ตุลา’13 กับหนังที่ได้ดู

02/10/13 – Lan Kwai Fong 2 (Wilson Chin Kwok-Wai/ HK/ 2012) – 1/5

มันยังกล้าทำภาคสอง กูก็ยอมดูไม่ว่ากัน ทั้งสองภาคมันว่าด้วยนักเที่ยวในหลานไคฟง สถานที่เที่ยวกลางคืนสุดหรูในฮ่องกงที่เต็มไปด้วยหนุ่มๆสาวๆหน้าตาดียังกับออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ภาคแรกมันไปเล่าในหมู่ลูกหลานคนมีตังค์เท่ห์ๆคูลๆเหี้ยๆที่เสือกกลับใจได้ในตอนหนังจบแบบคนดูงง ภาคนี้มันเลยทำเป็นรักข้ามชนชั้นบ้าง แต่ยังคงความสวยหล่อ, อู่ฟู่และเซ็กซ์ซี่ไว้เหมือนเดิมและก็ยังคงเล่าเรื่องไปแบบเดิมๆแต่เพิ่มความชวนฝันเข้าไปตามสไตล์หนังรักข้ามชั้นที่เห็นกันอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะไอ้ตอนจบนี่กูแทบอยากจะเอาร้องเท้าเขวี้ยงใส่จอ เพ้อเจ้อมาก

ออ! การตั้งชื่อตัวละครก็ต่ำดี “สิริ” เอย “คิวคิว” เอย หรือแม้แต่ “แม็กซิม” ก็พยายามทำความเข้าใจนะแต่รับไม่ไหวจริงๆ

อนึ่ง ภาค 3 กำลังถ่ายทำอยู่จ้าาาาาา

03/10/13 – Color Blossoms (Yonfan/ HK/ 2004) – 5+++/5

โอเคแหละ มันแอ็คอาร์ต แต่เราโครตชอบเลยว่ะ หนังสวยและเซ็กซี่เหลือเกิน

ก่อนดูไม่รู้มาก่อนว่ามันเป็นหนังฮ่องกงเพราะองค์ประกอบหลายอย่างในหนังแทบจะไม่ใช่ฮ่องกงเลย (ยกเว้นภาษาและสถานที่ถ่ายทำ) หนังมันใช้ 3 ภาษาคือจีนกวางตุ้ง, ญี่ปุ่นและอังกฤษ มีการจัดแสงเหมือนหนังญี่ปุ่น มีนักแสดงเกาหลีมาแจมด้วย ได้คนทำเพลงจากอินเดีย  ปิดท้ายด้วยตากล้องจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ Lou Ye และ Li Yu สองผู้กำกับจีนที่เราชอบมากเคยใช้บริการ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นในหนังก็คือการประสานงานกันอย่างสมบูรณ์ของการรวมหมู่ยอดฝีมือเแห่งอเชียในแต่ละหน้าที่ ผลที่ได้คือภาพที่เลอ เพลงที่เลิศ นักแสดงทรงพลัง(และเล่นใหญ่เหมาะกับหนังมาก) อาร์ตไดแสนบรรเจิด ในตัวเรื่องที่เปี่ยมสเน่ห์และเต็มไปด้วยความลึกลับเคล้ากินฮอร์โมนอบอวลที่ทำให้เราคิดถึงหนังอย่าง Face ของคิมคีดุ๊ก หนึ่งในหนังที่เราชอบเหมือนกันและแน่นอนกับหนังหลายๆเรื่องของหว่องกาไว

หนังมีฉากที่พูดถึงหนังของเฟลินี่และอันโตนีโอนี่ด้วย เสียดายที่ยังไม่เคยดูหนังของปรมจารย์ทั้งสองท่านนี้เลย

ปล. ชอบฉากบนโปสเตอร์นี้กับฉากค่อยๆเปิดหน้าอกของนางเอกที่หน้าประตูยั่วตำรวจ 4708 มากกกกกกกกกกก

1375291_10202031266321680_1686202126_n05/10/13 – W (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต/ ไทย/ 2556) – 5/5

– เข้าเลทไป 20 นาที แม้ว่าหนังมันจะยาวเหยียด 3 ชั่วโมง แต่พอดูหนังจนจบเราพบว่าไอ้ 20 นาทีแรกนั้นน่าจะสำคัญไม่ใช่น้อยในการปูความเป็นมาของตัวละคร

