้ ซึ่งถ้าโชคดี ในวันหนึ่งเราอาจเข้าใจและลบใบหน้าเหล่านั้นออกไปได้ แต่ถ้าไม่ เราก็จะยังคงไม่รู้ตัวเราเอง เราอาจสวมทับใบหน้าไปมากมาย หลายชั้น จนเราลืมตัวเราเองไปแล้วจริงๆ อันส่งผลให้ตอนจบของเรื่องสะเทือนใจมาก

เดี๋ยวต่อด้วย ความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น