11th World Film Festivel of Bangkok 2013

15/11/13 – The Rocket (Kim Mordaunt/ Australia/ 2013) – 3/5

ดูจบก็นึกสงสัยกับหนังอาเซียนสองแบบ หนึ่งคือหนังอาเซียนที่ทำโดยคนที่ไม่ใช่อาเซียน กับหนังอาเซียนแท้ที่ทำโดยคนอาเซียนเองว่ามันมีความแตกต่างกันไหม? อย่างไร? เราสามารถแยกอัตลักษณ์ของแต่ละแบบออกมาได้ไหม? ซึ่งพอคิดไปคิดมาถึงหนังที่เคยดูก็พบว่ามันเป็นความคิดโบราณจริงๆเพราะเอาเข้าจริงอัตลักษณ์ที่ว่ามันน่าจะหลอมรวมกับไปเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว หนังแบบแรกที่เราคิดถึงก็อย่าง Soi Cowboy ที่เล่าแบบหนังยุโรปนิ่งเรียบที่ใช้ความเป็นอาเซียน(ไทย)น้อยมากซึ่งต่างจากเรื่องนี้ที่เล่าเรื่องชัดเจนตามขนบหนังแมสเลยแต่เล่าเรื่องของลาวเต็มๆ ส่วนหนังแบบหลังก็พวกหนังอินโดฯต่างๆที่หลากลายมากๆ (ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่าคือความสงสัยอันต่ำต้อยแกมความระอายที่ดูหนังอาเซียนน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆ)

หนังมีครบทุกอย่างที่หนังฟีลกู๊ดพึงมี มีเด็กน่ารัก(ทั้งสองคนแสดงดีมากๆ) มีดราม่าเรียกน้ำตา มีความอิ่มเอม บลาๆๆๆ ซึ่งเป็นส่วนที่เราเฉยๆ แต่เรากลับชอบพล๊อตรองที่เป็นเรื่องของเทพ โพธิ์งาม มากกว่าที่ดูมีมิติมากกว่ากับอดีตทหารที่ต่อสู่กับจีไอ แต่มีเจมส์ บราวส์ นักร้องอเมริกันผิวดำเป็นไอดอล

16/11/13 – Neighboring Sound (Kleber Mendonça Filho/ Brazil/ 2012) – 5++++/5

จริงๆโหลดหนังมาแล้วแต่ยังไม่ได้ดู ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างที่สุดที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังเพราะความโดดเด่นที่สุดของหนังคือเสียงทุกเสียงที่ปรากฏในเรื่อง เสียงที่เรียงร้อยไปกับเรื่องราวในชุมชนหนึ่งในบราซิล ความสัมพันธ์ของผู้คน, ตัวตนของผู้คนอันไม่ธรรมดา และการปรากฏตัวของฉากบางฉากที่อาจไม่ได้มีความหมายโดยตรงกับตัวเรื่องแต่โดยนัยนั้นแสนรุนแรงที่ไปพูดถึงเรื่องการล่าอาณานิคมได้อย่างทรงพลังโดยเฉพาะกับรูปแบบของการป้องกันภัยในเรื่อง และแน่นอน เสียงต่างๆที่ดังเข้ามารบกวน, ยึดครองโสตประสาทของเราก็คือรูปแบบหนึ่งในการล่าอาณานิคมที่ว่าไป

แต่สิ่งที่จริงแท้ที่สุดนับจากนี้คือ เราจะมองเครื่องซักผ้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

644523_10151711572846650_2048923571_n16/11/13 – Perculiar Vacation And Other Illnesses (Yosep Anggi Noen/ Indonesia/ 2012) – 2/5

โอเค กูหลับไปวูบหนึ่ง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะพลาดอะไรกับการส่งโซฟาแสนนานและยาวไกล โอเคล่ะ จะว่าสวยมันก็สวยงดงาม แต่กูไม่เข้าใจและรู้สึกฟุ้งเฟ้อเสียมากกว่า

16/11/13 – Tom At The Farm (Xavier Dolan/ France, Canada/ 2013) – 4/5

ยืนยันได้แล้วล่ะว่าโดแลงคือเกย์หล่ออายุน้อยที่แรดฉิบหาย ทำหนังตบตีกับแม่ก็แรด, ทำหนังรักสามเศ้าก็แรด, ทำหนังชีวิตเกย์ก็แรด มาทำหนัง SM แม่งยังแรดเลยให้ตายซิ!!