– ไม่เคยดูหนังของอาร์มชลสิทธิ์มาก่อนเลยซักเรื่อง แต่พอได้ดูเรื่องนี้แล้วเราพบว่าอยากดูหนังของอาร์มเรื่องอื่นๆอีก หนังประเภทที่ตอนดูไม่ได้หือ ไม่ได้อือ ไม่ได้พีคอะไร แต่มันจะมาหือมาอือมาพีคก็ตอนที่ดูผ่านมันไปแล้วแต่มันกลับยังไปฝังอยู่ในสมองให้คิดถึงหนังตลอดเวลา คิดถึงก้าวเดินต่อไปของตัวละคร หนังแบบนี้แหละที่เราชอบ(และคิดว่าใครๆก็น่าจะชอบ)

– ถามว่า 3 ชั่วโมงของหนังยาวไปไหม? ก็ยาวไป แต่ถ้ามันเพื่อจุดมุ่งหมายดังที่ว่าในไปข้อที่แล้ว เราพบว่ามันสั้นไปทันที

– ความเยี่ยมของหนังที่เราสัมผัสได้คือการเล่าเรื่องของคนสามัญ ด้วยความสามัญ ปรุงแต่งแต่น้อยแต่จับไปโมเม้นต์แห่งความว่างเปล่าและห้วงอารมณ์แห่งความเคว้งคว้างอันเป็นหัวใจของหนังได้อย่างอยู่มือ ในที่นี้คือหนึ่งปีของนักศึกษาปีหนึ่ง นักศึกษาจำพวกที่เข้าปีหนึ่งมาแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป จะบาลานซ์ชีวิตอย่างไรกับปัญหาส่วนตัวในที่นี้คือปัญหาของครอบครัวและเรื่องราวความรัก ซึ่งสุดท้ายแล้ววัยรุ่นก็เหมือนจะยังคงเป็นวัยที่ยากเกินกว่าจะแบกรับสิ่งต่างๆเหล่านั้นไว้

– โมเม้นต์ที่เราชอบมากๆคือโมเม้นต์ที่เป็นการพูดคุยธรรมดาแต่ล้อไปกับภาพของสถานที่ต่างๆที่แวดล้อมตัวละคร มันเป็นฉากง่ายๆแต่มันดูเรียลเหลือเกิน

– เราหลงรักตัวละครทั้งสาม ส่วนหนึ่งคือมันเสมือนชีวิตของตัวเองตอนปีหนึ่งได้จริงเหลือเกิน ไอ้พวกคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น พยายามแสวงหาอะไรบางอย่าง พยายามจะเป็นใครซักคน แต่ก็หาไม่เจอ เป็นไม่ได้ซักที อีกส่วนหนึ่งคือการแสดงอันเป็นธรรมชาติเหลือเกินของนักแสดงในเรื่อง เราสะอึกกับความสับสนของตั้ม เข้าใจการพยายามหลีกหนีของพลอยและหม่นเศร้าไปกับแววตาของหนึ่ง

– หนังบอกเราว่า บางทีชีวิตอาจเหมือนการว่ายน้ำ เราต้องทำตัวให้คุ้นกับมันก่อน ทำมันใช้มันบ่อยๆ แต่ก็ไม่อาจการันตีได้ว่าทุกคนจะสามารถไปแตะขอบสระได้เสมอไป

11/10/13 – Trilogy of Lust (Julie Lee, Tun Fei Mou/ HK/ 1995) – 3/5

ตกกะใจเบย นี่แม่งหนังโป๊ฮาร์ตคอร์ชัดๆ!

