คู่กรรม (กิติกร เลียวศิริกุล/ ไทย/ 2556)

คู่กรรม (กิติกร เลียวศิริกุล/ ไทย/ 2556)

     สิ่งแรกที่ยืนยันได้เต็มปากเลยคืออานุภาคการทำร้ายล้างของณเดชน์ในเรื่องนี้สูงส่งมาก ขนาดกูเป็นผู้ชายกูยังเคลิมเลย สัด! คนเหี้ยไรว่ะหน้าตาดีเหี้ยๆแถมยังแสดงดีเหี้ยๆอีก (นี่คือคำชมแบบชื่นชมสุดๆ) แล้วพอมันดีมากๆ มันเลยอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้น้องอังของเรากลายเป็นคนน่าสงสารไปเลย ลองคิดเล่นๆว่าถ้าหนังไม่ได้ณเดชน์ ไม่ได้การแสดงของณเดชน์ น้องริชชี่ของเราอาจไม่โดนถล่มขนาดนี้มากก็ได้ (มั๊ง!) แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงเห็นว่าเธอยังเหมาะกับการเป็นนักแสดงอยู่ ด้วยแววตาของเธอที่เหมาะมากกับหนังนิ่งๆลึกๆ ส่วนพี่โบ๊ตนี่แกยังคิดว่าแกเล่นละครเวทีอยู่ใช่ไหม? (รัก 5-6 เศ้า)

และในฐานะคนที่ยังไม่เคยอ่านหนังสือหรือดูหนัง/ละครเรื่องนี้เวอร์ชั่นใดๆเลย แถมยังมาได้ดูหลังจากการถกเถียงมากมายของเพื่อนๆในหน้าวอลล์ด้วยเลยทำให้ก่อนดูค่อนข้างปล่อยวางและทำใจไว้เยอะ ซึ่งพอได้ดูแล้วเราพบว่าตัวเราเองชอบครึ่งเรื่องแรกมากๆ ตั้งแต่เครดิตรถไฟวิ่งผ่านกรุงเทพกุ๊กกิ๊กน่ารักๆนั้นแหละ ไอ้ช่วงที่มันเป็นหนังรักหวานแหววน่ะ คือพอเรานึกถึง คู่กรรม เรามักนึกไปถึงการต่อสู้ของไทยต่อการข่มแหงของญี่ปุ่นโดยใช้ไอ้พระนางมาเป็นตัวแทน แต่พอหนังมันกลายเป็นไทยกับญี่ปุ่นสนิทสนมกันดี มีความสัมพันธ์กันดี ทั้งในแง่ของบรรยากาศของเรื่องและตัวละครทั้งสอง(ที่แม้จะพ่อแง่แม่งอนแต่อารมณ์ของหนังก็ไม่ได้ตรึงเครียดมาก) มันเลยรู้สึกว่า เออ แปลกดี (และอย่างที่บอก ไอ้นักแสดงมันคาริสม่าสูงด้วยแหละ) ฉากที่ชอบแบบชอบมากๆเลยคือฉากปั่นจักรยานบนสะพานหลังโดนทิ้งระเบิด คือมันเป็นฉากที่ตลกมาก หลุดมากแต่มันกลับน่ารักเอามากๆๆๆๆๆๆๆ (ฉากนี้ให้คะแนนน้องริชชี่เต็มครับ)

ส่วนพอหนังมาเข้าครึ่งหลังที่เริ่มขมวดปมความรัก(แบบตึงๆ) เราก็เริ่มค่อยๆคลายจากหนังไปจนจบแบบงงๆ เว้นเสียฉากที่เราคิดว่าเป็นฉากคีย์ของหนังเลยคือฉาก “ถูไถ ปูไต่ ดัชนี” คือโอเคแหละว่าน้องอังมันรักพี่โกแน่ๆไม่เถียงเพราะไม่งั้นมันคงไม่มั่วแต่นั่งขดอยู่ในห้อง แต่ที่เราอยากรู้และสงสัยคือการชีนิ้วของน้องอัง ด้วยลักษณะการชี้ที่ดูจะเป็นการชี้หน้าต่อว่าก็ไม่น่าจะใช่เพราะไม่ได้แข็งกร้าวและพ๊อยท์ไปตรงหน้าพี่โก จะชี้เพื่อให้ลงไปนอนกับพื้นนี่ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ จนเราคิดเลยเถิดไปถึงว่ามันคือสัญลักษณ์ของลึงค์ ที่เรียกร้องให้พี่โกรุกร้ำเข้ามา! คือถ้าคิดไปในกรณีนี้กูจะขอมอบตัวละครแห่งปีให้น้องอังไปเลย และต้องไม่ลืมว่าหนังเรื่องนี้ตีความมาจากวรรณกรรมไทยคลาสสิคขึ้นหิ้ง!!!  (แน่นอน นี่คือการคิดเองเออเองคนเดียว โปรดอย่าถือสาคนดูหนัง AV เป็นสรณะอย่างกูเลย)

อนึ่ง การได้เห็นหนังไทยที่ดันญี่ปุ่นไปในด้านดีแต่ผลักเสรีไทยไปเป็นพระรองนั้นเป็นเรื่องเซอร์ไพร์สพอควร เพราะไม่เคยคิดฝันเลยจริงๆว่าจะได้พบเหตุการณ์แบบนี้ในหนังไทยกระแสหลัก โดยที่หนังยังมีการบอก(อ้อมๆ)อีกด้วยว่า อังศุมาลิน = ฮิเดโกะ = Sunset อันไปพ้องกับธงชาติญี่ปุ่นตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นสัญลักษณ์รูป Sunrise อีก กลายเป็นคู่กรรมในแบบการตีความของพี่เรียวที่ประหลาดใจดี

4/5

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s