ทั้งหมดทั้งมวลคือคำชม เรารักหนังของนางทุกเรื่องจริงๆ อันนี้พูดจากใจๆ

อนึ่ง! ตัวละครที่น่ากลัวที่สุดกลับไม่ใช่มือตบอย่างฟรานซิส แต่คือตัวละครแม่หน้าตายที่อยู่ๆคุณเธอก็อาจจะประเคนคำด่าหรือฝ่ามือมาแบบไม่ตั้งตัว

16/11/13 – Clandestine Childhood (Benjamín Ávila/ Argentina, Spain, Brazil/ 2011) – 3/5

เปิดเรื่องมาอย่างสนุกเลย จนคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรเด็ดๆในแนวการเมืองเรื่องกลุ่มใต้ดินกับการต่อต้านอำนาจรัฐ แต่เอาเข้าจริงหนังกลับไปอีกทางโดยไปพูดถึงประวัติชีวิตของตัวผู้กำกับเองที่เป็นซ้ายในหมู่ขวาที่ก็ต้องแอบขวาไปตามกระแสสังคมอาเจนติน่าในยุค 70 ที่ ปธน. เปรองครองอำนาจ ไหลร่วมไปกับเรื่องราวความรักของเขาเอง สอดประสานคล้องกันไปมาระหว่างอุดมการณ์ในหัวและความรักในใจ

หนังซื่อตรง จริงใจ สนุกและน่าติดตาม มีการใช้อนิเมชั้นมารองรับความรุนแรงและฉากแอ็คชั้นที่ทำออกมาดูดีทีเดียว แต่ก็ไม่ได้มีอะไรพีคแอบติดความคิดไปเมื่อหนังจบลง

อนึ่ง แอบอยากให้ตอนจบพลิกไปอีกแบบ เพราะมันจะสุดทางไปเลย แต่ก็คงเป็นไปไมได้เพราะมันคือประวัติของ ผกก.

19/11/13 – สาวคาราโอเกะ (วศิรา วิจิตรวาทการ/ ไทย/ 2556) – 2/5

หนังผสมผสานความเป็นสารคดีและเรื่องเล่าเข้าด้วยกัน ใช้กล้องดิจิตอลถ่ายตอนที่เป็นสารคดีกับใช้กล้องฟิล์ม 16มม. ถ่ายเรื่องเล่าที่แต่งขึ้น มันแลดูน่าสนใจมากๆในการแบ่งแยกและผสมผสานสองแนว สองรูปแบบการเล่า สองรูปแบบการถ่ายทำเข้าด้วยกัน แต่น่าเสียดายที่หนังทั้งเรื่องมันมีมิติหนึ่งเดียว แบนราบ เรื่องของสาวต่างจังหวัดผู้มาทำงานในกรุงที่เราเคยได้เห็นได้ยินกันบ่อยครั้ง แต่เราโอเคกับเรื่องราวที่เป็น Doc นะแม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เรารู้สึกได้ถึงการสมยอมเพื่อจะได้รักษาความงดงามบางอย่างไว้ แต่เรามีปัญหากับส่วนที่เป็น Fic มากๆ มันดูขัดแย้งกันเองกับตอนเป็น Doc ดูไม่จริงจนเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง (จะว่าไปการถ่ายด้วยฟิล์ม 16 ก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ) ดูจบรู้สึกว่าเหมือนหนังมันไม่ได้เอาไว้ให้คนไทยดูยังไงยังงั้น

อนึ่ง ตัวละคร สา นั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดของหนัง เธอโดดเด่น มีสเน่ห์ดึงดูดมาก ซึ่งก็ดูเหมือนกล้องจะรักเธอมากๆเช่นกัน

19/11/13 – Jonathas’ Forest (Sergio Andrade/ Brazil/ 2012) – 5/5

หนังมันเฮี๊ยนจนน่าจดจำกับความเฮ้าเลี่ยนของไอ้หนุ่มโจนาธาส ความสงสัยฉงนฉหายกอปรกับคำถามมากมายที่ประดังเทมาถมทับคือความพิลาสพิไลแสนเปรี้ยวลิ้นเข็ดฟันดั่งผลเสาวรสป่าที่เชื่อว่าแดกแล้วจะมีพลังพิเศษ ที่พอมโนว่าได้แดกแล้วก็ระลึกได้ว่าช่างหัวแม่งมันเถอะ มันจะอาณานิคมก็ช่าง มันจะว่าถึงศาสนาก็ช่าง มันจะเหวอแดกก็ช่าง มันจะคือนิทานเรื่องเล่าปรับปราหรืออะไรก็ช่าง เพราะในที่สุดแม่งก็คือประสบการณ์ความเฮี้ยนในโรงที่น่าจดจำที่สุดของปี

