เกรียนฟิคชั่น (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย/ 2556)

01/05/13 – เกรียนฟิคชั่น (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย/ 2556)

12963158_n

     ตอนดูไม่แนบกับตัวหนังเลย อาจเพราะชีวิตเรามันไม่ได้สวิงสวายหรือมีทางเดินแบบตัวละครในหนัง แต่พอหนังมันพาไปถึงจุดที่มันต้องการจะบอกอะไรกับคนดูจริงๆ เมื่อนั้นแม่งจุกเลย แล้วมันก็ทำให้เรากลับไปทบทวนกับทุกสิ่งอย่างที่เพิ่งผ่านตามา เลยเถิดไปถึงการขุดคุ้ยในช่วงวัยของเราตัวเองว่าผ่านอะไรมาบ้าง พบเจออะไรมาบ้างและเราปล่อยอะไรทิ้งไปบ้างในช่วงวัยที่เคยก้าวผ่าน แล้วน้ำตาแม่งก็ออกมารอที่ปลายตาตอนหนังกำลังจะจบ แต่ถือว่ายังมีความสามารถอยู่ที่มันไม่ไหลออกมาจริงๆตอนหนังจบ แต่มันยังคงจุกและอื่ออึงอยู่นานหลังจากนั้น จำได้ว่าอุทาน “สัดเอ๊ย!” ออกมาเบาๆให้กับความรู้สึกของตัวเองในตอนนั้น..ที่แม่งยังตามมาถึงตอนนี้อันทำให้ชอบหนังมากขึ้นเรื่อยๆๆ

หนังมันบอกกับคนดูว่าชีวิตวัยรุ่นแม่งเหนื่อยสัดๆและไม่มีการการันตีเหี้ยห่าใดๆ การเดินทาง(หรือทางเดินที่เรามี)มันคือการขีดเขียนของเราเองซึ่งก็เริ่มเมื่อตอนวัยรุ่นนี่แหละ ทั้งตั่งแต่เพิ่งจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น, ตอนเป็นวัยรุ่นเต็มตัวหรือแม้แต่ตอนที่ตัวไม่รุ่นแล้วแต่ใจยังรุ่นอยู่ ซึ่งตัวละครในหนังมันครอบคลุมทุกช่วงหมดเลย มันบอกว่าโอกาสคนเรามันไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากันและจะไม่มีวันเท่ากันแน่ๆ มันเลยทำให้ช่วงชีวิตคนแต่ละคนมันผ่านอะไรไม่เหมือนกัน จดจำอะไรไม่เหมือนกันหรือแม้แต่ละทิ้งอะไรที่ไม่เหมือนกัน มีมีก้าวพลาดบ้าง ตัดสินใจผิดบ้าง ล้มเหลวบ้าง มีแผลแหวะหวะที่ซ้ำร้ายอาจกลายเป็นแผลเป็นมากมายก็ว่ากันไป ซึ่งความหวังที่หนังมันมอบให้ก็คือทางเลือกว่าเราจะมองสิ่งที่ผ่านไปนั้นอย่างไร? ด้วยมุมมองแบบใด? เพื่อที่จะได้มีแรงลืมตาตื่นขึ้นมาสู้กับอีกวัน และอีกวัน……

อนึ่ง มันมีสองสิ่งที่เราอยากพูดถึงจริงๆ:

1. ไอ้ช่วงพัทยานี่มันคือตัวแทนของความตลกร้ายในชีวิตของคนเราที่ทุกคนต้องพบเจอเลย เราคงต้องเคยขำกับเรื่องร้ายๆในชีวิตเหมือนทีไอ้ตี้มันขำบนเวทีตอนหนีออกจากบ้านหรือไอ้ม่อนผมทองที่พ่ายแพ้ต่อตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า อันนี้เจ็บฉิบหาย

2. ตัวละครคียร์หลักของหนังอย่าง ทิพย์ นี่คือตัวละครที่เราแนบเคียงด้วยได้มากที่สุดในบรรดาทั้งหมด มันคือคนที่พลาดแต่อาจยังไม่รู้ตัวว่าพลาด หรือ อาจเป็นคนที่รู้ตัวว่าพลาดแต่ก็ไม่พยายามแก้ แม่งโดนมากๆ ยิ่งฉากเฉลยนี่แม่งเหมือนสมองโดนเป่าด้วยลูกปืนแล้วไหลกระจายเรี่ยราด อันนี้เจ็บเหี้ยๆๆๆๆ

จนสุดท้าย อยากอุทานออกมาอีกครั้งว่า “สัดเอ๊ย!!!!!”

5+++/5

ปล. ไอ้หนังสั้นเรื่องอกหักแล้วพี่พระมาโปรดนี่ดูเผินๆมันดูหลุดจากหนังจัง แต่พอมาคิดดูดีๆ เหี้ย! นี่มันคือการจิกหัวด่าเลยนี่หว่า! กวนตีนดี

ปลล. ชอบการใช้เพลงในหนังแบบฟุดๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s