ดูจบไปหาข้อมูลก็พบว่ามันคือหนังฮ่องกง CAT III ที่ท้าทายเขตแดนความเป็น CAT III แบบสุดลิ่มทิ่มประตูด้วยการทำเป็นหนัโป๊ไปเลย โอเคล่ะว่าการท้าทายนี้มันต่ำตมมากในแง่ของภาพที่เห็นทางตา แต่โดยรวมของตัวหนังเราพบว่าน่าสนใจไม่ใช่น้อยเมื่อมองในบางมุม อาทิ ปมของตัวนางเอกที่ต้องมาถูกขายเพราะการเป็นกบฏของพี่ชายที่ถูกฆ่าตายไปต่อหน้าจากทางการจีน ก่อเป็นความรุนแรงทางใจที่ส่งผลต่อความต้องการล้างแค้นด้วยการกลายมาเป็น S&M ในการต่อมาของเธอ การเป็นจีนที่คนจีนไม่ต้อนรับแต่ก็เสือกหนีไปไม่ถึงฮ่องกงอยู่ดี จนนำไปสู่ต้อนจบที่ต่ำตมมากแต่พีคชิบหายกับการถึงพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจของตัวละคร

หนังมีสามภาคตามชื่อของมัน แต่เราคงขอเวลาอีกซักนิดในการดูภาคต่อๆไป (ดูรวดเดียวคนมีตาย)

19/10/13 – Special ID (Clarence Fok Yiu-leung/ China, HK/ 2013) – 2.5/5

– ปัญหาอย่างหนึ่งของการดูหนังฮ่องกงซับอังกฤษคือกูอ่านซับไม่เคยทันที่มันพูดกันเลย มักจะจับได้เป็นคำๆหรือประโยคสั้นๆ แน่นอนมันทำให้จับสารบางอย่างไม่ได้

– หนังไม่มีอะไรใหม่เลย พล๊อตเชยๆสลับกับบู๊บุ๊นๆ ตำรวจแฝงตัวในหมู่ผู้ร้าย ทำภารกิจสุดท้ายเพื่อจะได้ปลดละวางและได้กลายเป็นตำรวจเต็มตัวสมใจพร้อมด้วยพล๊อตรองอันว่าด้วยเรื่องแม่ของตัวเอง

– แต่ข้อดีแรกคือมันตลกดี มุขตลกที่มันหยอดมามักเข้าเป้า ทั้งเหตุผลที่พระเอกไปเป็นสาย, ความต่างทางวัฒนธรรมของจีนดับฮ่องกงหรือแม้แต่ฉากต่อสู้ต่างๆ (จริงๆเห็นเจินจื่อตันในหนังก็ตลกแล้วล่ะ ไม่เชื่อไปดู)

– ข้อดีที่สองคือการมีแอ็คชั่นมันส์ๆหนุกๆอยู่หลายฉาก โดยเฉพาะฉากในร้านอาหารและฉากกลางสายฝนของนางเอก แล้วก็ชอบมากกับสไตร์การต่อสู้ในหนังที่เป็นการล็อคๆเลื้อยๆคลุกๆ สวยงามดีจนน่าสนใจว่ามันอาจจะกลายเป็นสไตร์ติดตัวต่อไปจากมวยหย่งชุนของเฮียเจิน

– ชอบแอ็คชั่นของนางเอกมาก เท่ดี แต่กลับไม่ชอบการแสดงของเธอเท่าไหร่ แต่เพราะผมสั้นจึงพอให้อภัยได้ แต่อย่างไรน้องแกก็ยังดูไม่เข้าขากับเฮียเจินอยู่ดี เล่นเป็นพ่อลูกกันน่าจะโอเคกว่า

ปล. เปิดฉากมาปั๊บ แม่งพูดไทยปุ๊บเลย กูงง

22/10/13 – As Tears Go By (Wong Kar Wai/ HK/ 1988) – 5/5

เริ่มทยอยดูหนังของหว่องให้ครบเสียที เริ่มด้วยหนังเรื่องแรกของแกเลยพยายามดูด้วยความคิดที่ว่าเราไม่เคยรู้จักคนชื่อหว่องกาไวมาก่อนซึ่งก็พบว่าเราก็ยังชอบหนังมากๆอยู่ดี อาจเพราะมันมีองค์ประกอบหลากหลายที่เราชอบในหนังฮ่องกงที่คิดถึงในอดีต พี่หลิวเต๋อเป็นพี่ใหญ่ของแก็งค์อันธพาล เป็นสุภาพบุรุษที่งามทั้งรูปและจิตใจ ส่วนจางหมั่นอี้คือลูกพี่ลูกน้องกับพี่หลิว ทั้งคู่เสือกรักกัน พี่หลิวเลยต้องเลือกทางเดินชีวิตว่าจะอยู่อย่างสงบหรือกลับไปช่วยน้องในกลุ่มอันธพาล ซึ่งมันเป็นพล๊อตที่เราคิดถึงจริงๆ