19/11/13 – Young & Beautiful (François Ozon/ François Ozon/ France/ 2013) – 5+++++/5

มันมีหนังไม่กี่เรื่องหรอกที่เราไม่จำเป็นต้องไปรับรู้ถึงเหตุ ไปซีเรียสถึงผล แต่ยังคงเต็มไปด้วยความงดงามมากๆในทุกอณู ซึ่งหนังเรื่องนี้มันเป็นแบบนั้น และขอยกให้นี่คืออันดับหนึ่งของเวิร์ลฟิล์มปีนี้(ณ ตอนนี้)

Marine Vacth ขโมยหัวใจเราไปหมดทุกห้อง ส่วนตัวละครเซอร์ไพร์สที่โผล่เข้ามาในตอนท้ายทำให้หนังยิ่งสมบูรณ์ขึ้นจริงๆ

19/11/13 – Tabu (Miguel Gomes/ Portugal, Germany, Brazil, France/ 2012) – 3/5

ทำไมกูดูแล้วเฉยๆล่ะ? มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ! ขอดูอีกรอบแก้ตัวรัวๆๆๆๆๆๆ

แต่ที่บอกได้ตอนนี้เลยคือเราชอบพาร์ตแรกมากกว่าพาร์ตสอง เพราะเราเฉยๆกับเรื่องรักและจดหมายรักอะไรเทือกนั้น แต่ทั้งสองพาร์ตนั้นมีงานภาพที่สวยมากและเพลงประกอบก็เลอ

อนึ่ง สองประเด็นที่สงสัยไว้ก่อนเลยว่าทำให้เฉยๆคือ อ่านซับไม่ทันและศัพท์หลายๆคำมันยาก ไม่คุ้นหัว

มีหนังอยู่ในแพตแล้ว จะรีบดูก่อนจบเดือน สัญญาๆ(กับตัวเอง)

22/11/13 – The Moving Creatures (Caetano Gotardo/ Brazil/ 2013) – 4/5

ยืนยันละว่าปีนี้คือปีของหนังบลาซิลจริงๆ หนังเหวอๆอีกเรื่องที่ว่าด้วยเรื่องของการสูญเสียลูกของแม่ 3 คนที่แยกเล่าเป็นหนังสั้น 3 ตอน ฟังดูน่าจะเป็นหนังดราม่าเรียกน้ำตา แต่เปล่าเลยเพราะในหนัง การสูญเสียมันเป็นเพียงพอร์ยของการเริ่มต้น, การเปลี่ยนผ่านและการสิ้นสุดลงเท่านั้น โดยที่ประเด็นหลักในแต่ละตอนกลับไม่ได้มุ่งไปโฟกัสที่พอร์ยจุดหลักของแต่ละตอนเลย แต่มันกลับคือการพาเราเข้าไปเวียนว่ายกับสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ที่ต้องเคลื่อนไหวต่อไปและต่อไป

ชอบการเชื่อมต่อระหว่างแต่ละตอนมาก มันสอดประสานทั้งทางอารมณ์และหัวใจของหนังได้เป็นอย่างดี ออ! การร้องเพลงในเรื่องคือความเหวอรสชาติใหม่ที่วิเศษสุดจริงๆ

innocents22/11/13 – Innocents (WONG Chen-Hsi/ Singapore/ 2012) – 5++++/5

งดงามที่สุดจนต้องขอยกให้เป็นอับดับสองของเทศกาลปีนี้

ถ้าพูดถึงตัวเรื่องเพียวๆเราพบว่ามันธรรมดาสุดแสนสามัญที่พบได้ในหนังเด็กทั่วไป แต่เรื่องนี้มันต่างออกไปด้วยการเล่าเรื่องอันแสนวิเศษที่เราชอบมันมากๆๆๆๆๆๆๆ (ซึ่งถ้าหนังเล่าไปเป็นแบบอื่นเราเชื่อว่าเราจะเกลียดหนังไปในทันที) ความนิ่งของหนังและสิ่งละอันพันละน้อยที่ค่อยก่อตัวขึ้นเติมเต็มระหว่างตัวละครทั้งสองนั้นช่างสวยงาม และมันยิ่งสวยงามขึ้นอีกเมื่อพบว่าสุดท้ายการเติมเต็มนั้นสิ้นสุด แตกสลายแปรธาตุไปเป็นธุลีแห่งความเศร้าอันแสนเจ็บปวดจนก่อให้เกิดฉากจบอันร้าวรานมากที่สุดฉากหนึ่งในชีวิตการดูหนังของเรา

อยากให้หนังได้ฉายในบ้านเรามากๆเพราะอีกมุมของหนังคือการเป็นหนังเด็กที่วิภากษ์ผู้ใหญ่ ตั้งคำถามและเปรียบเปรยภาวะของมนุษย์สองช่วงวัยได้อย่างชวนสะอึก

22/11/13 – พจมาน สว่างวงศ์ (รุจน์ รณภพ/ ไทย/ 2523) – 5+++/5

เมื่อพจมานได้บ้านทรายทองมาครอบครองแล้ว สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือการดูแลความสงบให้เกิดขึ้นในบ้านให้จงได้ ยิ่งเมื่อชายใหญ่ผัวสุดหล่อของเธอดันไร้ซึ่งอำนาจและอ่อนเปลี้ยกับการจัดการ เธอในนามของสว่างวงศ์เจ้าของบ้านจึงต้องกลับมาปะมือกับหม่อมแม่และบรรดาสาวใช้ผู้มากับร้อยแปดหลอดเสียงและจริตจก้านพันแสน, หญิงเล็กอริตลอดการหรือแม้แต่ พจนี น้องสาวร่วมสายเลือดของเธอเองที่มากับความคลั่งระดับยี่สิบกระโหลกไขว้!

“บ้านทรายทอง” หนังเรื่องแรกว่าสุดขีดคลั่งแล้ว “พจมาน สว่างวงศ์” ได้กำราบและผลักดันให้ตัวมันเองกลายเป็นหนังที่บันเทิงที่สุดในการดูหนังปีนี้ อำมหิตสุดขีดคลั่งในทุกอณูพิกซิล ไม่เชื่อหรือ??? เดี๋ยวพจให้ตบ 3 ฉาด!!!!! แล้วจงรีบทำตัวเป็นสตรีไปรณีย์ไปปล่าวประกาศให้ทั่วโดยไวนะอีพวกเรือนเล็ก!!!!!

ปล. กูฟินทุกครั้งที่กล้องแม่งซูมหน้าตากวนตีนของหญิงใหญ่ อีห่า! แสบสันต์ยิ่งนัก

22/11/13 – Stray Dogs (Tsai Ming-Liang/France, Taiwan/ 2013) – 5/5

แสดงความยินดีกับตัวเองที่ดูหนังพี่ไฉ้จบแบบเต็มสติเป็นเรื่องแรกในชีวิต แถมยังรู้สึกชอบพอกับหนังมากทีเดียว เหตุผลอันเที่ยงแท้อย่างหนึ่งคือการที่ได้ดูในโรง เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการ ดู และไหลไปตามภาพเรียบนิ่งเหล่านั้น ซึ่งนั้นแหละที่คือความพิเศษของหนัง ภาพอันนิ่งงันยาวนานที่มันนานมากพอที่เราจะสามารถละเลียดกับความงามขององค์ประกอบต่างๆในภาพอันหมายรวมไปถึงสิ่งที่อยู่ภายในของตัวละครอันทุกตรมขมขื่น รับรู้ เพื่อมา รู้สึก ถึงผลแห่งความเศร้าในโลกแห่งมายาของความงามอีกที

และเพราะหนังมันประกอบด้วย 2 พาร์ตชัดเจนที่พลิกความรู้สึกคนดูไปคนละด้าน พาร์ตแรกที่เป็นความทุกข์ตรมของคนชั้นล่างว่าเจ็บแล้ว พาร์ตสองที่เล่าถึงเหตุของทั้งหมดนั้นเจ็บยิ่งกว่าที่มาระเบิดในซีนสุดท้ายอันยาวนานกว่ายี่สิบนาที

ปล. เริ่มมีแรงใจในการดูหนังไฉ้เรื่องก่อนๆที่คนๆเขาเลื่องลือ แต่ก็แหละ ไม่รู้ว่าจะรอดไหมถ้าไม่ได้ดูในโรง

Advertisements

2 comments

  1. แวะมาชม ฮ่าๆ เสียดายพลาด Tom At The Farm ว่าแต่ดู Tabu อีกรอบยังครับ ผมโหลดมาแล้วแต่ว่ายังไม่มีโอกาสดูอีกรอบเลย (ซับก็ยากเหมือนเดิม ฮ่าๆๆๆๆๆ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s