แม้ลายเซ็นของเฮียหว่องแกจะยังไม่ชัด แต่สิ่งที่แกทิ้งร่องรอยไว้ในหนังเรื่องนี้คือการวางจังหวะอันเด็ดขาด ฉากโจ๊ะก็โจ๊ะโดนใจ รวมไปถึงการใช้อานุภาพของนักแสดงได้เต็มเม็ดเต็มหน่อย ใครดูแล้วไม่รักพี่หลิวกับน้องจางนี่ถือว่าผิดปกติได้เลยนะ

25/10/13 – Choice คู่ซี้ดีแต่ฝัน (ปริญญา อินทชัย, ปรีติ บารมีอนันต์/ ไทย/ 2556) – 1.5/5

โอเค เราเห็นความตั้งใจและหวังดีของผู้สร้าง แต่น่าเสียดายที่มันเป็นอะไรที่สำเร็จรูปไปหน่อย สื่อสำเร็จรูป สารสำเร็จรูป สร้างความสำเร็จและบรรจุเป้าหมายให้ตัวละครที่สำเร็จรูปในตัว แล้วพออะไรๆที่มันสำเร็จรูปมันเลยขาดรสชาติที่น่าพิศมัย รสชาติติดลิ้นอันน่าจดจำ เพราะรสชาติส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมันไปอยู่กับสารประกอบชูรสอื่นๆเช่นการกัดจิกตัวเองหรือ cameo ของเพื่อนพ้องของผู้กำกับทั้งสองมากกว่า (ซึ่งก็ไม่ได้น่าจดจำอยู่ดี) คือจริงๆหนังมันมีเรื่องเล่าและประเด็นแค่ไม่ถึงบรรทัดแต่พยายามยืดให้มันได้หนังชั่วโมงครึ่งออกมา

และเอาเข้าจริงมันไม่น่าเรียกว่า Choice ด้วยซ้ำนะ มันน่าเรียกว่า Chance มากกว่า แต่ก็เป็น Chance ในแบบโลกสวยสำเร็จรูปอยู่ดีนั้นแหละ

25/10/13 – Day of Being Wild (Wong Kar Wai/ HK/ 1990) – 5++++/5

เข้าใจมาตลอดว่าหว่องมาพีคจาก Chungking Express ซึ่งพอดูเรื่องนี้แล้วและไปค้นข้อมูลก็พบว่านี่ต่างหากคือหนังพีคเรื่องแรกของหว่องอันมาพร้อมลายเซ็นที่เราหลงรักมากมายและการมาของคริส ดอยย์ ด้วย (ซึ่งก็เข้าใจผิดอีกเช่นกันว่าดอยย์มาเริ่มกับหว่องตอน CE) น่าตบกระโหลกตัวเองร้อยที

แล้วเราก็ได้รู้ว่าก่อนที่หว่องจะเหงาแบบจี๊ดๆเท่ห์ๆคูลๆใน Chungking Express นั้น หว่องเคยเหงาแบบเจ็บๆและหม่นเศร้ามาก่อน หนังมันว่าด้วยเรื่องของการไหลรินของชีวิต ชีวิตที่คอยจะทำร้ายตัวเองไปพร้อมๆกับการทำร้ายผู้อื่นรอบกายในที่นี้คือมนุษย์ผู้แหว่งโหว่ 6 คนที่หนึ่งในนั้นคือจุดกำเนิดของเรื่องเล่าของนกไร้ขาที่บินเพื่อการมีอยู่และลงสู้พื้นเมื่อดับสุญที่เรารู้สึกเหมือนจะเคยคุ้นเคยมาก่อน ประกอบกับการมาของ Voice over ของตัวละครที่มัน “หว่อง” มากๆ(ในงานต่อๆมา)และเราก็ชอบมากๆด้วย

และแน่นอน พอดอยย์มา สโลโมชั่นก็ตามมา ลองเทคก็ตามมาจนก่อเกิดฉากที่เราหลงรักเช่น ฉากเดินคุยกับข้างรางรถรางของพี่หลิงกับน้องจางในยามค่ำคืนอันแสนธรรมดาแต่น่าจดจำที่สุด หรือกับฉากวิวาทในฟิลิปปินส์

อนึ่ง การโผล่มาของเหลียงเฉาเหว่ยในช่วงท้ายน่างุนงงมากหากไม่เคยดูหนังเรื่องต่อๆมาของหว่องมาก่อนเลย แต่หากเคยดูแล้วก็เป็นอันเข้าใจได้

ปล. การดูหนังหว่องแบบเรียงกันไปทำให้เราพบจุดเชื่อมของหนังแต่ละเรื่องได้ชัดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวละครเอย (พี่หลิวน้องจางกลับมาเกือบคู่กันอีกครั้ง) ฉากเอย (ห้อง 204 ในฟิลิปปินส์) ตัวเรื่องเอย (การไปเป็นทหารเรือกับการเดินทางโดยเรือใน As Tears Go By) กลายเป็นความสนุกไปอีกแบบ

โปรแกรมต่อไปขอข้าม Chungking Express กับ Ashes of Time ไปเนื่องจากเรื่องแรกดูหลายรอบแล้ว ส่วนเรื่องหลังเพิ่งได้ดูไม่นาน คงไปต่อกับ Fallen Angels เลย ซึ่งก็ดูแล้วแต่นานมาล่ะ เลยขอมาซ้ำ

25/10/13 – The Seventh Continent (Michael Haneke/ Austria / 1989) – 5+++++/5

เสร็จพ่อทำหนังเรื่องแรก เสร็จพ่อก็โหดสัดแล้ว

หนังอิงมาจากเรื่องจริงโดยตัวหนังแบ่งเป็น 3 พาร์ตหลัก แต่ละพาร์ตห่างกัน 1 ปีเล่าเรื่องของครอบครัวชนชั้นกลางแสนสุขสมบูรณ์ตามนิยามอันประกอบไปด้วยคุณพ่อวิศวะที่กำลังไปได้สวยในหน้าที่การงาน คุณแม่จักษุแพทย์ผู้ซึ่งทำกับข้าวให้ครอบครัวทานทุกเช้าเย็นแสนอบอุ่นและตัวลูกสาวแสนน่ารักน่าชัง หนังพาเราไปพบกับชีวิตประจำวันของพวกเขาตั้งแต่ตื่นนอน, กินข้าว, ส่งแต่ละคนไปทำงานไปโรงเรียนในแต่ละวัน อาจมีช๊อปปิ้งบ้างหรือล้างรถให้แลดูใหม่อยู่เสมอ ทั้งหมดนี้คือพาร์ตแรก แต่เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ควรจะรู้อะไรมาก่อนเลย พาร์ตสองและสามเราขอไม่เล่า แต่เชื่อเถอะว่าเสร็จพ่อฮานาเก้กำลังเปิดฝ่ามือรอตบเราอยู่นิ่งๆ เมื่อเราดูหนังไปจนจบรับรองได้ว่ามีเลือดแน่นอน

*** หลังจากนี้อาจมีสปอร์ยหัวใจของหนัง ***

เมื่อดูไปจนจบเราพบว่าความรุนแรงที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ “การที่เราไม่สามารถหาคำอธิบายใดๆได้เลย” การประแคนคำถามนี้ใส่เราตลอดเวลาเมื่อดูจบนั้นเป็นความหดหู่แสนสาหัสและมันยิ่งหดหู่มากขึ้นเมื่อเราพบว่าตัวเราเองก็ไม่ต่างจากไอ้ครอบครัวนี้ในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน หรือเพราะจริงๆแล้วการพยายามทำตัวเป็นคนชั้นกลางที่ดีนั้นแสนน่าเบื่อ ซึ่งความเหี้ยก็คือเราก็มิกล้าที่จะเบรคออกไปจากวงจรเหี้ยๆนี้อยู่ดี

ฉากจำ: ฉากดูทีวีคลอไปด้วยเพลง The Power of Love ที่จะทำให้การฟังเพลงนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

โปรแกรมต่อไปคือการปิดไตรภาคแห่งความเลือดเย็นด้วย 71 FRAGMENTS OF A CHRONOLOGY OF CHANCE

28/10/13 – Girl$ (Kenneth Bi/ HK/ 2010) –

โธ่ๆๆๆๆ กระหรี่ฮ่องกงก็พบวิบากกรรม

จริงๆเรา(คนเดียว)ไม่ค่อยได้เห็นหนังที่พูดถึงโสเภณีในฮ่องกงแบบที่จริงจังซักเท่าไหร่ พอมาเจอเรื่องนี้เลยอยากดูมากๆ แถมผู้กำกับคือคนเดียวกับที่กำกับ Rice Rhapsody หนังสิงคโปร์ที่เราชอบเมื่อหลายปีก่อน  ซึ่งการขายตัวในเรื่องนี้มาในรูปแบบที่เรียกว่า Paid Date ผ่านเครือข่ายออนไลน์ (ก็ขายตัวออนไลน์นั้นแหละ) อันประกอบไปด้วยสาว 4 นางที่เป็นตัวแทนแทบจะครอบคลุมความ stereotype ของผู้หญิงเลย ไล่เรียงตั้งแต่ทำเพื่อของแบรนด์เนม, ทำเพื่อคนรัก, ทำเพื่อคลายความเหงาหรือการทำเพื่อสนุก แต่ก็ไม่วายที่หนังกลับเลือกที่จะเพลย์เซฟ แถมยังคงติดอยู่ในวังวนดาษเดื่อนตามขนบตกยุคของอาชีพขายบริการที่เรามักพบเจอในหนังหรือสื่อกระแสหลักในสายธารของอาการหวาดกลัว แถมยังถูกครอบอีกชั้นด้วยวังวนตกยุคของแนวคิดความเป็นใหญ่ของเพศชาย เราจึงได้เห็นการลงทัณฑ์ตัวละครอันแสนง่อยเปลี้ยเสียขา เอาความคิดล้าหลังมาทำร้าย เอาเพศชายมาโบ๊ยตีแถมยังเอาโรคเอดส์มายัดใส่ ตลกสิ้นดี (และน่าตลกมากขึ้นที่เรายังได้เห็นการเล่นเรื่องโรคเอดส์แบบในหนังเรื่องนี้อยู่ในหนังยุคปัจจุบัน)

สรุปคือแม้เราจะได้เห็นหนังฮ่องกงที่ว่าถึงกระหรี่แบบตั้งใจ แต่มันก็ยังหนีไม่พ้นความคิดล้าหลังอยู่นั้นแล (พี่ไทยคงใจชื่นขึ้นนิด)

ปล. สำหรับใครที่จะถามว่าโป๊ไหม? ตอบเลยครับว่าโป๊ แต่มีโป๊แค่คนเดียวและเป็นคนที่สวยน้อยที่สุดครับ (และเป็นคนไต้หวัน)

30/10/13 – Inside Story: Heaven’s Gate (Rachel Coughlan/ US/ 1997) – 3/5

สารคดีที่ว่าถึงเหตุการณ์การฆ่าตัวตายหมู่ 39 ศพของลัทธิ “ประตูสวรรค์” ในซานดิเอโก ลัทธิที่เชื่อว่ามนุษย์เป็นลูกของมนุษย์ต่างดาวและโลกกำลังจะล่มสลาย ทางเดียวที่จะกลับบ้านเกิดได้คือการฆ่าตัวตายเพื่อให้มนุษย์ต่างดาวมารับเอาดวงวิญญาณไป

สารคดีพาเราไปพบกับวีดีโอสุดท้ายของกลุ่มที่ถ่ายทำก่อนการฆ่าตัวตายทั้งตัวเจ้าลัทธิกับความเชื่อของเขาพร้อมกับบรรดาคนในลัทธิอื่นๆที่มาพูดถึงความรู้สึกหน้ากล้อง พร้อมๆกับการไปสัมภาษณ์บรรดาคนในครอบครัวของคนในลัทธิกับการเปลี่ยนแปลงของคนในครอบครัวเมื่อเข้าสู่ลัทธิไปแล้ว

ข้อดีของหนังคือดูจบแล้วเราไม่กล้าที่จะตัดสินใดๆ แต่รู้สึกได้เลยว่ามนุษย์เราอ่อนแอเหลือเกิน

เดี๋ยวดูของ Jonestown ต่อที่ตายกันเป็นเบือ แล้วจบที่หนัง The Master

ดูสารคดีได้ที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=-jHTZc5hGHE

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s